โค้งสุดท้ายลีกรองอังกฤษ

แชมเปี้ยนชิพ หลังผ่านเกมที่ 32 เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยว่าทีมใดมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนกับการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก sbobet24hr

ชัยชนะ 4 เกมติดต่อกัน ทำให้ นอริช ของกุนซือ ดาเนียล ฟาร์เค่ นำห่าง เบรนท์ฟอร์ด 7 คะแนนเท่าเดิม และอยู่เหนือพื้นที่เพลย์ออฟ 7 คะแนนเช่นกัน ขณะที่เหลืออีก 14 เกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้

เมื่อมองจากตัวเลขในตารางคะแนน มีโอกาสสูงที่จะได้เห็น นอริช กลับคืนพรีเมียร์ลีก หลังจากตกชั้นมาได้แค่ปีเดียว ส่วนหนึ่งมาจากการที่ ฟาร์เค่ สามารถเก็บตัวหลักเอาไว้ได้เกือบครบ มีเสียไปเพียงแค่ จามาล ลูอิส กับ เบน ก๊อดฟรีย์ เพียงสองคนเท่านั้น

พวกเนื้อหอมคนอื่นๆ อาทิ ทอดด์ แคนท์เวลล์, แม็กซ์ แอรอนส์, เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย ยังอยู่กับทีมพร้อมหน้าพร้อมตา เช่นเดียวกับฟอร์มดาวยิงที่ไม่มีตก ทีมู พุกกี้

หากแบ่งตารางคะแนนออกเป็นกลุ่มๆ นอริช ยืนอยู่โดดเดี่ยวบนหัวตารางทีมเดียว (67 คะแนน) ขณะที่กลุ่มรองลงมาที่ต้องแย่งอันดับสอง เลื่อนชั้นอัตโนมัติ มีอยู่ด้วยกันสามทีม เบรนท์ฟอร์ด (60 คะแนน), วัตฟอร์ด (60 คะแนน) และ สวอนซี (59 คะแนน) sbo24

ก่อนหน้านี้ เบรนท์ฟอร์ด ด้วยฟอร์มการถล่มประตูอันร้อนแรงของ อีวาน โทนี่ย์ เคยแซง นอริช ก้าวขึ้นเป็นจ่าฝูงแชมเปี้ยนชิพมาแล้ว แต่ก็ยืนระยะไม่ได้ เพราะหลังจากนั้นเกิดแพ้รวด 3 เกมติดต่อกัน ก่อนจะกลับมาพบชัยชนะได้ในเกมล่าสุด

วัตฟอร์ด ก็มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชที่น่าสนใจ เพราะ วลาดิเมียร์ อีวิช ถูกไล่ออกขณะที่ทีมยังอยู่อันดับ 5 ในช่วงกลางเดือนธันวาคม แต่หลังจาก ชีสโก้ มูนญอซ เข้ามาคุมทีมต่อ ตอนนี้ขยับขึ้นสู่อันดับ 3 มีลุ้นเลื่อนชั้นอัตโนมัติแบบเต็มตัว

อีกทีมที่มองข้ามไม่ได้คือ สวอนซี เพราะตัวแปรสำคัญอยู่ที่สองเกมตกค้างในมือ ว่าจะแปรเปลี่ยนเป็นกี่คะแนน หากชนะทั้งสองเกมก็จะขยับไล่บี้จ่าฝูงเหลือแค่สองคะแนน แต่หากทำไม่ได้ ก็ต้องเกาะกลุ่มอยู่กับ เบรนท์ฟอร์ด และ วัตฟอร์ด ต่อไปแบบนี้แหละ

อีกกลุ่มนี่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว เพราะไล่จากอันดับ 5 ลงมาเรื่อยๆ จนถึงอันดับ 12 มีความห่างกันเพียง 9 คะแนนเท่านั้น เป็นอีกฤดูกาลที่ความกระชั้นของคะแนนใกล้เคียงกันมาก ลากลงไปถึงท้ายตารางเลยด้วยซ้ำ

ทีมที่น่าจับตามองตอนนี้มี คาร์ดิฟฟ์ ของกุนซือใหม่ มิค แม็คคาร์ธี่ ที่เพิ่งทะยานจากอันดับ 15 ขึ้นสู่อันดับ 6 หลังจากกวาดชัยชนะ 6 เกมติดต่อกันแล้ว

อีกทีมคือ บาร์นสลี่ย์ ของเฮดโค้ช วาเลเรียง อิสมาแอล ที่ชนะ 4 เกมรวด พรวดขึ้นมาอยู่ที่ 8 ห่างโซนเพลย์ออฟแค่แต้มเดียว SBOBET24

และที่สวนทางลงไปอย่างน่าใจหายก็มี บอร์นมัธ, มิดเดิลสโบรช์, สโต๊ค, บริสตอล ซิตี้, แบล็คเบิร์น พวกนี้อาการน่าเป็นห่วงมาก

โค้ชหลายคนที่เคยผ่านประสบการณ์ในเวทีแชมเปี้ยนชิพจะทราบดี ว่านี่คือลีกที่หนักและท้าทายมากในการคุมทัพ เพราะด้วยผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นที่ยากจะคาดเดา (แม้ทีมตัวเอง) ในทุกๆ สัปดาห์

และตารางคะแนนที่พร้อมเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดชนิดแทบไม่เชื่อสายตา หากชนะติดต่อกันสัก 3-4 นัด หรือแพ้ติดต่อกันสัก 3-4 นัด นี่รู้เรื่องเลย

ไม่เชื่อลองดูผลงานของ คาร์ดิฟฟ์ กับ บริสตอล ซิตี้ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์เป็นตัวอย่าง

โค้งสุดท้ายลีกรองอังกฤษsbobet24hr

วิกฤติของบาร์ซ่า

หลังพ่ายแพ้ต่อ เปแอสเช แฟนๆคาดว่า บาร์เซโลน่า จะคัมแบ็กกลับมาได้ในเกมกับ กาดิซ แต่พวกเขาก็ยังพลาด ปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่มันคืออะไร ? sbober24hr

สิ่งเลวร้ายที่สุดที่แฟนบาร์ซ่าจะจินตนาการถึงในการเจอกับทีมฟอร์มแย่อย่าง กาดิซ ก็คือ ‘ผลเสมอ’ สุดท้าย ‘สิ่งเลวร้าย’ ที่ว่าก็เกิดขึ้นจนได้ แถมสาเหตุและช่วงเวลาที่เกิด ยังบั้นทอนกำลังใจของทีมอย่างร้ายกาจอีกด้วย

บาร์ซ่า ขึ้นนำก่อนโดยใช้เวลาเดินเครื่องอยู่ราวครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็มีโอกาสอีกมากมาย ก่อนโดนตีเสมอจากจุดโทษในอีก 2 นาทีก่อนเสียงนกหวีดสุดท้าย

หลังความพ่ายแพ้ในเกมใหญ่ต่อ เปแอสเช คงไม่มีอะไรที่ซ้ำเติม บาร์ซ่า ไปได้โหดร้ายมากกว่าผลงานในการเล่นกับ กาดิซ อีกแล้ว

กระแสวิจารณ์ในแง่ลบพุ่งเป้าไปที่ เกลม็อง ล็องเล่ต์ ว่าก่อความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ซึ่งตรงนี้คงปฏิเสธไม่ได้

เซนเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติฝรั่งเศสพลาดจริงๆ ขาดความละเอียดในการเข้าบอล ไม่คำนึงว่านั่นคือกรอบเขตโทษ อีกทั้งคู่ต่อสู้ยังไม่อยู่จังหวะที่จะคุกคามอะไรได้ ใจเย็นอีกนิดน่าจะดีกว่า

ในสถานการณ์ตัวต่อตัว วิธีการจัดการกับคู่ต่อสู้มีหลากหลายรูปแบบ หลักๆคือ ชิงเข้าก่อน ตัดโอกาสเล่นบอลเลย หรือ รอจังหวะ เข้าทีหลัง สร้างความกดดัน ดีเลย์ บีบให้เหลือทางเลือกในการเล่นน้อยที่สุด แต่สุดท้ายจุดที่จะชี้ว่าใครดีกว่ากันก็คือการ ‘ตัดสินใจ’

บางคนมองว่ามันแค่เสี้ยววินาที บางทีคิดไม่ทัน จะพูดแบบนั้นก็อาจจะใช่ แต่เซนเตอร์เก่งๆ เขี้ยวๆ จะคิดครับ คิดว่าจะจัดการยังไง ไม่ใช่ ‘ไม่ทันคิด’ อยู่ร่ำไป

นั่นคือข้อแตกต่างระหว่างเซนเตอร์ระดับโลกกับเซนเตอร์ระดับธรรมดา และเป็นเหตุผลว่าทำไมเซนเตอร์บางคนค่าตัว 60-70 ล้าน บางคน 30-35 ล้าน บางคนไม่ถึง 10 ล้าน และบางคนไม่มีใครซื้อไปใช้

อย่างไรก็ดี การที่ บาร์เซโลน่า ไม่ชนะในเกมที่ต้อง “ชนะสถานเดียว” จะโยนความผิดให้ ล็องเล่ต์ รับไปทั้งหมดก็คงเห็นแก่ตัวเกินไป

ฟุตบอลเล่นกัน 90 นาที ลงสนามไปสู้ 11 คน บวกสำรองอีก ทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบทั้งหมด ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเทรนเนอร์อย่าง โรนัลด์ คูมัน

ปัญหาของ บาร์ซ่า คืออะไร ?

