วิกฤติบาร์ซ่า

นับตั้งแต่รีสตาร์ตฟุตบอลกลับมาหวดกันอีก ปัญหาของบาร์เซโลน่าที่เคยซ่อนอยู่ใต้พรม ก็ค่อยๆถูกกวาดออกมาเผยถึงความฟอนเฟะสกปรกอย่างแท้จริง เริ่มจากผลงานที่เริ่มทรุด ตกจากบัลลังก์จ่าฝูงลาลีกาที่เคยกุมความได้เปรียบเหนือเรอัล มาดริด ทำแต้มหล่นเรี่ยราดจนโดนแซงและทำท่าว่าจะป้องกันแชมป์ลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ SBOBET24H

พอน้ำลดตอก็เริ่มผุด เราได้รับรู้ถึงปัญหาความสัมพันธ์ในทีม นักเตะส่วนใหญ่ไม่ให้ความเคารพยำเกรง กีเก้ เซเตียน กุนซือของทีม หนักกว่านั้นคือไม่มีใครเชื่อฟัง เอแดร์ ซาราเบีย ผู้ช่วยที่มีภาพลักษณ์ชอบโอเวอร์แอ็คติ้งหรือโชว์ออฟอยู่บ่อยๆ ทั้งที่ไม่เคยมีดีกรีความสำเร็จอะไรมาอวดอ้างได้เลย

ชัดเจนมากๆเมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ เพิกเฉยไม่ยอมคุยหรือแม้กระทั่งมองหน้า ซาราเบีย ระหว่างพักคูลลิ่งเบรกในเกมเจอเซลต้า บีโก้ม่ใช่แค่ เมสซี่ เท่านั้น หลักฐานจากภาพและคลิปต่างๆ ยังตอกย้ำว่าทั้ง เคราร์ ปีเก้ หรือ อิวาน ราคิติช ต่างก็แข็งขืนดึงดันไม่รับฟังผู้ช่วยโค้ช

สะท้อนเลยว่าบรรยากาศในทีมย่ำแย่แค่ไหน ลองนึกภาพในห้องแต่งตัวดูเอา นักเตะมีอิทธิพลเหนือกุนซือและผู้ช่วย คงดูไม่จืดเลยทีเดียว ประเด็น เมสซี่ เล่นตามแบบฉบับตัวเอง ไม่สนใจฟังคำสั่งกุนซือ เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบหนึ่งของปัญหาเท่านั้นเอง

ยังมีบางอย่างหนักหนาสาหัสไปกว่านั้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างบอร์ดบริหารกับกลุ่มนักเตะที่มีรอยร้าวปริแยกมากขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะประสานให้ติดแน่นดังเดิม หลายคนยังจำได้ว่านักเตะหลายคนไม่พอใจมากๆ ที่มีสื่อบางเจ้าหรือคอลัมนิสต์บางคน จนใจเขียนโจมตีว่าหยิ่งยโส มีการนำเรื่องภายในไปเปิดโปงต่อสาธารณะ ซึ่งมันไม่เหมาะสมอย่างมาก

ผู้เล่นต้องการอภิสิทธิ์พิเศษ มีพฤติกรรมนอกเหนือคำสั่งของเบื้องบน อย่างเช่นห้ามนักข่าวและช่างภาพเดินทางไปพร้อมกับทีม อีกทั้งยังเข้ามาวุ่นวายเรื่องการบริหารภายในด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผู้เล่นใหม่เข้ามา เมสซี่และนักเตะอาวุโสจะมีบทบาทในการชี้นำ แม้กระทั่งการแต่งตั้งผู้อำนวยการสโมสร

เอริก อบิดัล อดีตแบ็กซ้ายของบาร์เซโลน่า ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักเตะจนก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ผอ.ได้สำเร็จ จากนั้นเมื่อเห็นว่า อบิดัล ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรนัก ทำตามคำสั่งของ โจเซป บาร์โตเมว มากเกินไป เลยรวมหัวกันไปเสนอชื่อ การ์เลส ปูโยล อดีตกัปตันทีม ซึ่งถูกยอมรับนับถือเป็นวงกว้างมาทำหน้าที่แทน

ร้อนถึง ปูโยล ต้องออกมาสยบข่าวด้วยตัวเอง บอกไม่ต้องการตำแหน่งผู้อำนวยการและ อบิดัล เหมาะสมสุดแล้ว ขณะเดียวกัน บาร์โตเมว ที่กินตำแหน่งประธานสโมสรมาแล้ว 2 สมัยยังงัดข้อกับบอร์ดบริหารบางคน เรื่องวงการคอร์รัปชั่นจนวุ่นวายถึงขั้นมีลาออกและการเปลี่ยนแปลง การบริหารที่ไม่ราบรื่น ส่งผลกระทบจากข้างบนลงล่างอย่างไม่ต้องสงสัย พนันออนไลน์

แล้วเมื่อกลุ่มนักเตะไม่ชอบขี้หน้า บาร์โตเบว การเจรจาต่างๆก็ย่อมเกิดปัญหาตามมาอย่างไม่มีทางเลี่ยงเลย อย่างเช่นตอนไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก เกมต้องหยุดลงชั่วคราว รายได้ของบาร์ซ่าหายไปมหาศาล จากยอดจำหน่ายตั๋วแมตช์เดย์และสินค้าที่ระลึก จำต้องขอความร่วมมือเพื่อลดเงินค่าจ้างบางส่วน

ปรากฏว่าสื่อไปได้ข้อมูลจากคนข้างในสโมสรบอกนักเตะบางคนฮึดฮัดไม่พอใจ เรื่องทำท่าจะดราม่าหนักขึ้น กระทั่ง เมสซี่ ต้องอออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมเพื่อลดกระแสดังกล่าว ในสถานการณ์ที่ลำบากกันหมดอย่างนี้ ผู้เล่นทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้ผ่านวิกฤตไปได้ แต่ทำไมถึงต้องมีการโจมตีกันแบบไร้ข้อมูลหลักฐาน

ความจริงเรื่องนี้บอร์ดบริหารที่นำโดย บาร์โตเมว ควรจะออกมาแก้ข่าวเอง ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของนักเตะ ต่อให้ เมสซี่ เป็นกัปตันทีม แต่เคสละเอียดอ่อนอย่างนี้ มันไม่ใช่เลยสักนิด แน่นอนแพะของปัญหาต่างๆจึงถูกโยนมาที่ บาร์โตเมว ที่ไม่อาจรักษาสถานภาพสูงสุดของบาร์เซโลน่าเอาไว้ได้

เขาถูกเพ่งเล็งอย่างมาก ในการเลือกกุนซืออย่าง กีเก้ เซเตียน เข้ามากุมบังเหียน ทั้งที่ไม่เคยประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม แค่มีปรัชญาการทำทีมไปในทิศทางเดียวกันเท่านั้น แล้วทำไมถึงต้องรีบปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ซึ่งผลงานยังไม่ได้เสียหายอะไร อีกทั้งคอนโทรลลูกทีม มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้ว SBOBET24

คำถามคือ บาร์โตเมว มีความจริงใจกับบาร์เซโลน่ามากแค่ไหนกันแน่ จากที่เคยบริหารได้ดี กระทั่งพอใกล้หมดวาระเหลืออีกเพียงแค่ปีเดียว มันกลับดูแย่ลง แล้วเชื่อเถอะว่าหากบาร์ซ่าล้มเหลวในฤดูกาลนี้ ไม่ได้ทั้งแชมป์ลาลีกาและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สถานการณ์จะแย่หนักกว่านี้อีกหลายเท่า

วิกฤติบาร์ซ่าSBOBET24H

ปืนยังหวังลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก

ชัยชนะ 4 นัดรวดจากทุกรายการทำให้ อาร์เซน่อล กลับมามีความหวังอีกครั้งสำหรับเป้าหมายการได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ห่างเหินมา 3 ปีเต็ม SBOBET24

อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะในนัดที่ยากสุดอีกนัดในฤดูกาลนี้กับการบุกควัก 3 แต้มกลับออกจากรังโมลินิซ์ กราวนด์ ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน

เป็นชัยชนะที่ปลดล็อกในหลายสิ่งหลายอย่างเพราะก่อนลงสนามนัดนี้ อาร์เซน่อล ไม่เคยบุกชนะทีมที่อันดับเหนือกว่าในวันแข่งขันมา 17 นัดติดแล้ว

ยิ่งเป็น วูล์ฟแฮมป์ตัน ของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ ที่เล่นกับทีมใหญ่ได้ดี และไม่แพ้ อาร์เซน่อล เลยนับตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับมาในปี 2018 ยิ่งเป็นเรื่องยาก

แต่ มิเกล อาร์เตต้า พาปืนใหญ่บุกยิงหมาป่าได้สำเร็จซึ่งทั้งหมดมากจากการวางแผนการเล่นชั้นและเลือกนักเตะลงเล่นได้ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงการเปลี่ยนสำรองอีกด้วย

อาร์เตต้า ปรับทีมเพียง 3 ตำแหน่งจากนัดชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 คือให้ เซดริก โซอาเรส, บูคาโย่ ซาก้า และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ เป็นตัวจริงแทน เอคตอร์ เบเยริน, รีสส์ เนลสัน และ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์

เซดริก โซอาเรส ได้รางวัลตอบแทนหลังนัดก่อนประเดิมสนามในฐานะสำรองได้ 3 นาทีเศษก็ซัลโวประตูสุดท้ายปิดท้ายให้ทีมชนะ สภาพร่างกายดีขึ้นมาก และ อาร์เตต้า ก็ประเมินว่าควรได้โอกาสก่อน เบเยริน ที่ยังเค้นหาฟอร์มเก่งไม่เจอ

คนที่หลุดโผไปด้วยเหตุผลส่วนตัวคือ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่สโมสรแจ้งข่าวว่าภรรยากำลังจะคลอดทายาทตัวน้อย ปีกชาวไอวอรี่โคสต์จึงต้องทำหน้าที่คุณพ่อมือใหม่และสามีที่ดีซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญของลูกผู้ชาย

เมซุต โอซิล หายหัวอีกนัดเพราะอาการเจ็บหลังยังไม่ดีขึ้น และการมาเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน แบบนี้ก็ไม่น่าจะเป็นเกมที่เหมาะกับเจ้าตัว เช่นเดียวกับ มัตเตโอ เก็นดูซี่ ที่ อาร์เตต้า แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่พอใจเรื่องระเบียบวินัยและดร็อปออกจากทุกนัดนับแต่ก่อเหตุหลังเกมพ่าย ไบรท์ตัน 1-2 ที่ไปบีบคอ นีล โมเปย์

3 เซนเตอร์แบ็ก ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์ และ เซอัด โคลาซินัช รวมถึงคู่กลาง กรานิต ชาก้า กับ ดานี่ เซบายอส ได้ลุยต่อ รวมถึงดาวซัลโวอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

เห็นได้ชัดว่า อาร์เตต้า ยึดโครงสร้างทีมที่ชนะมา 3 นัดติดเอาไว้โดยเฉพาะจุดสำคัญทั้งแผงหลัง 3 คนและคู่มิดฟิลด์ จุดที่เปลี่ยนเป็นตำแหน่งด้านข้างไปจนถึงหน้าเป้าที่การหลุดเป็นสำรองของ เบเยริน รวมถึง เนลสัน และ ลากาแซ็ตต์ ถือว่าสมเหตุสมผล พนันออนไลน์

ส่วน วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็ยึดระบบเก่ง 3 เซนเตอร์แบ็กเหมือนเดิม ขณะที่เกมรุกมี ชูเอา มูตินโญ่ คุมจังหวะตรงกลางร่วมกับ รูเบน เนเวส และ 2 ตัวรุกเป็นพาร์ทเนอร์สุดอันตราย อดาม่า ตราโอเร่ กับ ราอูล ฮิเมเนซ

ช่วงครึ่งชั่วโมงแรก การเล่นทั้งสองทีมรัดกุมสุดๆ แทบไม่มีจังหวะวางบอลยาวมั่วซั่ว บอลส่วนใหญ่เคาะสั้นถึงตัว เน้นความชัวร์ เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ว่าหากจ่ายพลาดก็โดนโต้แน่นอน

อาร์เซน่อล ครองบอลได้มากกว่าเล็กน้อย แต่พาขึ้นหน้าไปจบในพื้นที่อันตรายได้น้อยเพราะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ยืนคุมพื้นที่แน่นหนา การยืนตำแหน่งส่วนใหญ่อยู่ในแดนตัวเอง ไม่ไล่เพรสซิ่งสูง แต่เน้นคุมโซน

ทัพ “หมาป่า” ถนัดกับการเล่นแบบนี้ ครึ่งแรกเหมือนมวยยก 1-2 เน้นประคองตัว รอจังหวะผิดพลาดของคู่แข่งแล้วโต้ทันที หากทำไม่ได้ก็ต้องไม่เสีย และรอจังหวะไปเรื่อยเหมือนเก็บแรงเอาไว้ครึ่งหลัง