ในภาพรวมทั้งซีซั่นส่วนตัวผมคิดว่าปัญหาอยู่ที่เกมรับ นอกจากจะเสียตัวหลักให้กับอาการบาดเจ็บแล้ว วิธีเล่นเกมรับของทีมก็ยังเป็นปัญหา

กระนั้นเกมรุกก็ใช่ว่าจะไม่มีนะครับ มันมีปัญหาด้วยกันทั้ง 2 พาร์ทนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเกมรับมันหนักกว่า แล้วปัญหาที่มี ไม่ใช่ว่าแก้แล้ว มันจะดีอยู่อย่างนั้น ไม่กลับมาเสียอีก

ถึงแก้แล้ว ดีขึ้นแล้ว แต่เกมใดเกมนึงมันจะกลับมาแย่ลงได้อีก เพราะ บาร์เซโลน่า ชุดนี้ยังไม่ stable ยังขึ้นๆลงๆ

ว่ากันในส่วนของปัญหาเกมรับ

สิ่งสำคัญลำดับแรกของการเล่นเกมรับคือการยืนตำแหน่ง, shape การยืนการเคลื่อนที่ทั้ง 11 คน รวมผู้รักษาประตูด้วย

ที่ผ่านมา ผมเห็น โรนัลด์ คูมัน กำหนดวิธีเล่นเกมรับอยู่ 2 แบบ

1. แย่งบอลแดนบน กับ 2.แย่งบอลแดน 2 (กลางสนาม)

ถ้ากำหนดว่าเกมนี้จะเล่นเกมรับแดนบน กองหน้าคือชุดแรกที่จะต้องเข้าทำหน้าที่ก่อน พอเชฟกองหน้าได้แล้ว กองกลางเข้าตาม กองหลังเคลื่อนที่ตาม

สิ่งที่ต้องเช็กคือ ตัวแรกเข้า ตัว 2 ทำหน้าที่อะไร ตัว 3 ทำอะไร แผงกลางขยับยังไง กองหลังขยับขึ้นตามทันมั๊ย ระยะห่างระหว่างไลน์ใกล้เกินไป หรือ ยืนห่างเกินไป

ดูจากคาแรกเตอร์ ความถนัดของตัวรุก 3 ตัวข้างบน กริซมันน์,เดมเบเล่,เมสซี่ 2 ใน 3 คนนี้มีเปอร์เซนต์เกมเล่นค่อนข้างต่ำ

เทียบทั้งหมดแล้ว กริซมันน์ ถนัดเกมรับมากที่สุด แต่บางครั้ง ก็ทำไม่ได้ หรือทำได้ก็ไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะ เมสซี่ กับ เดมเบเล่ ทำไม่ได้ถึงระดับ

เพรสซิ่งแดนบน ไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้าไม่ไปด้วยกัน และถึงแม้ว่าไปด้วยกัน แต่ถ้ามีใครไปไม่เต็ม 100 ไปแค่ 50% หรือ 60% แค่นี้ที่เหลือก็ลิ้นห้อยแล้ว sbo24

เกมกับ เปแอสเช นั้น คูมัน เลือกที่จะเพรสซิ่งสลับทั้ง 2 เเดน โดยดูจังหวะ ถ้าแดนบนเพรสได้ ก็จะเพรส เช่นคู่เซนเตอร์แบ็กเปแอสเชออกบอลไม่ดี จับบอลห่างก็จะเริ่มเพรส หากแต่โดยหลักแล้วจะเริ่มเพรสที่แดน 2

สาเหตุที่พังก็คือ แดนบน เพรสแล้วไม่ได้อะไรเลย เอาไม่อยู่ สถานการณ์ตัวต่อตัวสู้ไม่ได้

ส่วนแดน 2 นั้น ความแม่นยำมีน้อยกว่า สปีดบอลช้ากว่า เมื่อยื้อไปเรื่อยๆก็ค่อยๆ เผยจุดอ่อนให้ เปแอสเช ได้เล่นงาน ซึ่งลูกทีมของ โปเช็ตติโน่ ก็ย้ำอยู่ตรงนั้น จนได้ประตู (ฝั่งของ เดรสต์ เป็นหลัก) ส่วนในเกมกับ กาดิซ ปัญหาหลักไม่ใช่ ล็องเล่ต์ และเกมรับ แต่เป็นเกมรุก

หากการยืนตำแหน่งสำคัญที่สุดสำหรับเกมรับแล้วล่ะก็ การวิ่งหาพื้นที่ก็สำคัญอย่างมากต่อผู้เล่นเกมรุก ซึ่งเมื่อวานผู้เล่นเกมรุกของ บาร์เซโลน่า ทำได้ไม่เลวเลย

กาดิซ ของ อัลาโร่ เซร์เบร่า ดูจากผังเป็น 4-4-2 แต่เวลาเทิร์นมารับจะปรับเป็น 4-5-1 พยายามยืนเป็นบล็อค บีบพื้นที่ แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้เนี๊ยบอะไรมากมาย

ปัญหาทั้งหมดของเกมจึงอยู่ที่ความเฉียบขาดของ บาร์ซ่า เอง เพราะการลำเลียงก็ทำได้ดี การหาพื้นที่ก็ไม่แย่ ด้วยคุณภาพแบบนี้ บาร์ซ่า สมควรยิงได้สัก 2 ประตูเป็นอย่างน้อย แต่ทำยังไง ลูก 2 ก็ไม่มาสักที ติดนิดติดหน่อยตลอด ซึ่งตรงนี้อาจอยู่ที่ความมั่นใจ แรงกดดันหลังแพ้ เปแอสเช ทำให้เกมรุกออกอาการเป๋ บางทีการพยายามเกินไป ก็ทำให้เสียความเป็นธรรมชาติได้ SBOBET24

นั่นคือมุมมองส่วนตัวของผมที่มีต่อเกมเสมอ กาดิซ แต่ถ้าจะลงลึกในรายละเอียดปัญหาของทีมมันสั่งสมมาแล้ว หากยังจำกันได้ก็หนที่โดน บาเยิร์น มิวนิค ไล่ยำที่ เอสตาดิโอ ดา ลูซ นั่นไงครับ ทั้งภาพและเสียงฟ้องชัดเจน มันไม่ใช่อุบัติเหตุลูกหนัง แต่มันคือคุณภาพ ตัวผู้เล่นชุดนี้ ไม่ได้คุณภาพ บางคนเลยจุดที่ดีที่สุดไปแล้ว แต่เทรนเนอร์ยังต้องฝืนใช้งาน เพราะไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่า การหานักเตะเข้ามาเสริมก็ยังไม่อยู่ในระดับของ บาร์ซ่า

ถามว่าจากนี้จะยังไงต่อ ?