ก่อนลงสนามนัดล่าสุด วูล์ฟส์ ไม่เสียประตูในครึ่งแรกแม้แต่ลูกเดียวตลอด 5 นัดจากทุกรายการ และ 3 นัดหลังสุดที่ชนะรวดก็เป็นการยิงในครึ่งหลังทั้งหมดพร้อมทั้งเก็บคลีนชีตทุกนัดอีกต่างหาก

แต่ อาร์เซน่อล ชิงจังหวะได้ประตูนำก่อนในช่วงเวลาสำคัญคือก่อนจบครึ่งแรกเพียง 2 นาที และได้จากนักเตะที่กำลังถูกคาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นอนาคตคนใหม่ของทีมหลังต่อสัญญาระยะยาวไปหมาดๆ ใน 3 วันที่แล้ว

บูคาโย่ ซาก้า ทำประตูแรกในการเล่นพรีเมียร์ลีกของตัวเองได้สำเร็จกับจังหวะยิงที่ คีแรน เทียร์นี่ย์ เปิดจากซ้ายแฉลบหัวผู้เล่นเจ้าถิ่นก่อนเข้าทางได้วอลเลย์ด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ

ในวัย 18 ปี 303 วัน ซาก้า กล่าวถึงประตูนี้ว่า “ผมเตรียมตัวรอบอลมาถึง ดังนั้นจึงซัดได้ ผมรู้ว่ามีช่วงว่างตรงเสาไกล ผมจึงพยายามยิงเข้าไปตรงนั้น”

ประตูนี้ทำให้ อาร์เซน่อล เริ่มครึ่งหลังด้วยสถานการณ์ที่ได้เปรียบและบีบให้ วูล์ฟแฮปม์ตัน ต้องบุกมากขึ้นกว่าครึ่งแรก

ผ่านครึ่งหลังไปได้ 10 นาที การแก้เกมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ เป็นไปตามสเต็ปที่ต้องการประตูคือ ถอดกองกลางอย่าง เลอันโดร เดนดองเกอร์ ออกแล้วส่งตัวรุกอย่าง ดีเอโก้ โชต้า ลงมาเล่นร่วมกับ อดาม่า ตราโอเร่ กับ ราอูล ฮิเมเนซ พร้อมเซตระบบ 3-4-3 เหมือนกับ อาร์เซน่อล

แต่ มิเกล อาร์เตต้า ก็แก้เกมทันทีเช่นกันด้วยการส่ง เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ ลงมาเล่นวิงแบ็กซ้ายแทน คีแรน เทียร์นี่ย์ ที่ลงตัวจริงตลอด 4 นัดหลังสุด

ถ้าว่ากันตามตำแหน่งแล้ว อาร์เตต้า สามารถส่ง ร็อบ โฮลดิ้ง หรือ โซคราตีส ปาปาสตาโธปูลอส ลงมายืนในแผง 3 แนวรับได้ พร้อมขยับ เซอัด โคลาซินัช ไปเล่นวิงแบ็ก ไม่จำเป็นต้องใช้ เมทแลนด์-ไนลส์ ที่ไม่ใช่แบ็กซ้ายอาชีพ

แต่ อาร์เตต้า มองว่า โคลาซินัช กำลังเล่นได้ตามจังหวะที่ต่อเนื่องในเกมและไม่ได้มีข้อผิดพลาด ดังนั้นจึงไม่อยากปรับ 3 เซนเตอร์ อีกทั้งการส่ง เมทแลนด์-ไนลส์ ลงมาก็สามารถชนกับ อดาม่า ตราโอเร่ ตัวถึกของวูล์ฟส์ในชั้นแรกก่อนถึง โคลาซินัช

นั่นทำให้ตลอดทั้งเกม อดาม่า ตราโอเร่ ที่เคยเล่นงานกองหลังหลายต่อหลายทีมจนสะบักสะบอม แทบไม่ได้คลายพิษสง มีเพียงจังหวะต้นเกมที่ได้ยิงติดเซฟและอีกครั้งในครึ่งหลังที่ได้หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษฝั่งขวา แต่ก็งัดบอลข้ามคานไปเอง

ช่วงเปลี่ยน ดีเอโก้ โชต้า ลงมา เกมของ วูล์ฟส์ วูบวาบและได้บุกมากขึ้น ทำเอา อาร์เซน่อล ต้องถอยไปรับจนไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียวในช่วง 30 นาทีแรกของครึ่งหลัง

แต่ทีมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ ก็ไม่เฉียบขาดอย่างที่ควรจะเป็น เกมนี้ได้ยิง 10 ครั้งแต่เข้ากรอบครั้งเดียว ขณะที่ อาร์เซน่อล ได้ยิง 8 ครั้ง แต่เข้ากรอบถึง 5 ครั้งและได้ 2 ประตู

ช่วง 15 นาทีท้ายที่ วูล์ฟส์ พยายามบุกมากขึ้นก็เปิดช่องให้ อาร์เซน่อล ได้โจมตีบ้าง การเปลี่ยนสำรองที่เหลือของ อาร์เตต้า ออกมาดี่เยี่ยมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น โจ วิลล็อค ที่แอสซิสต์ให้ ลากาแซ็ตต์ ยิงฝัง 2-0 รวมถึง ลูคัส ตอร์เรร่า ที่ลงนัดแรกหลังเจ็บไปนานหลายเดือนก็ช่วยไล่บอลแดนกลางแบ่งเบาภาระของ กรานิต ชาก้า

อาร์เซน่อล เล่นได้ตามแผนที่ มิเกล อาร์เตต้า วางเอาไว้ดีกว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน แถมได้ประตูในช่วงเวลาที่ทำให้คู่แข่งท้อใจทั้งท้ายครึ่งแรกและท้ายครึ่งหลัง SBOBET24H

ทุกคนมีสมาธิในการเล่นดีมาก ระเบียบวินัยแทบไม่หลุด เล่นอย่างอดทน และรอโอกาสตัวเอง การเข้าบอลคอยซ้อนกันตลอด ช่วยกันเล่น ช่วยกันวิ่ง สะท้อนถึงทีมเวิร์กที่ดีขึ้นตามลำดับ

ผ่านเกมนี้ได้พร้อม 3 คะแนนสุดล้ำค่า อาร์เซน่อล กลับมามีความหวังในการลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง หลังเคยถอดใจไปแล้วใน 2 นัดของรีสตาร์ทที่แพ้ต่อ แมนฯ ซิตี้ และ ไบรท์ตัน

ชัยชนะ 4 นัดรวดและเป็นเกมลีก 3 นัดที่คลีนชีตทั้งหมด ถือเป็นของหายากมากสำหรับยุคนี้ แถมการบุกชนะคู่แข่ง 2 นัดติดแบบไม่เสียประตูครั้งล่าสุดที่ทำได้ก็ต้องย้อนไปในเดือนตุลาคมของปี 2015 นู้นเลย

เหมือนว่าหลายอย่างกำลังเริ่มเป็นใจให้ อาร์เซน่อล อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างหนักในช่วงแรกที่พรีเมียร์ลีกกลับมาเตะ

บูคาโย่ ซาก้า ยิงฉลองสัญญาใหม่ และเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกด้วยวัย 18 ปี 303 วัน

อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ไม่ยิงประตูเกมลีกนอกบ้านมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว หรือ 17 เดือนเต็ม แต่วันนี้ยิงได้

การได้ 3 คะแนนจากทีมที่มีเป้าหมายเดียวกันก็คือ “6 คะแนนไป-กลับ” ที่มีค่ายิ่งกว่าชัยชนะทั่วไป

โมเมนตัมแบบนี้คือสิ่งที่แฟนบอล อาร์เซน่อล อยากเห็น และอยากเห็นอีกครั้งในนัดต่อไปที่เจอคู่แข่งโดยตรงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้

ปืนยังหวังลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกSBOBET24

“ปานิช”ยังมีของให้บาร์ซ่า

ช่วงนี้นอกจากกระแสแห่ฉลองแชมป์ของ ลิเวอร์พูล แล้ว อีกหนึ่งข่าวที่โด่งดังมาแรงในโลกลูกหนังเวลานี้ คงหนีไม่พ้นดีลสลับขั้วสะท้านฟ้า ระหว่าง อาร์ตูร์ ที่ย้ายไป ยูเวนตุส กับ มิราเล็ม ปานิช ที่จะย้ายมา บาร์เซโลน่า โดยหักลบนู่นนี่แล้วเป็น “เจ้าบุญทุ่ม” ที่จะได้เงินเพิ่มอีกราว 10 ล้านยูโร พนันออนไลน์

ซึ่งดีลนี้เท่าที่ดูจากกระแสแฟนบอลส่วนใหญ่แล้ว มองคล้ายๆ กันว่า ยูเวนตุส เป็นฝ่ายวินในดีลนี้ เพราะได้เคลียร์ ปานิช ที่ฟอร์มเริ่มตกออกไปจากทีม แล้วก็ได้กองกลางคนใหม่ในวัย 23 ปีเข้ามาแทนที่ โดยเสียเงินแค่ 10 ล้านยูโรเท่านั้น

เมาริซิโอ ซาร์รี ผู้จัดการทีม ยูเวนตุส ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีว่า มิราเลม ปานิช มิดฟิลด์มากประสบการณ์จะต้องแฮปปี้สุด ๆ แน่ที่ได้ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลนา หลังจบฤดูกาลนี้

“เมื่อไหร่ก็ตามที่การย้ายทีมถูกประกาศออกมาแบบทางการ เปียนิช จะเป็นคนที่มีความสุขสุด ๆ แน่ เพราะนี่คือโอกาสที่เขาจะได้ใช้บั้นปลายเส้นทางค้าแข้งอย่างสวยงามสุด ๆ สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ ถ้าคุณได้ย้ายซบทีมที่ยิ่งใหญ่สุดบนโลกตอนอายุมากแล้วนั่นถือว่าเจ๋งสุด ๆ ผมเองไม่คิดขัดขวางเลยด้วย เพราะดีลนี้ดีต่อทุกฝ่ายแถม เปียนิช เองก็ทุ่มเทให้ ยูเวนตุส เกินร้อยตลอดเวลา”

“แต่ขอเลย อย่าเพิ่งถามผมว่าต่อจากนี้มีแผนลุยตลาดซื้อ-ขายนักเตะอย่างไรบ้าง เพราะมันยังไม่ถึงเวลา แถมยังมีเรื่อง อาร์ตูร์ กับเกมเตะที่เหลือให้คิดอยู่อีก ฉะนั้นอะไรที่มันไกลกว่านั้นตอบให้ไม่ได้จริง ๆ”

ประเด็นปัญหาหลักที่แฟนบอลบาร์ซ่าส่วนใหญ่ไม่พอใจกับดีลนี้ ก็คือเรื่องของอายุนี่แหละ เพราะหากว่ากันตามตรงการปล่อยนักเตะอายุ 23 ปี ออกไปแล้วแทนที่มาด้วยนักเตะที่แตะหลัก 30 แล้วอย่าง ปานิช คิดๆ ดูแล้วมันก็ชวนให้ปวดเฮดอยู่ไม่น้อย

แต่จะว่าไปแล้ว การได้ ปานิช ที่มีประสบการณ์มากมาย ลงสนามระดับสโมสรมาแล้วมากกว่า 500 นัด คว้าแชมป์มาประดับบารมี มีโทรฟี่เต็มตู้ เข้ามาอยู่ในทีมมันก็น่าจะช่วยเติมความเก๋าในขุมกำลังของ “เจ้าบุญทุ่ม” ได้ดีเลยทีเดียว เพราะนักเตะที่อายุเกิน 30 ในแดนกลางของ บาร์ซ่า ตอนนี้อย่าง อิวาน ราคิติช กับ อาร์ตูโร่ วิดัล อนาคตก็ดูท่าว่าไม่แน่นอน เผลอๆ อาจโดนขายทิ้งในช่วงซัมเมอร์นี้เลยก็เป็นได้ แถมการเข้ามาของ ปานิช น่าจะช่วยยกระดับฝีตีนของ มิดฟิลด์รุ่นน้องอย่าง เฟรงกี้ เดอ ยอง ได้ไม่มากก็น้อย SBOBET24H

หลายคนบอกว่า ปานิช กำลังอยู่ในช่วงขาลงของอาชีพค้าแข้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้ที่ฟอร์มตกลงไปมาก ทว่าหากมองกันจริงๆ แล้ว ปานิช ถูก เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือสายควันดันลงไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งไม่ใชตำแหน่งถนัด

ผลงานมันก็เลยดรอปลงไปจนถูกมองว่าอยู่ในช่วงขาลง แต่นี่ยังเชื่อว่าถ้า ปานิช ได้กลับมาเล่นเป็นกองกลางตัวสร้างสรรค์เกมแบบที่เขาถนัด จะอันตรายและดีกว่า อาร์ตูร์ แน่นอน การันตีได้จากการติดทีมยอดเยี่ยม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 4 ปีติด