คูมัน ก็คงต้องแก้ปัญหาไปเรื่อยๆนั่นแหละครับ ทั้งแบบเกมต่อเกม และแก้แบบระยะยาว ซึ่งต้องเริ่มจากเกมกับ เอลเช่ คืนนี้เลย

กระนั้น ฟุตบอลไม่ใช่ บวก ลบ คูณ หาร ที่มีสูตรตายตัว ที่คิดยังไงก็ได้ผลลัพธ์เป๊ะๆ ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่มีเหลี่ยมมีมุม มีปัจจัยอะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นปัญหาของ คูมัน ทั้งหมดหรือไม่ หากยังแก้ไม่ได้ก็ต้องไป เรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้แหละ

วิกฤติของบาร์ซ่าsbober24hr

แข้งไก่ที่ฟอร์มไม่เปรี้ยงในยุค”มูรินโญ่”

ถึงเวลานี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมอหังการของ ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ ได้ทะยานขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ของผู้จัดการทีมที่จะโดนปลดจากตำแหน่งแล้ว หลังผลงานช่วงหลังยังคงย่ำแย่ต่อเนื่อง เมื่อพ่ายไปถึง 6 จาก 7 เกมหลังสุด พร้อมร่วงมาอยู่อันดับ 9 ของตารางพรีเมียร์ลีกอังกฤษ SBOBET24

ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว สเปอร์ส นั้นพ่าย ลิเวอร์พูล ในบ้าน 1-3 , พ่าย ไบรท์ตัน 0-1 พ่าย เชลวี 0-1 ,พ่ายเอฟเวอร์ตัน ในถ้วยเอฟเอคัพ 4-5 (ต่อเวลาพิเศษ) จนกระทั่งบุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไร้ทางสู้ 0-3 และพ่าย เวสต์แฮม ในเกมล่าสุด

อาจจะยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเหตุใดทัพ “ไก่เดือยทอง” จึงฟอร์มร่วงลงมาได้มากขนาดนี้ ทั้งที่ช่วงต้นฤดูกาลพวกเขานั้นเคยก้าวไปถึงจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกมาแล้ว แต่ที่สังเกตุได้คือนับตั้งแต่ที่ กุนซือชาวโปรตุกีส เข้ามาคุมทัพ มีแข้งชื่อดังหลายรายภายในทีมที่ทำผลงานได้ตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย และนี่คือผู้เล่นเหล่านั้นที่เรารวบรวมมาให้ดูกันว่ามีใครบ้าง

ฮูโก้ ยอริส : นายทวารกัปตันสเปอร์ส และทีมชาติฝรั่งเศส เคยได้รับบาดเจ็บหนักเมื่อฤดูกาลก่อนจนมาในฤดูกาลนี้เราก็แทบไม่ได้เห็น ยอริส แสดงความเหนียวหนึบให้เห็นซักเท่าไหร่ หลังถึงเวลานี้เขาเพิ่งเก็บคลีนชีตได้เพียง 8 นัดเท่านั้น จากการลงเฝ้าเสา 30 เกมในทุกรายการ รวมทั้งเสียประตูในพรีเมียร์ลีกไปแล้วถึง 25 ประตู ซึ่งมีบ่อยครั้งที่เราได้เห็นว่าเขาควรจะทำผลงานได้ดีกว่านี้ แต่บอลกลับเข้าประตูไปดื้อๆซะอย่างงั้น

แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ : มูรินโญ่ ทุ่มเงินซื้อ โดเฮอร์ตี้ มาจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อช่วงซัมเมอร์ เพื่อหวังจะนำมาทดแทน คีแรน ทริปเปียร์ ที่ย้ายไป แอตเลติโก มาดริด แต่ผลงานที่ออกมาของดาวเตะไอร์แลนด์ นั้นกลับไม่สามารถสร้างความประทับใจได้เลย ก่อนที่ มูรินโญ่ จะตัดสินใจใช้งาน แซร์จ เออร์ริเยร์ ให้กลายเป็นหมายเลข 1 ในตำแหน่งนี้แบบถาวร ซึ่งบางทีแบ็กชาวไอริช นั้นอาจจะเหมาะกับการเล่นในตำแหน่ง วิงแบ็กมากกว่า ซึ่งเขาทำได้ยอดเยี่ยมอย่างมากสมัยที่ค้าแข้งกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน

เอริค ดายเออร์ : ดายเออร์ เริ่มต้นกับ มูรินโญ่ ได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลก่อน ไม่ว่าจะในตำแหน่งกองกลางตัวรับ หรือเซ็นเตอร์แบ็ก และเป็นหนึ่งในว่าที่คีย์แมนของทีมในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามฟอร์มของดาวเตะทีมชาติอังกฤษ นั้นกลับลดลงอย่างน่าใจหาย จนกระทั่งถูกดร็อปเป็นตัวสำรองแบบถาวร หลังจากที่ฤดูกาลนี้ทีมคว้า ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก เข้ามาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวโฮลดิ้ง ซึ่ง มูรินโญ่ เคยออกมากล่าวก่อนหน้านี้ว่า ไดเออร์ นั้นกำลังมีปัญหาในเรื่องความมั่นใจอย่างหนัก และเราก็หวังที่จะเห็นเขากลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในเร็ววัน sbo24

โทบี้ อัลเดร์ไวเรลด์: หนึ่งในปราการหลังคนสำคัญของทีมมาตลอดหลายฤดูกาล แต่มาฤดูกาลนี้นับตั้งแต่ทีมปล่อย ยาน แฟร์ต็องเก้น คู่หูของเขาไปเมื่อช่วงซัมเมอรื ฟอร์มของ อัลเดร์ไวเรลด์ ก็ตกลงไปอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะในเกมที่พ่าย เอฟเวอร์ตัน ปราการหลังเบลเยี่ยม นั้นเอาชนะแนวรุกของคู่แข่งได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น จาก 8 ครั้งที่ดวลกัน ขณะที่ในเกมลีกก็มีหลายครั้งที่ยอดแข้งวัย 32 ปีรายนี้แสดงให้เห็นว่าอาจจะหมดยุคของเขาที่ ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ ไปแล้ว

แฮร์รี่ วิงค์ส : ดาวเตะวัย 25 ปีที่มุ่งมั่นที่จะลุ้นติดทีมชาติอังกฤษ ไปลุยศึก ยูโร 2020 ในช่วงกลางปีนี้ แต่แล้วเขากลับทำผลงานตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย จนเวลานี้โดน เอมิลล์ ฮอยเบิร์ก และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ยึดตัวจริงในแผงมิดฟิลด์ไปแบบถาวร

เดเล่ อัลลี : จากหนึ่งในกองกลางพรสวรรค์ของทีม แต่นับตั้งแต่ มูรินโญ่ เข้ามาเราก็แทบไม่ได้เห็น อัลลี่ แสดงศักยภาพออกมาอีกเลย ไม่ว่าจะด้วยปัญหาในสนามที่เมื่อเขาได้โอกาส เขามักจะเล่นได้ไม่ถูกใจกุนซือชาวโปรตุกีส ถึงขนาดที่ถูกวิจารณ์หลังเกมว่า เล่นแบบเห็นแก่ตัว และไม่ค่อยจะวิ่งช่วยเพื่อนเล่นเกมรับ และนั่นทำให้มีรายงานว่าดาวเตะวัย 24 ปี จะถูกโละไปให้ ปารีส แซงต์แชร์กแมง เมื่อช่วงตลาดนักเตะรอบ 2 แต่สุดท้ายการย้ายทีมก็ไม่เกิดขึ้น ทำให้เวลานี้ขึ้นอยู่กับตัว อัลลี เองแล้วว่าจะพิสูจน์ตัวเองอย่างไรว่าเขานั้นยังมีประโยชน์กับทีม เพื่อให้ มูรินโญ่ รู้สึกว่าคิดผิดกับสิ่งที่เขาทำ

แกเร็ธ เบล : บิ๊กดีลของ “ไก่เดือยทอง” เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่แล้วการย้ายจาก เรอัล มาดริด กลับคืนสู่สโมสรเก่าของ เบล ด้วยสัญญายืมตัว กลับไม่เหมือนฝันที่ตั้งใจไว้ เพราะถึงเวลานี้จากอาการบาดเจ็บที่ตามมารบกวนดาวเตะทีมชาติเวลส์อยู่บ่อยครั้ง จนเขาเพิ่งจะได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 15 เกมเท่านั้นในทุกรายการฤดูกาลนี้

นอกจากนั้นผลงานในสนามของดาวเตะวัย 29 ปีก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับทีมซักเท่าไหร่ จนในช่วงหลังเขาต้องตกเป็นตัวสำรองของ สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ หรือแม้กระทั่ง เอริค ลาเมล่า ด้วยซ้ำ ซึ่งเชื่อว่าถึงเวลานี้มีโอกาสสูงเหลือเกินที่ สเปอร์ส จะไม่ซื้อขาดเขาจากทัพ “ราชันชุดขาว” และทำให้เขาต้องกลับไปตามหาฟอร์มของตัวเองในลาลีกา สเปน อีกครั้งในฤดูกาลหน้า sbobet24hr

แข้งไก่ที่ฟอร์มไม่เปรี้ยงในยุค”มูรินโญ่”SBOBET24

ยอดแข้งไก่ฟอร์มหายยุค”มูรินโญ่”

ถึงเวลานี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมอหังการของ ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ ได้ทะยานขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ของผู้จัดการทีมที่จะโดนปลดจากตำแหน่งแล้ว หลังผลงานช่วงหลังยังคงย่ำแย่ต่อเนื่อง เมื่อพ่ายไปถึง 5 จาก 6 เกมหลังสุด พร้อมร่วงมาอยู่อันดับ 9 ของตารางพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เกมส์SBOBET

ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว สเปอร์ส นั้นพ่าย ลิเวอร์พูล ในบ้าน 1-3 , พ่าย ไบรท์ตัน 0-1 พ่าย เชลวี 0-1 ,พ่ายเอฟเวอร์ตัน ในถ้วยเอฟเอคัพ 4-5 (ต่อเวลาพิเศษ) จนกระทั่งเกมล่าสุดก็บุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไร้ทางสู้ 0-3

ถึงเวลานี้อาจจะยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเหตุใดทัพ “ไก่เดือยทอง” จึงฟอร์มร่วงลงมาได้มากขนาดนี้ ทั้งที่ช่วงต้นฤดูกาลพวกเขานั้นเคยก้าวไปถึงจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกมาแล้ว

แต่ที่สังเกตุได้คือนับตั้งแต่ที่ กุนซือชาวโปรตุกีส เข้ามาคุมทัพ มีแข้งชื่อดังหลายรายภายในทีมที่ทำผลงานได้ตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย และนี่คือผู้เล่นเหล่านั้นที่เรารวบรวมมาให้ดูกันว่ามีใครบ้าง

ฮูโก้ ยอริส : นายทวารกัปตันสเปอร์ส และทีมชาติฝรั่งเศส เคยได้รับบาดเจ็บหนักเมื่อฤดูกาลก่อนจนมาในฤดูกาลนี้เราก็แทบไม่ได้เห็น ยอริส แสดงความเหนียวหนึบให้เห็นซักเท่าไหร่ หลังถึงเวลานี้เขาเพิ่งเก็บคลีนชีตได้เพียง 8 นัดเท่านั้น จากการลงเฝ้าเสา 30 เกมในทุกรายการ รวมทั้งเสียประตูในพรีเมียร์ลีกไปแล้วถึง 25 ประตู ซึ่งมีบ่อยครั้งที่เราได้เห็นว่าเขาควรจะทำผลงานได้ดีกว่านี้ แต่บอลกลับเข้าประตูไปดื้อๆซะอย่างงั้น

แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ : มูรินโญ่ ทุ่มเงินซื้อ โดเฮอร์ตี้ มาจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อช่วงซัมเมอร์ เพื่อหวังจะนำมาทดแทน คีแรน ทริปเปียร์ ที่ย้ายไป แอตเลติโก มาดริด แต่ผลงานที่ออกมาของดาวเตะไอร์แลนด์ นั้นกลับไม่สามารถสร้างความประทับใจได้เลย ก่อนที่ มูรินโญ่ จะตัดสินใจใช้งาน แซร์จ เออร์ริเยร์ ให้

กลายเป็นหมายเลข 1 ในตำแหน่งนี้แบบถาวร ซึ่งบางทีแบ็กชาวไอริช นั้นอาจจะเหมาะกับการเล่นในตำแหน่ง วิงแบ็กมากกว่า ซึ่งเขาทำได้ยอดเยี่ยมอย่างมากสมัยที่ค้าแข้งกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน

เอริค ดายเออร์ : ดายเออร์ เริ่มต้นกับ มูรินโญ่ ได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลก่อน ไม่ว่าจะในตำแหน่งกองกลางตัวรับ หรือเซ็นเตอร์แบ็ก และเป็นหนึ่งในว่าที่คีย์แมนของทีมในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามฟอร์มของดาวเตะทีมชาติอังกฤษ นั้นกลับลดลงอย่างน่าใจหาย จนกระทั่งถูกดร็อปเป็นตัวสำรองแบบถาวร หลังจากที่ฤดูกาลนี้ทีมคว้า ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก เข้ามาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวโฮลดิ้ง ซึ่ง มูรินโญ่ เคยออกมากล่าวก่อนหน้านี้ว่า ไดเออร์ นั้นกำลังมีปัญหาในเรื่องความมั่นใจอย่างหนัก และเราก็หวังที่จะเห็นเขากลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในเร็ววัน แทงบอล

โทบี้ อัลเดร์ไวเรลด์: หนึ่งในปราการหลังคนสำคัญของทีมมาตลอดหลายฤดูกาล แต่มาฤดูกาลนี้นับตั้งแต่ทีมปล่อย ยาน แฟร์ต็องเก้น คู่หูของเขาไปเมื่อช่วงซัมเมอรื ฟอร์มของ อัลเดร์ไวเรลด์ ก็ตกลงไปอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะในเกมที่พ่าย เอฟเวอร์ตัน ปราการหลังเบลเยี่ยม นั้นเอาชนะแนวรุกของคู่แข่งได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น จาก 8 ครั้งที่ดวลกัน ขณะที่ในเกมลีกก็มีหลายครั้งที่ยอดแข้งวัย 32 ปีรายนี้แสดงให้เห็นว่าอาจจะหมดยุคของเขาที่ ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ ไปแล้ว

แฮร์รี่ วิงค์ส : ดาวเตะวัย 25 ปีที่มุ่งมั่นที่จะลุ้นติดทีมชาติอังกฤษ ไปลุยศึก ยูโร 2020 ในช่วงกลางปีนี้ แต่แล้วเขากลับทำผลงานตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย จนเวลานี้โดน เอมิลล์ ฮอยเบิร์ก และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ยึดตัวจริงในแผงมิดฟิลด์ไปแบบถาวร

เดเล่ อัลลี : จากหนึ่งในกองกลางพรสวรรค์ของทีม แต่นับตั้งแต่ มูรินโญ่ เข้ามาเราก็แทบไม่ได้เห็น อัลลี่ แสดงศักยภาพออกมาอีกเลย ไม่ว่าจะด้วยปัญหาในสนามที่เมื่อเขาได้โอกาส เขามักจะเล่นได้ไม่ถูกใจกุนซือชาวโปรตุกีส ถึงขนาดที่ถูกวิจารณ์หลังเกมว่า เล่นแบบเห็นแก่ตัว และไม่ค่อยจะวิ่งช่วยเพื่อนเล่นเกมรับ และนั่นทำให้มีรายงานว่าดาวเตะวัย 24 ปี จะถูกโละไปให้ ปารีส แซงต์แชร์กแมง เมื่อช่วงตลาดนักเตะรอบ 2 แต่สุดท้ายการย้ายทีมก็ไม่เกิดขึ้น ทำให้เวลานี้ขึ้นอยู่กับตัว อัลลี เองแล้วว่าจะพิสูจน์ตัวเองอย่างไรว่าเขานั้นยังมีประโยชน์กับทีม เพื่อให้ มูรินโญ่ รู้สึกว่าคิดผิดกับสิ่งที่เขาทำ

แกเร็ธ เบล : บิ๊กดีลของ “ไก่เดือยทอง” เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่แล้วการย้ายจาก เรอัล มาดริด กลับคืนสู่สโมสรเก่าของ เบล ด้วยสัญญายืมตัว กลับไม่เหมือนฝันที่ตั้งใจไว้ เพราะถึงเวลานี้จากอาการ

บาดเจ็บที่ตามมารบกวนดาวเตะทีมชาติเวลส์อยู่บ่อยครั้ง จนเขาเพิ่งจะได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 15 เกมเท่านั้นในทุกรายการฤดูกาลนี้ SBOBET24

นอกจากนั้นผลงานในสนามของดาวเตะวัย 29 ปีก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับทีมซักเท่าไหร่ จนในช่วงหลังเขาต้องตกเป็นตัวสำรองของ สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ หรือแม้กระทั่ง เอริค ลาเมล่า ด้วยซ้ำ ซึ่งเชื่อว่าถึงเวลานี้มีโอกาสสูงเหลือเกินที่ สเปอร์ส จะไม่ซื้อขาดเขาจากทัพ “ราชันชุดขาว” และทำให้เขาต้องกลับไปตามหาฟอร์มของตัวเองในลาลีกา สเปน อีกครั้งในฤดูกาลหน้า

ยอดแข้งไก่ฟอร์มหายยุค”มูรินโญ่”เกมส์SBOBET

ความไร้เทียมทานของ”เรือใบสีฟ้า”

ชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมเอฟเอคัพ รอบ 5 กลายเป็นสถิติชนะติดต่อกันมากที่สุด 15 เกม นับรวมทุกรายการของทีมที่อยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษ เกมส์SBOBET

เป็นอีกหนึ่งสถิติที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างเอาไว้ในวงการฟุตบอลอังกฤษ ทั้งที่ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2020-21 ผลงานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลุ่มๆ ดอนๆ จนแทบไม่อยากเชื่อว่าจะพบชัยชนะ 15 เกมติดต่อกันได้

แล้วจุดเริ่มต้นของสถิตินี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?