ลูกฟรีคิกถือเป็นอีกหนึ่งไม้ตายทีเด็ดของ ปานิช แม้ว่าที่ บาร์ซ่า ลิโอเนล เมสซี่ จะจองสัมปทานการยิงฟรีคิก แต่หากได้ ปานิช เข้ามาช่วยแบ่งเบาก็คงจะดีไม่น้อย อย่างน้อยก็มีตัวหลอกให้นายประตูคู่แข่งเดาทางลำบากมากยิ่งขึ้น โดย แข้งทีมชาติบอสเนีย กดฟรีคิกเข้าประตูไปได้ถึง 19 ลูก ในการเล่น เซเรีย อา อิตาลี และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับ โรม่า กับ ยูเวนตุส

ว่ากันว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ บาร์เซโลน่า ตัดสินใจขาย อาร์ตูร์ ทิ้งเพราะไม่พอใจกับพฤติกรรมของเขา เล่าลือกันมาว่า อาร์ตูร์ มักมีปัญหากับโค้ชประจำ แถมชอบแหกกฏที่สโมสรตั้งด้วย อย่างเช่นในปี 2019 ก็บินไปปารีส เพื่อปาร์ตี้กับ เนย์มาร์ ทั้งๆ ที่วันรุ่งขึ้นมีแข่ง หรืออย่างตอนที่บาดเจ็บอยู่ก็แอบไปเล่นสโนว์บอร์ด ซึ่งมันเสี่ยงต่อการเจ็บเพิ่มอย่างมาก นอกจากนี้ยังขาดระเบียบวินัยอีกต่างหาก SBOBET24

ในทางตรงกันข้าม ตลอด 13 ปีในอาชีพค้าแข้ง ปานิช ไม่เคยมีข่าวเสียๆ หายๆ ทำนองนี้เล็ดลอดออกมาเลย แถมตอนนี้ก็อายุเยอะแล้วคงไม่มาทำอะไรขาดวินัยโง่ๆ ให้เสียคนตอนแก่แน่นอน ฉะนั้น บาร์ซ่า เบาใจกับเรื่องนี้ไปได้เลย

“ปานิช”ยังมีของให้บาร์ซ่าพนันออนไลน์

ลาลีกาสเปนพลิกช่วงท้าย

เรอัล มาดริด เชือด เอสปันญ่อล ฉีกขึ้นนำเดี่ยวด้วยฟอร์มสุดร้อนแรง กับอีก 6 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ มันจบแล้วหรือ ? คำถามแรกและคำถามสำคัญที่สุด ณ เวลานี้ก็คือ “ลา ลีกา ถูกตัดสินแล้วหรือยัง ?” SBOBET24H

ระยะห่างระหว่าง ‘โลส บลังโกส’ กับ บาร์เซโลน่า เวลานี้อยู่ที่ 2 แต้ม 71 ต่อ 69 จาก 32 เกมที่ลงสนาม หมายถึงอีก 6 เกมที่เหลือ สถานการณ์สามารถพลิกผันได้อีกหรือไม่ ? ตามทฤษฏีย่อมเป็นไปได้อยู่แล้วครับ เหลืออีก 18 แต้มให้เก็บเกี่ยว ตรงนี้ยังเหลือช่องว่างมากพอให้ทั้งสองทีมได้ ชนะ เสมอ หรือแพ้

กูเล่ส์ทุกคนอาจอยู่ในช่วงเวลาที่น่าผิดหวัง แต่ความจริงก็คือความจริง บาร์เซโลน่า ยังมีโอกาสคว้าแชมป์ เพียงข้อแตกต่างคือนับจากนี้ พวกเขามีพื้นที่ให้กับความผิดพลาดเพียงนิดเดียว หรืออาจไม่มีเลย

ชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล เมื่อคืนวันอาทิตย์ มองที่สกอร์บอร์ด อาจดูว่าหวุดหวิด แต่รูปเกมที่ออกมา เห็นได้ชัดว่า เรอัล มาดริด ควบคุมทุกอย่างไว้ในมือตั้งแต่ต้น

เพียงรอเวลาว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาจะยิงประตูได้ เพราะ ‘นกแก้ว’ ภายใต้การคุมทัพของกุนซือมือใหม่อย่าง ฟรานซิสโก้ รูเฟเต้ แทบไม่มีอะไร

แผงกองหลังตั้งรับลึก ใช้มิดฟิลด์กับกองหน้าช่วยไล่บอลปิดพื้นที่ อาศัยใจสู้ การวิ่งไม่หยุด เข้าบอลหนักถึงลูกถึงคนเพื่อตัดเกม

จากนั้นหาโอกาสโจมตีแบบสวนกลับ ไม่ก็หวังเซตพีซ หรือสูตรทุ่มไกลจาก เลอันโดร กาเบรร่า หากได้ระยะทุ่มไม่ห่างจากกรอบเขตโทษฝั่ง มาดริด มากนัก

ครับ มีเท่านี้จริงๆ เกมของ เอสปันญ่อล ที่เหลือนั้นว่ากันไปตามจังหวะ ซึ่งถ้าจะให้สรุปเกมของเจ้าบ้านออกมาให้เห็นภาพชัดๆด้วยคำพูดก็คงต้องบอกว่า “เรียบง่ายเกินไป”

เกมรุกไม่ได้วางอะไรไว้ เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ได้มีรูปแบบที่ชัดเจนว่ามองหาอะไร ? ต้องการทำอะไร ? โจมตียังไง ?

ทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้เจ้าถิ่นยืนซดกับ มาดริด ได้อย่างมีความหวังตลอด 90 นาทีคือ ‘เกมรับ’ และ ‘ใจสู้’ ที่เหลือไม่มีอะไรเลย และยิ่งไม่เหลืออะไรเมื่อเด็กๆของ ซีดาน มาด้วยความพร้อม แรงกระตุ้น คุณภาพ และแผนการเล่นที่ดี

มาดริด ครองบอลไว้เบ็ดเสร็จ เคลื่อนเกมของตัวเองด้วยความมั่นใจ รุกคืบสู่พื้นที่สุดท้าย และมองหาโอกาสอยู่ตลอดเวลา

นี่อาจไม่ใช่เกมที่ดุดันเร้าใจ แต่เป็นเกมที่ มาดริด ‘เนี๊ยบมาก’ เล่นด้วยชั้นเชิงและมันสมอง ซึ่งหากไม่ได้ประตูจในช่วงปลายครึ่งแรก ส่วนตัวผมก็ยังเชื่อว่าพวกเขาก็จะหาโอกาสยิงจนได้

แต่ถึงอย่างนั้นประตูขึ้นนำก็มีอิทธิพลต่อเกมที่เหลืออย่างมาก เนื่องจากมาถูกที่ถูกเวลา ต้องชมตั้งแต่ เซร์คิโอ รามอส ที่เติมขึ้นสูงไปช่วยเล่นเกมรุก การขยับขึ้นไปจังหวะนั้นถือว่ามีประโยชน์มาก เป็นการเพิ่มตัวเลือกในการจ่ายบอล ซึ่ง รามอส ทำให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เวลาที่ตัวรุกอย่าง อาซาร์, เบนเซม่า , อิสโก้ โดนเข้าคู่ประกบติด ตัวพิเศษอย่างเขาจึงมีความสำคัญ สร้างความแตกต่างให้กับเกมการเล่นได้

แต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็ต้องยกให้ คาริม เบนเซม่า จังหวะตอกลูกส้นนี้เป็นการเพลย์งดงามอย่างมาก โชว์ให้เห็นถึงคลาสบอลที่เหนือชั้น ย้อนให้นึกถึง ‘ลูกตอกส้นในตำนาน’ ของ กูตี ในเกมกับ ลา กอรุนญ่า ที่ ริอาซอร์ เมื่อ 30 มกราคม 2010

ครั้งนั้น กูตี เซอร์ไพรส์ทุกคนในสนาม หลังรับบอลแทงทะลุจาก กาก้า หลุดเดี่ยวไปดวลตัวต่อตัวกับ ดาเนี่ยล อารานซูเบีย มุมทุกอย่างเปิดโล่ง แต่เขาเลือกที่จะตอกส้นกลับหลังให้ เบนเซม่า ตามเข้ามายิงง่ายๆ

กับจังหวะการเล่นเมื่อคืนวันอาทิตย์ เบนเซม่า สวมบทผู้ให้บ้าง และเป็น เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ที่ทะยานเข้ามายิงเข้าไป

อาจไม่ได้สวยและคลาสสิคเท่าของ กูตี แต่ความสำคัญมีมาก ยิ่งหาก เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลา ลีกา ปีนี้ นี่จะเป็นประตูที่ถูกหยิบยกมาพูดถึง

กูตี ถึงกับทวีตชมว่า magia, amigo , brutal (เวทมนต์เพื่อน, โหดสุดๆ) ถือเป็นการชื่นชมฟอร์มอันสุดยอดของ เบนเซม่า ซึ่งมันเหลือเชื่อว่า 10 ปีผ่านไป เขายังคงเป็นกองหน้าหมายเลขหนึ่งของ เรอัล มาดริด

ตั้งแต่ลา ลีกา รีสตาร์ท กลับมา เบนเซม่า คือ 1 ใน 4 นักเตะที่ลงสนามทุกนัด (รามอส,กูร์กตัวส์,วาราน) และเขาไม่เคยทำให้ทีมผิดหวังเลย

ซีดาน รู้ดีว่าทีมของเขาต้องการ เบนเซม่า ในสนาม เพราะ เบนเซม่า เล่นฟุตบอลในรูปแบบที่เขาต้องการ

เหมือนว่า 2 คนนี้ตีความฟุตบอลออกมาในแบบเดียวกัน หลังจบเกม เบนเซม่า สัมภาษณ์ว่า “สำหรับผมแล้ว นี่แหละคือฟุตบอล ผมมองเห็นฟุตบอลแบบนี้” พนันออนไลน์

ถึงตรง อาจยังพูดไม่ได้ว่านี่คือฤดูกาลที่ดีที่สุดของ เบนเซม่า หรือไม่ กับ 17 ประตูและ 7 แอสซิสต์ที่ทำได้ ซึ่งเราคงจะต้องวัดกันที่ผลลัพธ์ในตอนจบว่าใครจะเป็นผู้ได้รับการชูมือ ซึ่งสำหรับ ซีดาน แล้ว เขายังไม่เห็นเลยว่า เรอัล มาดริด กำลังจะคว้าแชมป์ ลา ลีกา ปีนี้

“ผมไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าเราจะเป็นแชมป์ การแข่งขันจะตัดสินกันในนัดสุดท้าย ดูจากความยากในเกมล่าสุดที่เราเล่นนั่นปะไร , เอสปันญ่อล เล่นเกมรับดีมาก เล่นเอาเราเหนื่อยกว่าจะยิงประตูได้”

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังสงวนท่าที แต่กุนซือฝรั่งเศสก็ยอมรับว่าเขามีความสุขกับทีม กับนักเตะของตัวเอง และบอกว่าการชนะ,ชนะ และชนะอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย

คำพูดของ ซีดาน อาจจะถ่อมตัวอยู่บ้าง เป็นคำพูดเชิงจิตวิทยาพยายามไม่ให้ลูกทีมใจลอย หรือหลงคิดว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือ หากแต่ก็มีความจริงอยู่ในนั้นเกินครึ่ง

จากประสบการณ์ของเขาทั้งในฐานะนักเตะและเทรนเนอร์มันสอนให้รู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ การรันชนะต่อเนื่อง 5 เกมถือเป็นผลงานที่สุดยอด บ่งบอกว่าทีมกำลังไปได้สวย ทว่าไม่มีอะไรการันตีว่านัดต่อไปพวกเขาจะไม่สะดุด…ไม่มีเลยแม้แต่น้อย

หากฟุตบอลเอาชนะกันได้จากชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว คงไม่ใช่เกมยอดนิยมอันดับหนึ่งเหมือนเช่นทุกวันนี้ แต่เพราะฟุตบอลไม่มีอะไรคาดเดาได้ ลบล้างทุกหลักการ นี่จึงเป็นเสน่ห์อันร้ายกาจ

ประเมินจากแต้ม เรอัล มาดริด ได้เปรียบชัดเจน, เฮด ทู เฮด ก็ดีกว่า ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันที่เหลือดูจะเบากว่า

นัดที่ 33 บาร์เซโลน่า มีคิวลงเล่นในโปรแกรมที่หนักที่สุดกับ แอต.มาดริด ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขามีโอกาสไม่ชนะ แต่ขณะเดียวกันก็ใช่ว่าจะชนะไม่ได้

ไม่ต่างกัน การเปิด ดิ สเตฟาโน่ รับการมาเยือนของ เคตาเฟ่ ที่แย่มาตลอดนับแต่รีสตาร์ท ดูเหมือนเป็นเกมง่ายๆ แต่มีใครกล้ารับประกันหรือเปล่าว่า “มันจะเป็นอย่างที่คิด?” SBOBET24