บางที เป๊ป อาจต้องขอบคุณ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ที่กระตุ้นและปลุกเร้าลูกทีมให้ตื่นขึ้นมาไล่ล่าชัยชนะ หลังจากทำได้แค่เสมอที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม 1-1 ในช่วงกลางเดือนธันวาคม

ตอนนั้น ซิตี้ อยู่อันดับ 6 มี 20 คะแนนจาก 12 เกม แต่ด้วยคะแนนที่ใกล้ชิดกันมาก (ตามจ่าฝูง ท็อตแน่ม 5 คะแนน และนำทีมอันดับ 13 นิวคาสเซิ่ล 3 คะแนน) ทำให้สถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้อย่างรวดเร็ว

ซิตี้ นับหนึ่งจากเกมที่ เซนต์ แมรี่ส์ ที่ได้มาแบบทุลักทุเลจากประตูเดียวของ ราฮีม สเตอร์ลิง

ตามด้วยเกมคาราบาวคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ลูกทีมของ เป๊ป โชว์ความแข็งแกร่งบุกถล่ม อาร์เซน่อล 4-1 และเกมที่ 4 ในเส้นทาง 15 เกม ที่บุกอัด เชลซี ถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์ 3-1 ต่อด้วยรอบรองชนะเลิศ คาราบาวคัพ ที่บุกชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมดาร์บี้แมตช์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 2-0

นอกนั้นเป็นการตบเด็ก นิวคาสเซิ่ล, ไบรท์ตัน, คริสตัล พาเลซ, แอสตัน วิลล่า, เวสต์บรอม, เชฟฯ ยูไนเต็ด, เบิร์นลี่ย์ ยิงเยอะบ้างน้อยบ้างสลับกันไป แทงบอล

จนมาถึงฟอร์มเทพในเกมที่ แอนฟิลด์ ที่กลับบ้านไปพร้อมชัยชนะ 4-1 เป็นการชนะ 14 เกมติดต่อกัน ตามด้วยเกมเอฟเอคัพ รอบ 5 บุกชนะ สวอนซี 3-1 สร้างสถิติใหม่ให้เกิดขึ้น

แล้วในช่วงที่ ซิตี้ ชนะ 15 เกมติดต่อกัน ใครทำผลงานดีที่สุดกันบ้าง?

ลงสนามมากที่สุด เป็นของ รูเบน ดิอาส 14 เกม ตามด้วย ชูเอา กานเชโล่, อิลคาย กุนโดอาน, โรดรี้ และ ฟิล โฟเด้น 13 เกม

จำนวนนาทีที่อยู่ในสนาม รูเบน ดิอาส 1,148 นาที ตามด้วย แบร์นาร์โด้ ซิลวา 1,067 นาที, อิลคาย กุนโดอาน 996 นาที, ชูเอา กานเชโล่ 951 นาที, จอห์น สโตนส์ 945 นาที

ยิงประตูมากที่สุด อิลคาย กุนโดอาน 8 ประตู, ฟิล โฟเด้น กับ ราฮีม สเตอร์ลิง 6 ประตู, กาเบรียล เชซุส 5 ประตู, แบร์นาร์โด้ ซิลวา 3 ประตู

แอสซิสต์มากที่สุด เควิน เดอ บรอยน์ 5 ประตู, ฟิล โฟเด้น, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้ 3 ประตู, อิลคาย กุนโดอาน 2 ประตู

สร้างสรรค์โอกาสมากที่สุด ฟิล โฟเด้น 28 ครั้ง, เควิน เดอ บรอยน์ 24 ครั้ง, อิลคาย กุนโดอาน 21 ครั้ง, ชูเอา กานเชโล่ 18 ครั้ง, ริยาด มาห์เรซ 17 ครั้ง

ผ่านบอลเข้าเป้า รูเบน ดิอาส 1,059 ครั้ง, โรดรี้ 870 ครั้ง, จอห์น สโตนส์ 832 ครั้ง, ชูเอา กานเชโล่ 692 ครั้ง, แบร์นาร์โด้ ซิลวา 669 ครั้ง SBOBET24

ก่อนหน้าที่ ซิตี้ จะทำสถิติชนะรวด 15 เกม เจ้าของสถิติเดิมเป็นการแชร์ร่วมกันระหว่าง เปรสตัน กับ อาร์เซน่อล ที่จำนวน 14 เกม ตั้งแต่ยังเป็นยุคที่เรียกว่าดิวิชั่น 1

เปรสตัน ทำสถิติเอาไว้ตั้งแต่ปี 1892 เป็นเกมลีก 12 เกม และเอฟเอคัพ 2 เกม จากนั้นก็ถูกทาบโดย อาร์เซน่อล ในปี 1987 ที่ชนะ 10 เกมลีก และ 4 เกมลีกคัพ

อันที่จริง ซิตี้ มีช่วงเวลาที่น่าทึ่งที่คว้าชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 18 เกมในฤดูกาล 2017-18 ซีซั่นที่ เป๊ป สร้างสถิติเอาไว้มากมาย แต่ในช่วงเวลานั้น มีติดตรงที่เกมคาราบาวคัพ รอบ 4 ที่เสมอ วูลฟ์แฮมป์ตัน 0-0 แล้วไปชนะในช่วงการดวลจุดโทษ ทำให้สถิติไม่ถูกจดบันทึก

ถึงตอนนี้ ซิตี้ มีโอกาสบวกสถิติดังกล่าวเพิ่ม แต่อีกสามเกมถัดไปล้วนเป็นงานหนักที่ต้องเจอกับ ท็อตแน่ม ที่ เอติฮัด, เยือน เอฟเวอร์ตัน ที่ กูดิสัน และเยือน อาร์เซน่อล ที่ เอมิเรตส์

จะบวกเพิ่มได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ตอนนี้สถิติดังกล่าวเป็นของ ซิตี้ และ เป๊ป เรียบร้อย

ความไร้เทียมทานของ”เรือใบสีฟ้า”เกมส์SBOBET

หงส์วิกฤติ

ลิเวอร์พูลที่กำลังง่อนแง่นเหมือนเรือยักษ์ใหญ่ไทนาทิคที่กำลังใกล้จะจมลงอยู่มะรอมมะร่อตอนนี้ ต้องการจุดเปลี่ยนในฤดูกาลนี้ให้ได้อีกครั้งอย่างเร่งด่วนและรวดเร็วที่สุดจริงๆ นะครับ และถ้าพวกเขาสามารถทำผลงานได้ดีกับเลสเตอร์ที่เป็นทีมใหญ่เหมือนกันได้ล่ะก็ อาจจะทำให้พวกเขาหาจุดเปลี่ยนนั้นเจอก็ได้ แต่กลับกลายเป็นเหมือนกับว่าพวกเขาถลำลึกสู่ก้นทะเลให้เร็วขึ้นกว่าเดิมไปเสียอีก แทงบอล

ตำแหน่งที่ดีที่สุดของจอร์แดนเฮนเดอร์สัน ไม่ใช่การเล่นเป็นกองหลังตัวกลางแน่ๆ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกๆ คนในโลกยังรู้แล้วทำไมเจอร์เก้น คล็อปป์จะไม่รู้ล่ะครับ ปัญหาของลิเวอร์พูลในตอนนี้ส่วนนึงเลยก็มาจากการที่ “ขาดพลัง” และ สมดุลย์ในแดนกลางด้วยนี่ล่ะครับ ถ้าเราพอจะสังเกตได้ ช่วงก่อนหน้านี้ที่ทีมขาดกองหลังตัวหลักอย่างฟาน ไดค์ไป แต่ยังมีมาทิป กับ โกเมส สลับกันมาเล่นและกองกลางยังไม่เสียสมดุลย์ไปอย่างตอนนี้เพราะยังมีเฮนโด้คอยประคองหรือคอยกำกับอยู่ ลิเวอร์พูลเองก็ยังประคับประคองตัวเองไปได้ล่ะครับ แต่พอไม่มีกองหลังมืออาชีพตัวจริงเหลือแล้ว และต้องถอยเอาทั้งเฮนโด้และฟาบินโญ่ลงไปเล่นเป็นกองหลังแทนแบบนี้ เกมของลิเวอร์พูลเกมไม่มีพลังและไร้ซึ่งความดุดันไปเลยจริงๆ ครับ การนำเข้ามาของ โอซาน คาบัคและเบน เดวิสเองก็น่าจะเพื่อเป็นการทำให้กัปตันเฮนโด้ ขึ้นไปเล่นตำแหน่งที่ถนัดได้เสียที แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดก็ยังโหมกระหน่ำใส่ลิเวอร์พูลไม่หยุดครับ เมื่ออยู่ๆ ฟาบินโญ่เองก็ได้รับบาดเจ็บไปก่อนหน้านี้และด้วยสไตล์การเล่นของเลสเตอร์เองก็ทำให้คล็อปป์ไม่มีทางเลือกครับ ด้วยความเร็วในเกมรุกของจิ้งจอกสยามแบบนี้ไม่น่าจะเป็นเกมที่เหมาะกับกองหลังพันธุ์อืด (เขียนถูกแล้วล่ะ) อย่างแนท ฟิลลิปส์ หรือ รีส์ วิลเลี่ยมแน่นอนครับ จึงทำให้ปัญหาของลิเวอร์พูลในเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาต่อไปเสียที และกับการที่ต้องเปลี่ยนแผงหลังไปตลอดแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอนครับ และมันส่งผลแบบเห็นชัดเจนจริงๆ ในเกมนี้นั่นแหละ

ต้องบอกก่อนเลยครับ ว่าผมไม่ได้เป็นแอนตี้ แฟนของติอาโก้ อาคันทาร่าแต่อย่างใด เพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้เขาอาจจะยังไม่ใช่คำตอบที่ดีนักในการลงสนามมาแก้ปัญหาของทีมที่กำลังระส่ำอยู่ในตอนนี้ ….. ไม่เถียงครับว่าตอนอยู่เสือใต้ ติอาโก้นั้นโดดเด่นและร่ายลีลาได้สุดยอดเพียงใด แต่ว่าการย้ายข้ามลีกนั้นกับผู้เล่นบางคนอาจจะยังต้องใช้เวลาปรับตัวให้ได้อยู่ดี ไม่เว้นแม้แต่ผู้เล่นชัดยอดอย่างติอาโก้ก็ตาม ติอาโก้นั้นมีข้อเสียหลักๆ เลยสำหรับการเล่นพรีเมียร์ลีกครับ นั่นคือรูปร่างของเขาค่อนข้างเสียเปรียบกับบรรดาคู่แข่งอยู่มากพอสมควร และน่าจะเห็นกันแล้วว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่เล่นเกมรับได้ดีซักเท่าไร หลายๆ ครั้งเข้าบอลช้า หรือเสียฟาวล์แบบไม่จำเป็นหลายต่อหลายครั้ง (ในเกมนี้ก็เช่นกัน) กับทีมลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์ชุดนี้ มันจำเป็นเหลือเกินครับ ที่ผู้เล่นแดนกลางต้องทำหน้าที่ได้ทุกอย่างจริงๆ เพราะนี่คือฟันเฟืองขับเคลื่อนของทีมนี้อย่างแท้จริง

การลงสนามในตอนนี้ของติดอาโก้นั้นอาจจะยังเร็วไปหน่อยครับ เขาน่าจะยังต้องปรับตัวให้เข้ากับพรีเมียร์ลีกให้ได้อีกช่วงระยะเวลานึงเลยทีเดียว

แต่ก็นั่นล่ะครับ ความโชคร้ายของลิเวอร์พูลเองก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ เพราะเรื่องที่ผมว่าไปนั้น คล็อปป์เองก็พอจะสัมผัสได้อยู่ล่ะครับ เขาจัดการพักติอาโก้ไว้เป็นแค่สำรอง แต่เจมส์ มิลเนอร์ที่ร้อยวันพันปีแทบไม่เคยเจ็บก็ดันมาเจ็บช่วงนี้ซะอย่างนั้น ทำให้คล็อปป์เองก็ไม่มีทางเลือกและก็ต้องส่งติอาโก้ลงสนามต่อไป …… และผลงานในเกมนี้ของเขาเป็นยังไงก็คงเห็นกันแล้วล่ะครับ

การปรับเปลี่ยนแผงหลังเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ สำหรับฟุตบอลอาชีพอยู่แล้วครับ แต่ในฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลสลับสับเปลี่ยนคู่เซนเตอร์ไปแล้วกว่า 13 คู่ ดังนั้นการจะหาความนิ่ง หรือเสถียรภาพของเกมรับกับพวกเขาในเวลานี้มันแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แน่ๆ อยู่แล้ว ประกอบกับในแผงมิดฟิลด์เองก็ไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติมาแบ่งเบาภาระให้ด้วยทำให้เกมรับของลิเวอร์พูล “ยุ่ย” แบบนี้ที่เห็นเกมนี้นั่นแหละ และแน่นอนล่ะครับ ว่าโอซาน คาบัค คือผู้ต้องสงสัยในการที่เป็นต้นเหตุของการพ่ายแพ้ครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จริงๆ โอซาน คาบัคนั้นมีข่าวกับลิเวอร์พูลตั้งแต่ซัมเมอร์แล้วล่ะครับ ทำให้หลายๆ คนได้แวะเวียนไปดูฟอร์มของคาบัค กับ ชาลเก้ 04 มาบ้าง เกมส์SBOBET

และต่างก็ลงความเห็นไปทำนองเดียวกันว่านี่คือ “บ่อน้ำมัน” ดีๆ นี่เอง ….. แต่ก็นั่นแหละครับ กับทีมงานของเอ็ดเวิร์ดส์ชุดนี้ก็ทำให้เหล่าแฟนบอลเงิบไปหลายครั้งแล้วเหมือนกันกับการซื้อตัวของเขา แต่ …. ณ วินาทีนี้ ยังไม่ใช่ครับ คาบัคนั้นเล่นเกมนี้แบบค่อนข้างจะน่าเห็นใจอยู่พอสมควรเมื่อเขามีโอกาสได้ปรับตัวและเรียนรู้เพื่อนร่วมทีมเพียงแค่ 1 สัปดาห์กว่าๆ เท่านั้น เราจึงได้เห็นว่าหลายๆ ครั้งคาบัคกับเพื่อนร่วมทีมนั้นออกแนว “ประสานงา” มากกว่า “ประสานงานครับ” ลูกประตูตีเสมอนั้นอาจจะไม่ใช่ความผิดพลาดของเจ้าตัวโดยตรงเท่าไร แต่กับลูก 2-1 และ ลูก 3-1 นั้น ต้องบอกเลยว่า “รับไปเต็มๆ” เมื่อเขาชนเข้ากับอลิสซงที่ออกมาเล่นบอลนอกเขตโทษอย่างจัง ทำให้บอลไปเข้าทางวาร์ดี้และวาร์ดี้ก็ได้ยิงประตูที่น่าจะง่ายที่สุดในชีวิตของเขาเข้าไปอย่างง่ายๆ และประตูที่ 3 ก็เป็นเจ้าตัวอีกนั่นแหละ ที่เช็คล้ำหน้าผิดพลาดจนทำให้ทีมโดนตอกฝาโลงแบบสนิทและหมดโอกาสกลับมาในเกมนี้อย่างสิ้นเชิง ….. ตอนนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะครับ ที่คาบัคจะต้องลงเล่นด้วยความกดดันที่มากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก ก็ได้แต่หวังว่าสายตาของไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์จะเฉียบคมอีกครั้งกับเคสของคาบัค SBOBET24