นักเตะบาร์ซ่าประสบการณ์สูง พวกเขารู้ดีว่าต้องทำอะไรในสถานการณ์เช่นนี้ แม้บางอย่างจะอยู่เหนือการควบคุมไปแล้วก็ตาม

เกมใคร เกมมัน ใครเสียสมาธิ คนนั้นมีสิทธิน้ำตาตก แม้ มาดริด ได้เปรียบ แต่ถ้าประมาท บาร์ซ่า ว่าไร้น้ำยา “นั่นผิดมหันต์”

โดยส่วนตัว ผมว่าการต่อสู้ยังไม่จบครับ…เรายังต้องลุ้นกันต่อ เริ่มตั้งแต่คืนวันอังคารนี้ที่ คัมป์ นู ก่อน

ลาลีกาสเปนพลิกช่วงท้ายSBOBET24H

โค้ชแสนห่วยแห่งบาร์ซ่า

ถ้าจะพูดถึงเรื่องราวกุนซือของสโมสร บาร์เซโลน่า ก็มีหลายคนที่สามารถพาทีมก้าวขึ้นไปประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, หลุยส์ เอ็นริเก้ หรือ โยฮัน ครัฟท์ SBOBET24

แต่ทว่ามันก็มีกุนซืออีกหลายที่เข้ามาจับงานในถิ่นคัมป์ นู แต่ต้องประสบพบเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก พาทีมไร้ซึ่งความสำเร็จ หรือบางคนเรียกได้ว่าล้มเหลวเลยทีเดียว ลองไปดูกันมีใครบ้าง

เฮนส์ ไวส์เวลเลอร์ (พฤษภาคม 1975 – เมษายน 1976)

ไวส์เวลเลอร์ กุนซือชาวเยอรมันที่เริ่มสร้างชื่อในแวดวงของผู้จัดการทีมในดินแดนบ้านเกิด โดยผลงานระดับมาสเตอร์พีคคือในช่วงปี 1964-1975 ที่เจ้าตัวได้รับโอกาสไปคุมทีม โบรุสเซีย มึนเซ่นกลัดบัค และสามารถพาทัพ “สิงห์หนุ่ม” โกยแชมป์บุนเดสลีกาได้ถึง 2 สมัย พ่วงด้วยแชมป์ เดแอฟเบ โพคาล อีก 1 ครั้ง ทำให้ชื่อเสียของเขาได้รับความสนใจจาก บาร์เซโลน่า ก่อนที่จะได้ร่วมงานกันในปี 1975

แต่ทว่าดูเหมือนว่า ไวส์เวลเลอร์ จะลืมคู่มือความเก่งไว้ที่เมืองเบียร์ เพราะฤดูกาลแรก และฤดูกาลเดียวของเขากับ บาร์เซโลน่า นั้นว่างเปล่าไม่มีโทรฟี่แชมป์ติดมือสักรายการเดียว มากไปกว่านั้นคือพาทีมจบเพียงอันดับที่ 3 ในศึกลาลีกา สเปน เท่านั้น ซึ่งภายหลังจากที่เจ้าตัวก้าวลงจากตำแหน่ง โยฮัน ครัฟท์ ก้ได้ออกมาก้าวข้อความสั้นๆ แต่บาดลึกว่า “ไวส์ไวเลอร์ ไม่ใช่ผู้จัดการทีมคนที่ผมเลือก”

ลาสโล่ คูบาร์ล่า (พฤษภาคม 1980 – พฤศจิกายน 1980)

จะว่าไป คูบาร์ล่า ถือว่าเป็นหนึ่งในนักเตะระดับตำนานของ บาร์เซโลน่า เลยก็ว่าได้ เพราะในช่วงที่เป็นนักเตะเจ้าตัวค้าแข้งกับทัพ “อาซูลกราน่า” นานถึง 10 ปีเต็ม กวาดแชมป์มากมายกับสโมสรไม่ว่าจะเป็นลาลีกา สเปน 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 5 สมัย รวมไปถึงบอลถ้วยรายการอื่นๆ อีก

โดยเส้นทางการคุมทีมของเขาถือว่าเก็บประสบการณ์มาอย่างมากมายโดยเฉพาะการก้าวขึ้นไปเป็นนายใหญ่ทีมชาติสเปนในช่วงระหว่างปี 1969-1980 ซึ่งภายหลังก้าวลงจากตำแหน่งนายใหญ่ทัพ “กระทิงดุ” เจ้าตัวก็ตรงเข้ามารับงานกุนซือในถิ่น คัมป์ นู ในทันที แน่นอนว่าในตอนนั้นแฟนบอลต่างคาดหวังในฝีมือของเขาเป็นอย่างมาก

แต่ทว่าดูเหมือนความจริง กับความฝันมันช่างต่างกันมากมาย คูบาร์ล่า ได้อยู่ในตำแหน่งเพียง 6 เดือนเท่านั้น และไม่ได้สร้างภาพจำอะไรให้แฟนบอลได้ชื่นชมเลยสักนิดเดียว และหนำซ้ำยังสร้างบาดแผลให้กองเชียร์ได้เจ็บแสบกับความพ่ายแพ้ต่อ เอฟซี โคโลญจ์ คาบ้าน ในศึกยูฟ่าคัพ 4-0 ซึ่งนั้นแหละคือฟางเส้นสุดท้ายของเขากับสโมสร พนันออนไลน์

โรล็องต์ แฟรเรย์ (พฤษภาคม 2000 – เมษายน 2001)

ต้องบอกว่านี่เป็นกุนซืออีกหนึ่งคนที่เชื่อว่าแฟนบอล บาร์เซโลน่า ยุคเก่าน่าจะจดจำชื่อของเขาได้เป็นอย่างดี โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 แฟร์เรย์ ถูกแต่งตั้งให้เขามาเป็นกุนซือของ บาร์เซโลน่า ซึ่งพลันที่เขาเข้ามากุมบังเหียนเจ้าตัวก็ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของนักเตะบางคน ทำให้เขาได้แท่งเรื่องไปถึงบอร์ดบริหารว่าให้ไปคว้าตัว มาร์ค โอเวอร์มาร์ เข้ามาเพื่อเป็นตัวแทนของ หลุยส์ ฟิโก้ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด รวมไปถึงสอย เอ็มมานูเอล เปอตีต์ มาร่วมทัพอีกหนึ่งราย

แต่ทว่าดูเหมือนผลงานในสนามของเขามันจะไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่นัก เริ่มตั้งแต่จบอันดับ 3 ในแบ่งกลุ่มศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ต้องตกไปเล่นถ้วยเล็กอย่างยูฟ่า คัพ ซึงก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันต้องตกรอบรองชนะเลิศด้วยน้ำมือของ ลิเวอร์พูล ส่วนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาโดนตะเพิดออกจากตำแหน่งคือการบุกไปพ่าย โอซาซูน่า ในเกมลีก 3-1 ทำให้ทีมหล่นไปอยู่ 5 ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ที่กล่าวไปทั้งตกรอบยูฟ่า คัพ และ แพ้ โอซาซูน่า มันเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น

หลุยส์ ฟาน กัล (พฤษภาคม 2002 – มกราคม 2003)

ย้อนกลับไปสมัย ฟาน กัล โยกย้ายมาคุม บาร์เซโลน่า ในคันรบแรกช่วงปี 1997-200 เจ้าตัวรังสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากทั้งการคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ อีกอย่างละ 1 สมัย ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ย้ายไปคุมทีมชาติฮอลแลนด์ โดยในช่วงระหว่างนั้น บาร์เซโลน่า มีผลงานที่เข้าขั้นย่ำแย่มือเปล่าไร้แชมป์มา 2 ปี ติด ทำให้ประธานสโมสรอย่าง โจน กาสปาร์ ไปดึง ฟาน กัล กลับมากู้วิกฤตให้กับทีม

แต่ทว่าดูเหมือนครั้งนี้มันจะแตกต่างจากครั้งแรกมากพอสมควรเพราะแค่เริ่มต้นเจ้าตัวก็มีปัญหากับแข้งตัวหลักอย่าง ริวัลโด้ เสียแล้ว ทำให้ทีมต้องปล่อยสตาร์ชาวบราซิลออกจากทีมไป บทสรุปแล้วครั้งที่ 2 นี่ ฟาน กัล อยู่คุมทีมได้เพียง 8 เดือน โดยผลงานก่อนก้าวลงจากตำแหน่งคือพาทีมเก็บชัยได้เพียง 6 นัด จาก 19 เกมในศึกลาลีกา และรั้งอันดับ 12 ของตารางคะแนน มีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียง 3 คะแนนเท่านั้น

กราร์โด้ ‘ตาต้า’ มาร์ติโน่ (กรกฏาคม 2013 – พฤษภาคม 2014)

หนึ่งในกุนซือที่เข้าไปอยู่ในความทรงจำของแฟนบอล บาร์เซโลน่า แต่ทว่ามันไม่ใช่ในเรื่องของความสำเร็จ โดย มาร์ติโน่ ตบปากรับคำเข้ามาเป็นกุนซือของ บาร์เซโลน่า ช่วงปี 2013 แต่ทว่าก็สร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลไม่ใช่น้อยเพราะในช่วงฤดูกาลดังกล่าวเจ้าตัวไม่อาจคว้าแชมป์วักรายการมาเชยชมได้เลย ก่อนที่จะไขก็อกประกาศอำลาทีมไปภายหลังจบเกมการแข่งขันนัดสุดท้ายของศึกลาลีกา สปน ที่ บาร์เซโลน่า เสียแชมป์ไปให้กับ แอตเลติโก มาดริด SBOBET24H

บาร์เซโลน่า สามารถเล่นในสไตล์ของตัวเองแต่มันก็เท่านั้นแหละ เพราะเราไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรมาได้เลย มันหมายถึงว่าเรามีฤดูกาลที่ล้มเหลว”

โค้ชแสนห่วยแห่งบาร์ซ่าSBOBET24

มิลานสู่ยุคใหม่

ราล์ฟ รังก์นิก เทรนเนอร์ชาวเยอรมันวัย 61 ปีเตรียมมารับงานนายใหญ่คนต่อไปของ เอซี มิลาน ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ โดยคาดว่าจะเซ็นสัญญา 3 ปีรับค่าจ้างซีซั่นละ 5 ล้านยูโร มีภารกิจทวงคืนความสำเร็จกลับคืนสู่ทัพปีศาจแดง-ดำอีกครั้ง SBOBET24H

ราล์ฟ รังก์นิก คือว่าที่โค้ชคนใหม่ของ เอซี มิลาน ในฤดูกาลหน้าไม่ว่า สเตฟาโน่ ปิโอลี่ จะนำทัพปีศาจแดง-ดำจบฤดูกาลด้วยอันดับใดก็ตาม หลังหัวหน้าฝ่ายกีฬาและการพัฒนาของ ‘Red Bull GmbH’ บรรลุข้อตกลงกับผู้บริหารระดับสูงของยักษ์หลับแห่งเมืองมิลาน

รังก์นิก วัย 61 ปี เคยผ่านงานคุมทีมเยอรมันมาหลายสโมสรอาทิ สตุ๊ตการ์ท, ฮันโนเวอร์, ชาลเก้ แต่เขามาสร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ฐานะผู้ปลุกปั้น ฮอฟเฟนไฮม์ จากทีมระดับ ‘เรคิโอนาลลีกา ซูด’ หรือเทียบเท่าดิวิชั่น 4 เมื่อปี 2006 จนเลื่อนชั้นขึ้นสู่เวทีบุนเดสลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรตั้งแต่ฤดูกาล 2008-2009 ก่อนเขาจะอำลาสโมสรหลังจบซีซั่น 2010-2011 ทำสถิติชนะ 79 เสมอ 43 และแพ้ 44 เกม

ในเดือนมีนาคมปีถัดมา รังก์นิก หวนกลับมารับงานเทรนเนอร์ของ ชาลเก้ อีกครั้ง หลังทีมราชันสีน้ำเงินสั่งปลด เฟลิกซ์ มากัธ ออกจากตำแหน่ง เขานำทีมโค่น อินเตอร์ มิลาน ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกของสโมสร แต่เส้นทางสิ้นสุดลงเพียงเท่านั้นหลังการปราชัยต่อ แมนฯยูไนเต็ด

ทว่า รังก์นิก ก้าวลงจากตำแหน่งในช่วงเดือนกันยายนปีเดียวกัน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หลังมีอาการอ่อนเพลียที่ระบุสาเหตุไม่ได้พร้อมระบุว่าเขาไม่มี ‘พลังงานที่จำเป็นในการประสบความสำเร็จและเพื่อพัฒนาทีมและสโมสร’