ลิเวอร์พูลในตอนนี้ เหมือนคนที่กำลังดวงตกแบบสุดกู่จริงๆ ครับ อะไรๆ ก็ดูจะไม่เข้าทางพวกเขาไปซะทั้งหมด จริงๆ เกมนี้พวกเขานั้นก็ไม่ได้แย่เสียจนเกินไปครับ พวกเขาครองเกมได้แทบจะอยู่ฝ่ายเดียว และแทบจะปิดเกมบุกของเลสเตอร์ไว้ได้แทบจะทั้งเกมเลยก็ว่าได้ …. แต่ก็นั้นแหละครับ พวกเขาก็ทำได้แค่ “เกือบ” นั่นแหละ พอพวกเขาต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับเพื่อที่จะเก็บผลการแข่งขันหรือประคองความได้เปรียบในเวลาที่เหลือแค่ 10 นาที ก็กลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นสำหรับพวกเขาไปเสียแล้ว และยังมาโดยการตัดสินจาก VAR ที่ไม่เป็นใจเข้าไปอีก ทำให้พวกเขาต้องพังทลายลงไปอีกครั้งอย่างหมดรูป ….. เจอร์เก้น คล็อปป์เองก็ดูเหมือนจะยอมรับชะตากรรมในฤดูกาลนี้ไปแล้วล่ะครับ ว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสจะป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้จริงๆ ซะแล้ว

หงส์วิกฤติแทงบอล

บทสรุปพรีเมียร์ลีกวีคเอนด์

ผ่านไปอีกเกมของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้ว่าจะยังเหลืออีกคู่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด กับ คริสตัล พาเลซ แต่บรรดาทีมใหญ่ลงสนามกันไปครบแล้ว บรรดาทีมใหญ่มีทั้งทำผลงานได้ตามเป้าและผลงานน่าผิดหวัง ซึ่งเกมใหญ่คงหนีไม่พ้นที่แอนฟิลด์ของสองคู่แข่งแย่งแชมป์ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เล่นกันเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แทงบอล

ส่วนมีประเด็นจากตรงไหนน่าสนใจบ้างไปติดตามกัน

เรือใบแล่นชิวเข้าป้ายแชมป์?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินหน้าไปอีกหนึ่งก้าวในการทวงคืนตำแหน่งแชมป์หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วปล่อยให้ ลิเวอร์พูล เข้าป้ายไปแบบสบายๆ

ชัยชนะเหนือ “หงส์แดง” ที่แอนฟิลด์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003 หรือเกือบ 20 ปีที่แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ 3 คะแนนธรรมดาเท่านั้น แต่มันเป็นการประกาศศักดาว่าพวกเขาพร้อมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งในปีนี้

หลังจากที่ออกสตาร์ทฤดูกาลไม่ดีนักทีมค่อยๆเดินหน้าคว้าชัยชนะมาแบบเงียบๆ จนต้อนนี้ชนะมาแล้ว 14 เกมติดต่อกันทุกรายการ ส่วนในบีกก็ไม่แพ้ใคร 14 นัดและเป็นการชนะถึง 12 เกม

จากที่ตอนแรกอยู่กลางตาราง ตอนนี้ขึ้นมารั้งจ่าฝูง และไม่ใช่แค่นั้นทีมทิ้งห่างรองจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5 แต้ม แถมยังแข่งน้อยกว่าอีกหนึ่งเกมด้วย

นี่ขนาดว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าตัวเก่งแทบไม่มีส่วนร่วมแถม เควิน เดอ บรอยน์ มาเจ็บไป ทีมยังทำได้ดีขนาดนี้หากทุกคนกลับมาพร้อมคงยากที่ใครจะหยุดอยู่

แฮร์รี่ เคน คนที่ สเปอร์ส ขาดไม่ได้

หลังบาดเจ็บไปในเกมที่ทีมพ่ายคาบ้านให้กับ ลิเวอร์พูล 1-3 สองเกมถัดจากนั้นทีมแพ้สองนัดรวดให้กับ ไบรท์ตัน และ เชลซี โดยที่ทีมทำประตูไม่ได้เลย

ขนาดว่า ซน ฮึง-มิน ที่ผลงานร้อนแรงในปีนี้ทำประตูมาอย่างต่อเนื่องกลับกลายเป็นไร้เขี้ยว-เล็บเมื่อไม่มีคู่แข่งในแนวรุกอย่าง แฮร์รี่ เคน

เพราะไม่ใช่แค่เพียงแค่ทำประตูเท่านั้น ดาวยิงทีมชาติอังกฤษยังสามารถพักบอลและแอสซิสต์ให้กับเพื่อนได้อีกด้วย ดูจากสถิติที่เจ้าตัวผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูไปแล้วถึง 11 ครั้งในซีซั่นนี้ มากที่สุดในลีก

การกลับมาลงสนามในเกมกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ถือเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่หลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เพิ่งบอกว่านักเคะต้องพักราว 2 สัปดาห์ ซึ่งก็ต้องพักอีก 1 สัปดาห์กว่าจะกลับมาได้ แต่กลับลงสนามในเกมเมื่อวันอาทิตย์

และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการทำประตูในทันที ในขณะที่ ซน ฮึง-มิน ก็กลับมาทำประตูได้เช่นกัน แม้จะไม่ได้มาจากแอสซิสต์ของ แฮร์รี่ เคน ก็เถอะ แต่ก็ต้องบอกว่ามีอิทธิพลอย่างมาก

ไม่แปลกที่หลังจบเกม แม้แต่กุนซือจอมหยิ่งผยองอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ยังออกมายอมรับว่า แฮร์รี่ เคน คือคนสำคัญที่ “ไก่เดือยทอง” จะขาดไปไม่ได้เลย

ทิโม แวร์เนอร์ ดีขึ้นเรื่อยๆแม้ไม่มีประตู

ชัยชนะเหนือ เชฟฟิดฃ์ ยูไนเต็ด 2-1 ของ เชลซี เป็นอีกครั้งที่ไม่มีชื่อของ ทิโม แวร์เนอร์ บนสกอร์บอร์ดอย่างที่แฟนๆอยากเห็น

ครั้งล่าสุดที่ยิงประตูได้เกิดขึ้นในเกมเอฟเอ คัพกับ มอร์แคมบ์ เมื่อ 10 มกราคม ส่วนประตูในพรีเมียร์ลีกต้องย้อนไปถึงเกมเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่เปิดบ้านชนะ “ดาบคู่” นี่เอง

แต่ก็ยังถือว่ามีเรื่องดีอยู่บ้างที่เจ้าตัวนอกจากจะ แอสซิสต์ ให้ เมสัน เมาท์ ทำประตูแล้วก็ยังเรียกจุดโทษให่ จอร์จินโญ่ สังหารเข้าไปด้วย ซึ่งทาง แวร์เนอร์ เองก็ออกมาพูดหลังจบเกมว่าแม้จะผิดหวังที่ไม่มีประตู แต่ในภาพรวมก็พอใจผลงานของตัวเอง เกมส์SBOBET

เรื่องความขยันวิ่งและช่วยเพื่อนร่วมทีมนั้นไม่ใช่ปัญหา ขาดแค่เพียงประตูเท่านั้นที่จะยิ่งทวีความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้นกว่านี้

ด้วยสไตล์การเล่นของ “สิงห์บลูส์” ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล น่าจะเอื้อกับการเล่นของ แวร์เนอร์ ซึ่งเชื่อได้ว่าอีกไม่นานเกินรอเจ้าตัวจะกลับมาพังตาข่ายได้อีกครั้งแน่นอน

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่ได้มีดีแค่ยิงจุดโทษ

นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสยกระดับผลงานของทีมขึ้นมาอย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ทีมขึ้นมาอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่อีกครั้ง

ถึงกระนั้นก็มีหลายคนที่ค่อนขอดว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีดีเพียงแค่ยิงจุดโทษเท่านั้น แม้ว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวจะขับเคลื่อนเกมได้เป็นอย่างดี

ในเกมที่ทีมเปิดบ้านเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน แม้ว่าจะน่าเซ็งกับการโดนตีเสมอในช่วงทดเจ็บ แต่ประตูที่ บรูโน่ ทำได้นั้นต้องบอกว่าสวยงามสามารถส่งเข้าประกวดได้เลย