ช่วงเดือนมิถุนายนปี 2012 รังก์นิก เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก และ แอร์เบ ไลป์ซิก มีหน้าที่ดูแลทั้งสองสโมสรในเวลาเดียวกัน ก่อนเขาจะเทคโอเวอร์ตำแหน่งเทรนเนอร์ของทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์ตั้งแต่ฤดูกาล 2015-2016 หลังการลาออกของ อเล็กซานเดอร์ ซอร์นีเงอร์ โดยมี อาคิม ไบเออร์ลอร์เซอร์ รับหน้าที่ดูแลทีมชั่วคราวจนกระทั่งสิ้นสุดซีซั่นก่อนหน้านั้น

รังก์นิก อำลาเก้าอี้หลังจบฤดูกาล หลังสโมสรประกาศแต่งตั้ง ราล์ฟ ฮาเซนฮึตเทิ่ล จาก อิงโกลสตัดท์ เป็นเทรนเนอร์คนใหม่ ก่อน รังก์นิก หวนกลับมาทำงานตำแหน่งเดิมอีกรอบในฤดูกาล 2018-2019 ซึ่งเป็นการคั่นเวลาก่อนการมารับงานเทรนเนอร์ของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์

เมื่อ นาเกลส์มันน์ ย้ายจาก ฮอฟเฟนไฮม์ มารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของ แอร์เบ ไลป์ซิก อย่างเป็นทางการในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา รังก์นิก ถอยฉากกลับไปทำหน้าที่เดิมกับ ‘Red Bull GmbH’

ยูสซุฟ โพลเซ่น กองหน้าทีมชาติเดนมาร์กของ แอร์เบ ไลป์ซิก กล่าวถึงเจ้านายเก่าว่า ‘รังก์นิก เป็นคนยึดมั่นในอุดมคติ เขาคิดถึงรายละเอียดเล็กน้อยทั้งหมด เขามีความทะเยอทะยานมากและพยายามปรับปรุงและทำทุกอย่างเพื่อพวกเราเสมอ ดังนั้นเราจึงสามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างในสนาม ซึ่งรวมถึงทุกอย่างทั้งในและนอกสนามด้วย’

เควิ่น คัมเพิล กล่าวถึง รังก์นิก เพิ่มเติมว่า ‘ผมรู้จัก รังก์นิก มานานหลายปี ผมต้องบอกว่าผมได้พบกับผู้คนมากมายในวงการฟุตบอล แต่ผมไม่เคยพบใครที่หลงรักฟุตบอลเหมือนเขา เขาทำงานหนักมากจนทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่ในสนาม แต่เป็นทุกอย่าง เขาทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เล่นอยู่ในระดับท็อป คุณเพียงแค่ต้องให้ความสำคัญกับฟุตบอลของคุณ เขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในฐานะโค้ชและผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา’

อย่างไรก็ตาม รังก์นิก ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ เอซี มิลาน ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีการรายงานข่าวการเจรจาระหว่างสองฝ่ายต่อเนื่องระหว่าง อีวาน กาซิดีส ซีอีโอของทีมปีศาจแดง-ดำกับเทรนเนอร์ชาวเยอรมัน จนกระทั่งใกล้ได้ข้อสรุปว่า รังก์นิก จะเข้ามารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของทัพ’รอสโซเนรี่’ในฤดูกาลหน้า แต่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้เพื่อไม่เป็นการรบกวนการทำงานของ สเตฟาโน่ ปิโอลี่

การเจรจาระหว่าง เอซี มิลาน กับ รังก์นิก ใช้เวลานานกว่าปกติ ส่วนหนึ่งมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า อีกส่วนที่เป็นประเด็นหลักของการเจรจานั่นคือขอบเขตการทำงานของเทรนเนอร์ชาวเยอรมัน

รังก์นิก ต้องการควบคุมทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นอกเหนือจากการเป็นเทรนเนอร์ ก็ยังมีหน้าที่ดูแลการซื้อ-ขายนักเตะในรูปแบบเดียวกับการทำงานของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนานของ แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งข้อแม้ดังกล่าวของเทรนเนอร์ชาวเยอรมันจะทับซ้อนกับ เปาโล มัลดินี่ อดีตนักเตะของทีมปีศาจแดง-ดำที่ทำงานฐานะผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสโมสรตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา

ท้ายที่สุดทั้ง กาซิดีส กับ รังก์นิก คุยกันจนได้ข้อสรุปว่าเทรนเนอร์วัย 61 ปีจะเข้ามาทำงานร่วมกับ เอซี มิลาน ด้วยสัญญา 3 ปี ด้วยค่าจ้างรวมกัน 15 ล้านยูโร แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า มัลดินี่ จะทำงานตำแหน่งเดิมหรือเปลี่ยนไปทำบทบาทอื่น

ตามรายงานระบุเพิ่มเติมว่าทีมสตาฟฟ์โค้ชส่วนใหญ่ยังคงเป็นชาวอิตาเลียน แต่ รังก์นิก จะดึง เจฟฟรีย์ ม็องกาด้า กับ เฮนริค อาล์มสตัดท์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสตาฟฟ์ของเขาด้วยเช่นกัน หลังสองคนสนิทอย่าง พอล มิตเชลล์ และ ลาร์ส คอร์เน็ตก้า ได้ทำข้อตกลงในการทำงานร่วมกับ โมนาโก และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ก่อนหน้านี้

รังก์นิก จะมีบทบาทคล้ายระบบของพรีเมียร์ลีกที่ทำงานทั้งฐานะผู้จัดการทีมและผู้อำนวยการกีฬาในเวลาเดียวกัน ซึ่งต่างจากระบบของ อิตาลี หรือ สเปน อดีตเทรนเนอร์ ฮอฟเฟนไฮม์ ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างทีมจากขั้นพื้นฐานตั้งแต่ระดับเยาวชนและความเข้มข้นของฟุตบอลระดับสูง

การบรรลุข้อตกลงระหว่าง เอซี มิลาน กับ ราล์ฟ รังก์นิก เป็นขั้นตอนแรก ตามมาด้วยการตั้งทีมสตาฟฟ์ของเทรนเนอร์ชาวเยอรมัน จากนั้นจึงเป็นการเดินหน้าตามแผนงานเบื้องต้นของ รังก์นิก นั่นคือการลุยตลาดนักเตะเพื่อดึงนักเตะเป้าหมายมาเสริมทัพตามความประสงค์ของเทรนเนอร์

แน่นอนว่าขั้นตอนดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อย ขณะที่ทุกสโมสรต่างประสบปัญหาเงินฝืดเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าจึงมีงบใช้สอยจำกัด ดังนั้นจึงน่าสนใจว่าฝ่ายบริหารของทัพปีศาจแดง-ดำจะยอมจ่ายเงินตามความต้องการของ รังก์นิก ในช่วงซัมเมอร์นี้มากน้อยเพียงใด พนันออนไลน์

จากรายงานของ’สกาย สปอร์ต อิตาเลีย’ อ้างว่า รังก์นิก เตรียมของบเบื้องต้นจากสโมสรไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโรเพื่อเซ็นสัญญากับ 3 นักเตะเป้าหมายบนเวทีบุนเดสลีกา

นั่นคือ พาทริค ชิค และ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ สองแข้งของ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ มีล็อต ราชีช่า ค่าย แวร์เดอร์ เบรเมน

พาทริค ชิค ย้ายจาก โรม่า มาค้าแข้งกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในฤดูกาลนี้ด้วยสัญญายืมตัวมูลค่า 3.5 ล้านยูโรพ่วงอ็อปชั่นซื้อขาด 28 ล้านยูโร ถ้าหากทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์ไม่ใช้เงื่อนไขดังกล่าว หลายทีมพร้อมเดินหน้าทาบหัวหอกชาวเช็กวัย 24 ปีเข้าสังกัด ซึ่งมี เอซี มิลาน เป็นหนึ่งในนั้น

ชิค ทำผลงานเด่นกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยการยิง 10 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์จากการลงเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้ 28 เกม แม้จะมีข่าวก่อนหน้านี้ว่าทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์พยายามออดอ้อนให้ทีมหมาป่าลดค่าตัวนักเตะก็ตาม เนื่องจากสโมสรมีทุนจับจ่ายน้อยลงซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ

อย่างไรก็ตาม แอร์เบ ไลป์ซิก คงมีสภาพคล่องมากขึ้นหลังการทำข้อตกลงปล่อย ติโม แวร์เนอร์ ย้ายซบ เชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโรจึงสามารถเจียดเงินส่วนหนึ่งมาเพื่อเซ็นสัญญาถาวรกับหัวหอกทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ดังนั้นจึงไม่ง่ายที่ เอซี มิลาน จะพรากนักเตะมาจากทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์

อีกหนึ่งเป้าหมายของ รังก์นิก คือเด็กเก่าอย่าง อูปาเมกาโน่ ที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ซัลซ์บวร์ก จนถึง แอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งแนวรับชาวฝรั่งเศสวัย 21 ปีมีค่าตัวราว 40-50 ล้านยูโร

ส่วน มีล็อต ราชีช่า แนวรุกทีมชาติโคโซโวของ เบรเมน มีค่าฉีกสัญญา 30 ล้านยูโร แต่ถ้าทีมนางนวลตกชั้นจากเวทีบุนเดสลีกา ค่าฉีกสัญญาดังกล่าวจะลดลงเหลือเพียง 16 ล้านยูโร ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการเซ็นสัญญากับแนวรุกวัย 23 ปี ที่ทำผลงานเด่นในซีซั่นนี้สวนทางกับผลงานของต้นสังกัด เขายิง 10 ประตูและ 10 แอสซิสต์จากการลงเล่นทุกรายการ 31 เกมในซีซั่นนี้จนตกเป็นเป้าหมายของทีมหงส์แดงด้วยเช่นกัน SBOBET24

นั่นคือแผนงานเบื้องต้นของ ราล์ฟ รังก์นิก ฐานะว่าที่เทรนเนอร์คนใหม่ของ เอซี มิลาน ที่คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้

มิลานสู่ยุคใหม่SBOBET24H

1แต้มแสนยากของปีศาจแดง

1 คะแนนจากการออกไปเยือนทีมใหญ่อย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถือว่าเป็นแต้มที่สำคัญและไม่น่าเสียหาย เพราะอย่าลืมว่า ไก่เดือยทอง ไม่ใช่ทีมสามัญธรรมดาที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ SBOBET24H

นอกจากนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องร้างสนามไปกว่า 3 เดือน ซึ่งส่งผลให้การเล่นในครึ่งแรดดูสะเปสะปะไม่เป็นที่พอใจของแฟนผี โดยเฉพาะจังหวะต่อเกมเข้าทำดูขาดๆ เกินๆ อีกครั้ง

ยิ่งมาโดน สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ สอยตาข่ายจากจังหวะผิดพลาดในการป้องกันของบรรดาแนวรับ ปิศาจแดง ยิ่งทำให้แฟนบอลหัวเสียไปกันใหญ่

คนที่ตกเป็นเป้าคงหนีไม่พ้น แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังค่าตัวแพงที่สุดของโลก และ ดาบิด เด เคอา ที่สโมสรชอบยกยอปอปั้นว่าเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของโลก

มันเป็นจังหวะพลาดที่ไม่น่าให้อภัยและสมควรโดนวิจารณ์แบบตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นจังหวะพลิกตัวของ แม็คไกวร์ ที่หมดราคาแนวรับค่าตัวแพงและในฐานะหัวใจในแนวรับของสโมสร หรือแม้แต่ เด เคอา ที่พลาดง่ายๆ อีกครั้งในฤดูกาลนี้

ไม่เพียงแฟนบอลที่จะออกอาการหัวร้อน แต่ลูกพี่เก่าในรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่าง รอย คีน ออกมาปะฉะดะทันทีในช่วงพักครึ่งแรกว่า หากตนเองอยู่ในทีมปัจจุบันจะไล่ให้ แฮร์รี่ และ ดาบิด กลับแมนเชสเตอร์ด้วยการนั่งรถแท็กซี่ตามไป

แน่นอนว่าในมุมของ ‘คีโน่’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่นักเตะต้องทุ่มเทมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ และความผิดพลาดทั้งปวงไม่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคุณใส่เสื้อตราอสูร โดยเฉพาะ เด เคอา ที่ถึงขั้นโดนด่าว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ ‘ถูกยกย่อง’ เกินไป นอกจากนั้น ลุค ชอว์ ยังเป็นอีกรายที่โดนอดีตกัปตันทีมผีแดงด่ากราดกลางรายการของ สกาย สปอร์ตส์

นั่นคือมุมคือนักวิจารณ์ที่พูดแบบตรงไปตรงมาตามที่เห็น และจี้จุดตรงประเด็น ซึ่งต่างจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ต้องเก็บอาการและให้กำลังใจทีมเพื่อโอกาสในการกลับมาในครึ่งหลัง

โอเล่ เผยว่าคำพูดของเขาที่ส่งไปยังนักเตะตอนพักครึ่งเวลาแรกเป็นสิ่งง่ายๆ และเขาพยายามทำให้นักเตะคลายความกังวลที่อยู่ในหัวออกไปให้หมดเพื่อที่จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

“ครึ่งแรกช้ากันเกินไปและดูเหมือนว่านักเตะมีความกังวลบางอย่างอยู่ในหัวของพวกเขา ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับความฟิต, คุณภาพ, การเดินหน้าอีกครั้ง, การลงเล่นในบรรยากาศแบบนี้ แต่เชื่อมั่นในตัวเอง เล่นเร็วกว่าเดิม, เล่นจังหวะเดียวน้อยลง, ลดความผิดพลาดในจังหวะสอง, ผ่านบอลให้หนักขึ้น, วิ่งให้มากขึ้น, กดดันให้หนักขึ้น และมั่นใจในตัวเอง นั่นคือข้อความที่ผมพูดออกไป”

ดูเหมือนจะได้ผลเพราะ 45 นาทีหลัง ปิศาจแดง เป็นฝ่ายครองเกมและกดดัน สเปอร์ส อย่างหนัก ซึ่งทา งโชเซ่ มูรินโญ่ ก็ดูจะพอใจกับการให้นักเตะไก่เดือยทองลงไปตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับต่อไป เพราะกุนซือชาวโปรตุเกสอาจจะคิดว่าแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่มีทางเจาะแนวรับของเขาไปได้

ยิ่งไปกว่านั้นเขามีไม้เด็ดอย่าง มุสซ่า ซิสโซโก้ ที่วิ่งพล่านไปทั่วสนามทั้งการตัดเกม การมีส่วนกับการเล่นในจังหวะสำคัญ ซึ่งสร้างความลำบากให้กับแผงกลางและแนวรุก ผีแดง เป็นอย่างมาก

จนในที่สุด โซลชา ต้องปรับหมากและนั่นคือการส่ง ปอล ป็อกบา ลงสนามรวมไปถึง เมสัน กรีนวูด ที่จะลงไปช่วยการขยับเกมในแนวรุกในมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ถือเป็นช่วงเวลาที่แฟนๆ ปิศาจแดง รอคอย เพราะพวกเขาจะได้เห็นการประสานงานของ ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งทั้งสองพิสูจน์ในเกมที่ผ่านมาแล้วว่าสามารถไปด้วยกันได้และช่วยให้การสร้างสรรค์ของทีมมีมิติมากขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญคงหนีไม่พ้นการลงไปของมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสที่พอลงไปไม่นานก็สามารถมีส่วนในการสร้างโอกาสให้กับทีมได้ถึง 2-3 จังหวะ

ทุกๆ คนทราบอยู่แล้วว่าจุดเด่นของ ป็อกบา คือการเก็บบอลได้ดี รวมไปถึงวิสัยทัศน์ในเกมที่ยอดเยี่ยมเพราะเขาจะมองหาแนวรุกตัวว่างแล้วจ่ายบอลแบบงามๆ ไปให้เพื่อโอกาสในการจบสกอร์

หรือจะเป็นการพาบอลไปเองที่สามารถเปิดช่องและทำให้แนวรับฝ่ายตรงข้ามปั่นป่วน เหมือนกับจังหวะที่ทีมได้จุดโทษในช่วงท้ายครึ่งหลังที่เขาอาศัยการโยกหลอกแล้วจี้เข้าไปในกรอบก่อนจะโดนกระแทกล้มลงไป

อย่างที่เรียนไปว่า ป็อกบา คือตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง เพราะการมีกองกลางวัย 27 ปีลงสนามมันเหมือนกับการข่มขวัญศัตรูไปในตัวด้วย นอกจากนั้นฝ่ายตรงข้ามยังต้องปวดหัวในการตามประกบและปิดช่องของนักเตะ ทำให้คนอื่นๆ ในทีมมีพื้นที่มากขึ้น

“ปอล ทำการส่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเกมในตอนที่เขาผ่านบอลให้ มาร์คัส และเขาแสดงทักษะที่ดีที่สุดของวันเมื่อเขาเรียกฟาวล์จากจุดโทษ”

“ปอล เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลก และมันเป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เขากลับมา มันเป็นเรื่องดีที่ให้เขาลงสนามและเขาจะทำงานหนักหนักเพื่อให้ฟิตกว่าเดิมในเกมถัดไปและลงเล่นมากขึ้น”

“ตอนนี้มันเป็นทีมที่แตกต่างออกไปจากตอนที่เขาพลาดลงสนามจากอาการบาดเจ็บ บรูโน่ ย้ายเข้ามา เด็กๆ มีโมเมนตัมที่ดีก่อนช่วงล็อคดาวน์”

“เขามีความสุขอย่างมากที่ได้กลับมาลงสนาม เขาต้องฝันร้ายกับอาการบาดเจ็บไปนานกว่า 9 หรือ 10 เดือน มันไม่เหมือนกับการที่คุณต้องเจ็บไปตลอด 10 เดือน มันเหมือนกับว่าเราเกือบที่จะกลับมาแล้ว ทำงานหนักมากๆ และกลับมา จากนั้นเจ็บอีกครั้ง ต้องเข้ารับการผ่าตัด”

“เขาเกือบที่จะกลับมาก่อนช่วงล็อคดาวน์ และในท้ายที่สุดตอนนี้เขาก็กลับมาลงสนาม ผมมั่นใจว่าทุกๆ คนได้เห็นแล้วว่าเขามีความกระหายในเกมที่ยอดเยี่ยม และเขาเป็นนักฟุตบอลที่ดีมากๆ” พนันออนไลน์

“เราเป็นสโมสรที่ต้องการให้นักเตะที่ดีที่สุดของโลกลงเล่นร่วมกัน เราต้องการหาสมดุลของการรุกและการป้องกัน นั่นคือสิ่งที่สำคัญเมื่อคุณสร้างทีมขึ้นมา และผมคิดว่าวันนี้ ปอล แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถลงเล่นร่วมกับ บรูโน่ ซึ่ง ปอล ทำให้ทีมได้จุดโทษและ บรูโน่ เป็นคนสังหาร”

ถือเป็นสัญญาณที่ดีของทีมที่ได้เห็นสองกองกลางระดับโลกลงสนามพร้อมกันและสามารถประสานกันได้แบบไม่มีปัญหา ไม่มีเรื่องของอีโก้หรือศักดิ์ศรีที่บางคนกังวลว่าอาจจะเป็นกำแพงของทั้งสอง

แน่นอนว่าหลังจบเกม บรูโน่ ต้องออกมาหยอดคำหวานถึงการลงไปเปลี่ยนเกมของ ป็อกบา ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีกว่าเดิน

“ผมคิดว่าเราทำได้ดีมากๆ มันเป็นเกมที่ยาก เราเริ่มต้นได้ดีตามแบบที่เราคิด แต่จากนั้นพวกเขาทำประตูในจังหวะสวนกลับ กระนั้นผมคิดว่าเราอยู่ในเกมตลอด เราทำประตู เรามีโอกาสทำประตูมากกว่า มันไม่พอสำหรับเรา เพราะเราต้องการเอาชนะในทุกๆ เกม แต่มันก็เป็นผลการแข่งขันที่ดี เราไม่มีความสุขแต่มันเป็นผลการแข่งขันที่ดี”

“เราฝึกซ้อมอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในตอนที่เราซ้อมกลุ่ม ผมอยู่กลุ่มเดียวกับ ปอล เพื่อให้หาทางผสานงานกันง่ายมากกว่าเดิม แต่ผมผสานงานกับทุกๆ คนได้ดีและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทีม”

“ผมคิดว่า ปอล ก็คิดแบบเดียวกัน (กับผม) และเรามีความสุข ปอล ทำให้ทีมได้จุดโทษ ผมยิง ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทีม มันไม่สำคัญว่าใครทำประตูหรือแอสซิสต์หรือไม่ทำอะไร ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาชนะและเป็นเรื่องเกี่ยวกับทีม”

จากผลงานเกมล่าสุดแม้ว่าจะยังไม่ดีเหมือนช่วงก่อนที่จะมีการหยุดลงสนาม แต่มันคือเกมแรกอย่างเป็นทางการหลังจากผ่านไป 3 เดือน และเราได้เห็นสิ่งดีๆ อย่างการประสานงานของ ‘บรูโน่xป็อกบา’ และหัวใจของการไม่ยอมแพ้ที่เกือบจะได้ประตูชัยจาก กรีนวูด ในช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย SBOBET24

หวังว่าหลังจากนี้หลายๆ สิ่งจะเข้าที่เข้าทางมากกว่าที่ผ่านมาโดยเฉพาะแนวรุกที่ต้องเฉียบคมและเด็ดขาดกว่านี้ไม่ว่าจะเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด (จังหวะเหน่งๆ ในครึ่งแรก) และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ต้องทำให้ได้เมื่อโอกาสทองมาถึง

1 แต้มจาก ท็อตแน่ม ฮ่อตสเปอร์ สเตเดียม อาจจะส่งผลให้พวกเราโดน เชลซี (48 แต้ม) ทิ้งห่าง หรือแม้แต่โดน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (44 แต้ม) แซงนำ แต่ยังเหลืออีก 8 เกม ซึ่งนั่นคือเส้นทางที่สำคัญของขุนพลปิศาจแดง

การเดินหน้าแย่งพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังไม่จบแค่นี้ และมันคือเป้าหมายที่ทุกๆ คนวางไว้ให้เป็นงานที่สำคัญของสโมสร ยิ่งเกมนัดถัดไปถือว่าเป็นเกมที่สำคัญเพราะเราต้องเจอ ดาบคู่ หนึ่งในสโมสรที่แย่งตั๋วบอลยุโรปโดยตรง และหากเราสามารถเอาชนะที่ โอลด์ แทรฟอร์ด ได้ มันจะส่งผลไปยังความมั่นใจและอันดับของทีมอย่างแน่นอน

สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการสานต่อผลงาน 45 นาทีหลังของเกมที่ผ่านมา พัฒนาจุดที่ยังขาดหายไปให้ดีขึ้น และเชื่อว่าเรา (อาจจะ) ได้เห็นผลงานอันยอดเยี่ยมก่อนหน้ากลับมาอีกครั้ง ซึ่งนั่นคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แฟนๆ มีความสุขในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

1แต้มแสนยากของปีศาจแดงSBOBET24H

รามอสกองหลังดาวซัลโว

ประตูในเกมกับ เออิบาร์ ทำให้ เซร์คิโอ รามอส ก้าวขึ้นเป็นกองหลังที่ยิงประตูมากที่สุดในลา ลีกา เทียบเท่า โรนัลด์ คูมัน แต่สถิตินี้สะท้อนคุณค่าในตัวของ รามอส เพียงผิวเผินเท่านั้น เพราะบางประตูของเขามันสำคัญและพิเศษกว่าตำแหน่งกองหลังดาวซัลโวมากนัก SBOBET24H

ขโมยบอลได้จากแดนกลาง จ่ายออกไปให้เพื่อน แล้ววิ่งควบขึ้นหน้าอีกร่วม 30 หลา ดึงจังหวะรอลูกผ่านของ อาซาร์ เล็กน้อย ก่อนแปง่ายๆเข้าไป

ประตูนี้ไม่เพียงช่วยให้ เรอัล มาดริด ขยับสกอร์หนี เออิบาร์ เป็น 2-0 เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกมเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนให้ เซร์คิโอ รามอส กลายเป็นกองหลังที่ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ลา ลีกา เทียบเท่ากับ โรนัลด์ คูมัน ที่จำนวน 67 ประตูอีกด้วย

มีคอลูกหนัง ลา ลีกา หลายๆท่านแย้งว่า 67 นี่ยังไม่ได้มากที่สุดซักหน่อย เทียบกับ เฟร์นานโด เอียร์โร่ รุ่นพี่ชุดขาวยุค 90 แล้ว คนนี้ต่างหากคือ ‘ท็อปสกอเรอร์’ ของกองหลังตัวจริงเสียงจริง เพราะกดไปถึง 105 ตุง

แต่ ลา ลีกา บอกว่า ไม่ขอนับ เอียร์โร่ นะ ในส่วนนี้ เพราะถึงแม้เขาจะเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟจนโด่งดังเป็นที่รู้จัก แต่ยุคสมัยนึง เริ่มตั้งแต่ ราโดเมียร์ อันทิช กุนซือเซอร์เบียย้ายมาคุม เรอัล มาดริด ในฤดูกาล 1991–1992 นั้น เอียร์โร่ โดนจับไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตรงกลางสนาม และภายใต้ตำแหน่งนี้เขายิงไปถึง 44 ลูก ดังนั้นจึงไม่ถือเป็นกองหลังแบบเพียวๆ (อ้าว ซวยไป)

ครับ สถิติก็ว่ากันไป จะมองว่า เอียร์โร่ ยิงเยอะกว่าก็ได้ ไม่ว่ากัน หรือจะแยกย่อยหยุมหยิมแบบที่ ลา ลีกา ตั้งกฏไว้ ก็แล้วแต่ เพราะยังไงมันก็เปลี่ยนความจริงที่ว่า รามอส ยิงไปแล้ว 67 ประตูและมันน่าทึ่งเอามากๆไม่ได้

67 ประตูของ รามอส แบ่งออกเป็น 65 ประตูกับ เรอัล มาดริด และอีก 2 ประตูสมัยยังเป็นดาวรุ่งกับ เซบีย่า ซึ่งก็ออกจะแปร่งๆอยู่นิด ตรงที่ 1 ใน 2 ตุงที่ซัดได้นี้คือการยิงใส่ เรอัล มาดริด

ลูกนั้นเกิดขึ้นในฤดูกาล 2004/05 เซบีย่า เล่นใน ปิซฆวน รับมือ เรอัล มาดริด ยุค กาลาคติกอส , นาทีที่ 18 เจ้าบ้านได้ฟรีคิกระยะ 35 หลา เรนาโต้ เจ้าพ่อลูกนิ่งประจำทีมยืนอยู่ที่บอลขยับทำท่าว่าจะยิง แต่กลับหลอก แปะออกข้างเบาๆ ให้ รามอส วิ่งมาซัดเต็มข้อ

บอลพุ่งวาบลอยข้ามหัว ซีดาน กับ เบ็คแฮ่ม ที่ยืนขวางเป็นกำแพง ก่อนฮุคลงเสียบเสาขวามือของ อีเกร์ กาซียาส เข้าไป ช่วยให้ เซบีย่า ออกนำ ตั้งแต่ต้นเกม

หลังบอลตุงตาข่าย รามอส ในวัยย่าง 19 วิ่งไปดีใจกับแฟนๆด้านหลังประตู เขาทั้งชูมือและส่งจูบ และจังหวะสุดท้ายก่อนภาพตัดขึ้นไปบนอัฒจรรย์ก็คือ ดาเนี่ยล อัลเวส วิ่งมากระโดดกอดจากทางด้านหลัง นับเป็นซีนที่เห็นแล้วให้รู้สึกแปร่งๆยังไงไม่รู้ เมื่อคิดถึงเส้นทางต่อมาของทั้งคู่ (ฮา)

ตัดจากสนาม กล้องทีวีแพนขึ้นไปจับภาพบนบล็อควีไอพี โฆเซ่ มาเรีย เดล นีโด้ กับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานของทั้งสองทีมซึ่งนั่งติดกันตามธรรมเนียมปฏิบัติของลูกหนังสเปน

เดล นีโด้ ทำสีหน้าเรียบเฉย แต่แอบชำเลืองดูภาพช้าจากหน้าจอทีวีด้านหน้าเล็กน้อย ส่วน เปเรซ ก็เช่นกัน เขาเก็บอาการ ทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ใครจะรู้ ! ท่านประธานชุดขาวในตอนนั้นอาจกำลังคิดว่า “ฉันต้องเตรียมเงินไว้เท่าไหร่กันนะเพื่อซื้อไอ้เด็กคนนี้ ?”

ไม่ว่าจะคิดไว้ตั้งแต่แว้บแรกที่เห็น รามอส ตะบันฟรีคิกสุดเฉียบ หรือจะค่อยกลับมาคิดได้ตอนหลัง แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างที่เราเห็นกัน ซัมเมอร์ปีนั้น เปเรซ ควักเงิน 27 ล้านยูโร ให้ เซบีย่า เพื่อแลกกับ รามอส และถือเป็นแข้งสแปนิชคนแรกที่ เปเรซ ซื้อเข้ามาในการนั่งตำแหน่งประธานสมัยแรก

รามอส รับเสื้อหมายเลข 4 ต่อจาก เอียร์โร่ ที่อำลาทีมไป กลายเป็นปราการเหล็กของ เรอัล มาดริด นับตั้งแต่ย้ายมา เขาเล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟในปีแรก ก่อนขยับไปเล่นแบ็กขวา เมื่อสโมสรซื้อ คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ กับ เปเป้ เข้ามาในปี 2007 แต่ไม่นานนักก็กลับมาเล่นเซนตอร์ฮาล์ฟอีกครั้งเมื่อกองกลังเยอรมันล้มหมอนนอนเสื่อจากอาการเจ็บซ้ำซาก จนย้ายออกไปในปี 2010

รามอส เป็นกองหลังที่ครบเครื่อง ลูกหนักมี ลูกคลาสสิคมี ลูกเหนือชั้นมี แม้กระทั่งลูกสปกรกก็มีให้เห็น ซึ่งจะว่าไปการเล่นในลักษณะนี้แม้จะไม่ดีนัก แต่ฟุตบอลอาชีพบางครั้งในทีก็ต้องมีคนที่เล่นแบบนี้อยู่

รามอส ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมต่อจาก อีเกร์ กาซียาส ก็เพราะคาแรกเตอร์ที่มีความเป็นผู้นำ ดุดัน ห้าวหาญ ไม่กลัวใคร ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาดเจ้าเล่ห์

นอกจากการเกมรับที่สุดยอดแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของ รามอส ก็คือเรื่องการทำประตู เขาเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังที่มีเซนส์เรื่องนี้สูงมาก พนันออนไลน์

เขาเป็นเพชรฆาตสังหารจุดโทษที่ชัวร์มากๆ เขาทำประตูจากจุดโทษ 10 ลูกด้วยกัน โดยที่ผ่านมา รามอส พลาดจุดโทษเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น แล้วก็ให้น่าเบังเอิญที่ว่ามันเป็นเกมที่ เรอัล มาดริด พบกับ เซบีย่า

สไตล์การยิงประตูของ รามอส นั้นก็หลากหลาย มีทั้งหนัก ทั้งเบา ยิงมุม ยิงกลางประตู ซึ่งรวมถึงลูกยิงแบบ ปาเนนก้า ซึ่งเขามักงัดมาใช้อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม อย่างที่ได้เขียนถึงไปข้างต้นว่า รามอส เป็นคนที่มีเซนส์เรื่องการยิงประตูสูงกว่ากองหลังทั่วไป เพราะหากตัดจุดโทษ 11 ลูกออกไป เขาก็ยังซัดได้ในเกมปกติมากถึง 56 ลูกด้วยกัน ซึ่งตรงนี้เมื่อนำไปเทียบกับ คูมัน จะเห็นได้ชัดว่า

กองหลังฮอลแลนด์ที่สร้างสถิติได้ถึง 67 ลูกใน ลา ลีกา นั่นเพราะมีจุดโทษช่วยหนุนค่อนข้างมากถึง 52 ลูกหรือคิดเป็น 68.65% จากจำนวนประตูทั้งหมด ขณะที่ส่วนของ รามอส คิดเป็นแค่ 16.4% เท่านั้น

ในฤดูกาลนี้ รามอส รั้งรองดาวซัลโซของ มาดริด โดยยิงไป 8 ประตู ตามหลัง คาริม เบนเซม่า (14 ประตู) เพียงคนเดียวเท่านั้น โดย 8 ลูกแยกออกเป็น ลา ลีกา 6 และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 (คลับ บรูช กับ กาลาตาซาราย) และเกมที่เหลืออีก 10 นัดข้างหน้า รามอส ต้องการอีกเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้นก็จะขึ้นแท่นเป็นกองหลังที่ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ลา ลีกา แซงหน้า คูมัน ทันที

กระนั้นก็ตาม สำหรับ รามอส ผมเชื่อว่า แฟนบอลไม่ได้จดจำเขาเพียงแค่จำนวนประตู หากแต่เพราะหลายๆประตูที่เขาทำได้ ยังมีความหมาย และพิเศษอย่างมาก

เช่นลูกโขกตีเสมอ บาร์ซ่า 1-1 ในช่วงทดเจ็บเกมเอลกลาซีโก้ ที่คัมป์ นู เมื่อเดือนธันวาคม 2016 ช่วยให้ เรอัล มาดริด ยืดสถิติไร้พ่ายออกไป

ลูกโขกใส่ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2014 ซึ่งลงเอยแล้ว เรอัล มาดริด บุกถล่ม เสือใต้ ยับ 4-0

และที่สุดของที่สุด คงไม่มีใครลืมลูกโขกนาทีที่ 90+3 ใน แชมเปี้ยนส์ลีกไฟนั่ล ที่ ลิสบอน, มันไม่ใช่แค่ลูกโขกที่ทรงพลัง สมบูรณ์แบบในท่วงท่า ทว่ามันพลิกโฉมหน้าของเกมไปโดยสิ้นเชิง

ประตูตีเสมอ แอตเลติโก 1-1 ในช่วงอึดใจสุดท้ายช่วยให้ มาดริด ฮึดกลับมา และพลิกสถานการณ์ไล่ขโยก 4-1 คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกสมัยที่ 10 หรือ ลา เดซิม่า ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ กลายเป็นดราม่าในนัดชิงที่ยากจะลืมเลือน SBOBET24

ส่วนตัวผมมองว่า การยิงประตูแม้จะไม่ง่าย แต่นักเตะทั่วไปสามารถทำได้ ทว่ามีเพียงซูเปอร์สตาร์เท่านั้นที่ยิงประตูในช่วงเวลาสำคัญ ประตูที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ และส่วนนี้คือหนึ่งในคุณสมบัติของ รามอส

เช่นนี้แล้ว ต่อให้อนาคตข้างหน้า จะมีกองหลังคนไหนยิงประตูได้มากกว่า รามอส เขาก็อาจไม่เป็นที่จดจำเท่าก็เป็นได้ หากว่าประตูนั้นมันไม่ได้พิเศษจริงๆ

รามอสกองหลังดาวซัลโวSBOBET24H

ในวันที่สิงห์ขอทวงบัลลังก์

โชเซ่ มูรินโญ่ เคยกล่าวว่าเขารู้ว่าจะพาทีมคว้าแชมป์ลีก หลังจากเซ็นสัญญากับ ดีเอโก้ คอสต้า และ เชส ฟาเบรกาส มายัง เชลซี เมื่อปี 2015 เดอะ สเปเชียล วัน คือคนที่ตรงไปตรงมา และไร้ความปราณีในการหาคนที่เขาคิดวาสามารถชูถ้วยพรีเมียร์ลีกได้ในราคาที่เหมาะสม SBOBET24H

ตอนนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กำลังมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และเฉียบคม เช่นเดียวกันในตลาดซื้อขายนักเตะ ขณะที่เขาเองก็หวังจะเปลี่ยนทีมคนหนุ่มให้กลายเป็นผู้ท้าชิง ฮาคิม ซิเย็ค ถูกเซ็นสัญญาล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ไม่ได้เยอะอะไรหากเทียบกับตลาดซื้อขายในปัจจุบัน

การมาของเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโมร็อกโกได้รับแรงหนุนเข้าไปอีกจากความจริงที่ว่า เชลซี กำลังจะปาดหน้า ลิเวอร์พูล เข้าวินซิว ทิโม แวร์เนอร์ แลมพาร์ด รู้เหมือนเจ้านายเก่าของเขา เมื่อ 5 ปีก่อนว่าทีมของตนกำลังต้องการประตู และบอร์ดบริหารก็หนุนหลังกุนซือของพวกเขา เพื่อให้เซ็นสัญญากับนักเตะที่ต้องการ

ที่ผ่านมา ใช่ว่าบอร์ดของ สิงห์บลูส์ จะให้การสนับสนุนผู้จัดการทีมของพวกเขาหมดทุกคนที่ไหน ไม่เชื่อก็ลองถาม อันโตนิโอ คอนเต้ ดูสิ กับการที่เขาอยากได้ โรเมลู ลูกากู แต่สุดท้ายดันได้คนที่น่าสงสารอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า มาแทน

มันก็ไม่ใช่อีกเหมือนกันกับช่วงซัมเมอร์ที่ 2 ในการกลับมาหนที่ 2 ของ มูรินโญ่ ด้วยการมี ซิเย็ค และ แวร์เนอร์ ทำให้แนวรุกของ เชลซี หมดห่วงไปได้ และเป้าหมายถัดไปของพวกเขาก็คือ เบน ชิลเวลล์ ซึ่งถือเป็นคนโปรดอันดับหนึ่งในใจของ แลมพาร์ด

ในขณะที่ 2 แนวรุกโฉมใหม่ไฉไลน่าจะช่วยให้แดนหน้ามีความอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เรื่องของเกมรับเอง พวกเขาก็ต้องเพิ่มความแข็งแกร่งหาก สิงห์บลูส์ จริงจังกับการท้าทาย 2 มหาอำนาจปัจจุบันอย่าง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ในหัวตาราง

ในฤดูกาลนี้ เชลซี เสียไปแล้วถึง 39 ประตู จาก 29 เกม ซึ่งมากกว่า หงส์แดง ตั้ง 18 ลูกด้วยกัน และ แลมพาร์ด ก็มองว่าตำแหน่งแบ็กซ้ายนี่แหละคือคำตอบของปัญหาหลังบ้าน ย้อนกลับไปในปี 2015 การเซ็นสัญญาของ มูรินโญ่ ส่งผลโดยตรงให้ เชลซี ผงาดคว้าแชมป์ลีก โดย คอสต้า ยิงไป 20 ประตู จาก 26 เกม หลังย้ายมาจาก แอต. มาดริด ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ ขณะที่ ฟาเบรกาส ซึ่งมาจาก บาร์เซโลน่า 27 ล้านปอนด์ ก็จบฤดูกาลด้วยการทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกไปถึง 18 ครั้ง พนันออนไลน์

ตู้โชว์ถ้วยแชมป์ของ เชลซี ที่แห้งหายมาเป็นพักใหญ่ในหลายฤดูกาลก่อนหน้านั้นกลายเป็นสามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ทันทีจากการมาของทั้งคู่ เมื่อได้ชูถ้วยลีก คัพ ก่อนที่จะฟาดแชมป์พรีเมียร์ลีก คอสต้า และ ฟาเบรกาส พร้อมด้วยนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ปี 2015 อย่าง เอแด็น อาซาร์ ทำให้ทีมของ มูรินโญ่ กลายเป็นเดอะ วินเนอร์ส

ในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ การตัดสินใจอันรวดเร็วของ เชลซี ทำให้พวกเขาใกล้จะได้ตัว แวร์เนอร์ อย่างเป็นทางการ ทั้งที่ทางเลือกแรกที่เขาอยากไปอยู่ด้วยคือ ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ค่าฉีกสัญญา 54 ล้านปอนด์ ที่ หงส์แดง อยากขอต่อรองให้ตัวเลขลดลงมา แต่ สิงห์บลูส์ ไม่เสียเวลาด้วยการโฉบตัดหน้าพร้อมจ่ายเต็มจำนวนเพื่อคว้าหนึ่งในดาวยิงฟอร์มร้อนแรงที่สุดของยุโรปในปัจจุบัน

จากสถิติ ไม่มีดาวยิงคนไหนที่มีส่วนร่วมกับประตูในเวทีบุนเดสลีกา ฤดูกาลนี้ มากกว่า แวร์เนอร์ ที่ยิงไป 25 ประตู และทำอีก 8 แอสซิสต์ อีกแล้ว ขณะที่ เจดอน ซานโช่ ซึ่งเหนือกว่าก็ไม่ใช่กองหน้า

แม้ทีมคนหนุ่มของ เชลซี อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการท้าทายตำแหน่งแชมป์ลีกเหมือนกับยุค 2015 แต่การทำงานในตลาดรอบนี้ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นว่า โรมัน อบราโมวิช มีความสุขกับการทุบคลัง แต่เขาก็ยินดีที่จะให้ แลมพาร์ด ได้ใช้เงินก้อนใหญ่ด้วย

ความคำชื่นชมที่มีต่อ เมสัน เมาท์, รีซ เจมส์ และ แทมมี่ อบราฮัม ทั้งหมดประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ และ แลมพาร์ด จะมีการตัดสินใจว่าใครจะอยู่หรือใครจะไปในช่วงซัมเมอร์

หลังจากผ่านตลาดซื้อขายนักเตะที่ไร้ผลในเดือนมกราคม ผู้จัดการทีม เชลซี ต้องขอบคุณสโมสรที่กำลังพยายามให้เขาได้ปรับปรุงทีมตามต้องการ

สิงห์บลูส์ กำลังเข้าใกล้เป้าหมายที่ถูกต้องในซัมเมอรืนี้ ซึ่งมันก็คล้ายกับในปี 2015 แวร์เนอร์ และ ซิเย็ค อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการท้าทาย 2 มหาอำนาจในฤดูกาล 2021 แต่มันก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการเนรมิตยอดทีมของ อบราโมวิช อีกครั้ง

การใช้เงินของเขาช่วยนำแชมป์พรีเมียร์ลีกมาประดับตู้โชว์ได้แล้วถึง 5 สมัย แม้มันดูเป็นเรื่องยากที่ เชลซี จะได้แชมป์สมัย 6 ภายใต้การทำงานของ แลมพาร์ด SBOBET24

แต่ด้วยการลงมืออย่างเฉียบขาด และรวดเร็วในซัมเมอร์นี้ แลมพาร์ด ก็มีโอกาสที่จะเป็นใครคนนั้นที่ทำได้

ในวันที่สิงห์ขอทวงบัลลังก์SBOBET24H

รู้จักมือขวาคนใหม่ของ”เป๊ป”

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้มือขวาคนใหม่มาแทนที่ มิเกล อาร์เตต้า เรียบร้อยแล้วจากการแต่งตั้งโดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยมีชื่อว่า ฆวนม่า ลิโญ่ เป็นโค้ชชาวสเปน SBOBET24H

ส่วนใหญ่คนที่เดินในเส้นทางสายกุนซือมักผ่านประสบการณ์การเป็นนักฟุตบอลมาก่อนทั้งนั้น แต่สำหรับ ฆวนม่า ลิโญ่ หรือชื่อเต็มๆ คือ ฆวน มานูเอล ลิโญ่ ดิเอซ แกเริ่มต้นเดินเส้นทางนี้ตั้งแต่อายุยังไม่ครบ 20 ปีเลย เขาเกิดวันที่ 3 พฤศจิกายน ปี 1965 ที่ โตโลซ่า ใน ประเทศสเปน ปัจจุบันอายุ 54 ปี แกได้เป็นโค้ชคุมทีมระดับท้องถิ่นอย่าง อมารอซ เคอี ตั้งแต่อายุแค่เพียง16 ปี จากนั้นอีก 4 ปีต่อมาก็ได้โอกาสไปคุมทีม โตโลซ่า ซีเอฟ ใน เตร์เซร่า ดิวิชั่น ตอนปี 1985 ก่อนที่จะได้โอกาสกับ มิรานเดส ในปี 1988 และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมตีตั๋วขึ้นไปสู่ลีก เซกุนด้า ดิวิชั่น เบ ในฐานะแชมป์ปีนั้น

พอเข้าสู่ยุค 90 ฆวนม่า ลิโญ่ ได้โอกาสเข้าไปบัญชาทัพ เดปอร์ติบา เลโอเนซ่า ในฤดูกาล 1991-92 เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซืออายุน้อยที่สุดที่สอบผ่านคอร์สด้านการโค้ชในประเทศสเปน และว่ากันว่านี่คือคนที่เป็นต้นตำรับผู้คิดค้นระบบแผน 4-2-3-1 ขึ้นมาด้วย และจากนั้นไม่นานเจ้าตัวก็ถูกทาบทามตัวไปอยู่กับ ยูดี ซาลามังก้า ตามคำสั่งของประธานสโมสร ฆวน โฆเซ่ ฮิดัลโก้ และผลงานในปีนั้น ฆวนม่า ลิโญ่ สามารถพาทีมจบเป็นอันดับ 2 ในลีกดิวิชั่น 3 ของสเปน และในที่สุดพอถึงปี 1995 เมื่อแกผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ก็สามารถพา ซาลามังก้า ทะยานสู่เวทีสูงสุดอย่าง ลา ลีกา สเปน ได้สำเร็จ พร้อมกับสร้างสถิติเป็นกุนซืออายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ลา ลีกา สเปน ที่อายุ 29 ปี แต่พอคุมไป 28 เกมก็ต้องตกงานในที่สุด เพราะมีผลงานที่ย่ำแย่จากการเก็บได้แค่ 4 คะแนนเท่านั้นและจมอยู่บ๊วยของตาราง พนันออนไลน์

ถ้านับเฉพาะการทำงานในบ้านเกิด ฆวนม่า ลิโญ่ ก็ได้โอกาสคุมทีมมากมายทั้งทีมที่มีชื่อเสียงบ้าง ทีมโนเนมบ้าง ลีกสูงๆ บ้าง ลีกล่างๆ บ้าง แต่ถ้าจะพูดถึงผลงานที่ดีที่สุดของแกก็น่าจะเป็นการพา เตเนริเฟ่ รอดตกชั้นในฤดูกาล 1997-98 รวมไปถึงการพา เรอัล โซเซียดาด จบอันดับที่ 6 ในลีก อเดลันเต้ สเปน และคุมทีมแพ้แค่นัดเดียวเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ต้องตกงานไปเพราะพาทีมเลื่อนชั้นสู่ ลา ลีกา ไม่ได้ ส่วนประสบการณ์ที่ดีที่สุดก็คงเป็นการได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปอย่าง ยูฟ่า คัพ กับ เรอัล ซาราโกซ่า ปี 2000 ซึ่งคนที่พาทีมคว้าโควต้าดังกล่าวได้ เช็ตตู โรโฆ ที่ย้ายไป แอธเลติก บิลเบา พอดีซึ่งตัวของ ฆวนม่า ลิโญ่ นั้นได้มารับช่วงต่อ

นอกจากการรับงานในประเทศสเปน ฆวนม่า ลิโญ่ ก็มีโอกาสย้ายออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ยังต่างแดนบ้าง โดยในฤดูกาล 2005-06 กับ โดราดอส ซินาลัว ใน เม็กซิโก, มิโลนาริออส ใน โคลอมเบีย ปี 2014 และ แอตเลติโก นาซิอองนาล ในปี 2017 แถมมีแว๊บมาแถบเอเชียด้วยกับ วิสเซล โกเบ ปี 2018 และ ชิงเต่า ฮวงไห ในประเทศจีน ถ้าจะพูดถึงผลงานที่ดีที่สุดใน

ต่างแดนก็คงเป็นกับสโมสร ชิงเต่า ฮวงไห ในลีก ไชนีส ลีก วัน เพราะ ฆวนม่า ลิโญ่ ได้เข้ามากุมบังเหียนช่วงสิงหาคมปี 2019 แกพาทีมชนะ 6 จาก 7 เกมในบทบาทเฮดโคเช พร้อมพาทีมทะยานจากที่ 5 ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ของลีก และได้โควต้าเลื่อนชั้นสู่สังเวียน ไชนีส ซูเปอร์ลีก นอกจากบทบาทกุนซือแล้ว ช่วงปี 2015-16 เจ้าตัวก็ได้โอกาสเข้าไปร่วมงานกับ ฮอร์เก้ ซามเปาลี ในฐานะ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติชิลี ด้วย ถึงแม้จะเป็นโค้ชที่ประสบการณ์เยอะ แต่น่าเสียดายที่ตลอดระยะเวลา 37 ปีในเส้นทางนี้เจ้าตัวไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์รายการใหญ่ๆ เลยสักครั้ง

ก่อนที่ ฆวนม่า ลิโญ่ จะตอบตกลงเข้าทำงานเป็นมือขวาให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หารู้ไม่ว่าจริงๆ ทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาก่อนที่ เม็กซิโก กับสโมสร โดราดอส ซินาลัว ช่วงปี 2005-06 ซึ่งตอนนั้น ฆวนม่า ลิโญ่ เป็นผู้จัดการทีม ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่ควบตำแหน่งเป็นทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชของทีม แต่ทั้งคู่ก็ร่วมงานกันได้ไม่นานก็ต้องแยกทางกัน เพราะ ฆวนม่า ลิโญ่ ได้ประกาศลาออกตั้งแต่ช่วงกลางซีซั่นท่ามกลางปัญหาทางการเมืองภายในรั้วสโมสร

จริงๆ ทั้ง 2 คนมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาตั้งนานแล้ว และตัวของ เป๊ป ก็ยกย่อง ฆวนม่า ลิโญ่ ในเรื่องของการวางแผนและการแท็คติกมากๆ โดยช่วงปี 199 ตอนที่ ฆวนม่า ลิโญ่ คุม เรอัล โอเบียโด้ และได้โอกาสเจอกับ บาร์เซโลน่า ตอนที่ เป๊ป ยังเป็นนักเตะ ทั้งคู่ต่างชื่นชมกันไปมาอยู่ตลอด จนมาถึงตอนที่ทั้งคู่ได้ปะมือกันในฐานะกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็เล่นไม่ออมมือเลยด้วยการพา บาร์เซโลน่า ยำใหญ่ อัลเมเรีย ของ ฆวนม่า ลิโญ่ ไปแบบถล่มทลายด้วยสกอร์ 8-0 ช่วงฤดูกาล 2009-10 และนั่นถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวตกงานในทันทีด้วย SBOBET24

แต่ตอนนี้ทั้งคู่ได้กลับมาจับมือผนึกกำลังกันอีกครั้งแล้ว แต่อาจจะสับตำแหน่งกันโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นเจ้านาย และ ฆวนม่า ลิโญ่ เป็นผู้ช่วย ถือว่าน่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะทั้งคู่ต่างชื่นชมและยกย่องกันอยู่ตลอดในเรื่องของไอเดียและฝีไม้ลายมือ ดังนั้นเราต้องมารอดูกันว่าทั้งคู่จะช่วยยกระดับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้กลายเป็นทีมที่น่ากลัวได้มากกว่านี้อีกหรือไม่ ?

รู้จักมือขวาคนใหม่ของ”เป๊ป”SBOBET24H