ประตูที่ชิบบอลลอยเสียบใต้คานอย่างสวยงามนี้ถือเป็นลูกที่ 30 ที่เจ้าตัวทำให้กับ “ปีศาจแดง” นับตั้งแต่ย้ามาร่วมทีม

ก่อนหน้านี้การยิงฟรีคิกที่ยอดเยี่ยมในเกมกับ ลิเวอร์พูล ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่ยิงจุดโทษเพียงอย่างเดียวอย่างที่ถูกกล่าวหา

โดยเฉพาะกับแฟนบอล “ทอฟฟี่” ที่คงไม่สงสัยในเรื่องนี้ เพราะเกมแรกที่กูดิสัน พาร์คก็โดน บรูโน่ ซัดสองลูกให้ผีแดงบุกชนะ 3-1 มาแล้ว

อาร์เซน่อล คืนฟอร์มแย่อีกครั้ง

ชัยชนะเหนือ เชลซี 3-1 ในวัน “บ็อกซิ่ง เดย์” ทำให้ อาร์เซน่อล คืนฟอร์มกลับสู่เส้นทางอย่างที่พวกเขาควรจะเป็นอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นทีมเดินหน้าโชว์ผลงานไม่แพ้ใคร 6 เกมติดต่อกัน

แม้จะแพ้ในการเจอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ตกรอบเอฟเอ คัพ แต่ไม่กี่วันให้หลังก็เอาชนะ “นักบุญ” ในเกมลีกเป็นการล้างตาได้สำเร็จ รวมถึงเปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เล่นนอกบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

ทว่าสองเกมล่าสุดทีมกลับแพ้ให้กับทีมรองบ่อนอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 และล่าสุดกับการแพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 นั้นเป็นสิ่งที่เหล่าสาวกปืนโตรับไม่ได้จริงๆ SBOBET24

จากที่จะกลับมาดีตอนนี้หล่นไปอยู่อันดับ 10 แถมยังแข่งมากกว่าอีกหลายๆทีมด้วย โดยทีมลงเล่น 23 เกม เก็บไปเพียง 31 ประตูเท่านั้น

สุดสัปดาห์หน้าทีมจะเปิดบ้านพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งหากมองหน้าเสื่อว่าคงไม่พลาดเอาชนะได้ แต่จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่คงต้องบอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ

บทสรุปพรีเมียร์ลีกวีคเอนด์แทงบอล

แชมป์เก่าหมดลุ้น

ต่อให้รักแค่ไหน แต่ยังไงถ้าถ้าคนที่เรารักกำลังเดินผิดทาง หรือทำตัวน่าผิดหวัง ก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนกันบ้างล่ะครับ ไม่เว้นแม้แต่ทีมรักอย่างลิเวอร์พูลที่ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในค่ำคืนที่ผ่านมาเช่นกัน SBOBET24

อาจจะบอกว่าเป็นการ “เก่งหลังเกม” ก็ได้ล่ะครับ แต่ในเมื่อผลการแข่งขันมันออกมาแบบนี้ โค้ชอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ก็ต้องรับผิดชอบผลของการตัดสินใจแบบนี้ไปนั่นแหละ กับการที่ลิเวอร์พูลเองก็ได้กองหลังธรรมชาติมาเสริมทีมเรียบร้อยแล้ว แถมมีถึง 2 ตัวอย่างโอซาน คาบัค กับ เบน เดวิส เลยด้วยซ้ำ แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ก็ตัดสินใจเลือกที่จะใช้กองกลางอย่างเฮนโด้ และฟาบินโญ่มาเล่นกองหลังตัวกลางเหมือนดังเช่นเคย โอเคล่ะครับ เข้าใจได้เลยว่าผู้มาใหม่ต้องมีการปรับตัวแน่นอนอยู่แล้ว แต่มันก็น่าคิดเหมือนกันล่ะครับ ว่าคนที่ฝืนเล่นในตำแหน่งที่ไม่ได้เป็นธรรมชาติของตัวเอง กับ คนที่เพิ่งมาใหม่ แต่เล่นในตำแหน่งนี้มาตลอดแบบนี้ การเลือกแบบไหนมันถูกต้องกว่ากัน

ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าเรามองย้อนกลับไปดูถึงตอนนี้ฟาน ไดค์เพิ่งย้ายมาลิเวอร์พูล เขาเองก็ลงสนามในทันทีเหมือนกัน และก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรเท่าไรเลย แถมยังเป็นคนโหม่งประตูชัยด้วยซ้ำ ซึ่งตรงนี้ก็ยืนยันได้ล่ะครับ ว่าการเลือกตัดสินใจแบบนี้ก็น่าจะมาจากคล็อปป์เองมากกว่า และกับผลการแข่งขันแบบนี้ก็ต้องบอกกันตรงๆ ล่ะครับ ว่าเขาตัดสินใจผิดจริงๆ เพราะทั้งเฮนโด้และฟาบินโญ่โดนแนวรุกของซิตี้เล่นงานแทบทั้งเกมจนเละเทะไปหมด และกับการเอาสองคนนี้มาเล่นตำแหน่งกองหลังแบบนี้ก็ทำให้เกมแดนกลางของลิเวอร์พูลตกเป็นรองแมนฯ ซิตี้อย่างเห็นได้ชัดเลยด้วย ใครจะไปรู้ล่ะครับ ว่าถ้าเฮนโด้หรือฟาบินโญ่ได้กลับไปเล่นกองกลางอย่างที่ตัวเองถนัด ผลการแข่งขันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ แทงบอล

ไม่รู้ว่าใครจะคิดเหมือนผมหรือเปล่า ….. แต่ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้ช่างดูเปราะบางจริงๆ ครับถ้าเกมออกมายังเสมอ 0-0 หรือนำอยู่ก็ยังจะพอเบาใจได้หน่อย แต่เมื่อไรที่พวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลัง หรือกระทั่งตอนที่นำอยู่แล้วโดนตีเสมอขึ้นมา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหมดแรง หมดพลังที่จะฮึดสู้ไปเอาทวงประตูคืน หรือเอาประตูชัยไปแล้วจริงๆ ลิเวอร์พูลในตอนนี้ดูเหมือนคนที่กำลังสับสนหลงทาง และเปราะบางมากเหลือเกินครับ จริงๆ การเล่นของพวกเขาในวันนี้ก็ต้องบอกว่า “พอใช้ได้” เหมือนกัน แต่ว่าผลการแข่งขันในช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนมันยัง “หลอน” พวกเขาอยู่ และดูเหมือนว่ามันยังฝังอยู่ในหัวของพวกเขาชนิดที่ว่าหยั่งรากลงไปลึกมากจนสลัดให้ออกไปไม่ได้ง่ายๆ เลยทีเดียว จริงอยู่ครับ พวกเขาเริ่มต้นได้ดี และมารอดตัวไปจากจังหวะการเสียจุดโทษ แต่จากแววตาและภาษากาย และการเล่นในสนามของพวกเขา เหมือนกับว่าเสียขวัญและสติแตก

ไปหมดแล้ว พวกเขาเล่นกันชนิดที่เรียกได้ว่า “ไร้ทิศทาง” จริงๆ ครับ แต่กระนั้นก็ยังโชคดี ที่พวกเขายังได้ประตูตีเสมอจากจังหวะโชคดีแบบสุดๆ จากความผิดพลาดของกองหลังแมนฯ ซิตี้ แต่มันก็แค่นั้นล่ะครับ หลังจากนั้นพวกเขาก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สร้างความอันตรายใดๆ ต่อทีมเรือใบสีฟ้าทีมนี้ได้เลย จนมันเกิดโศกอนาตกรรมกลางแอนฟิลด์อย่างที่เห็นๆ กันนั่นแหละ

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วล่ะครับ ว่าในเกมใหญ่แบบนี้ ไม่มีการอนุญาตให้ผิดพลาดได้อยู่แล้ว แต่ก็แบบที่เห็นกันครับ ลิเวอร์พูลในเกมนี้ก่อความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และผิดพลาดแบบไม่ยอมเข็ดหลาบเอาเสียเลย จริงๆ แล้วทางฝั่งแมนฯ ซิตี้เองก็ก่อความผิดพลาดออกมาแบบน่าเขกกะโหลกเหมือนกันนะครับ จากจังหวะที่รูเบน ดิอ๊าซ ไปพลาดปั๊มบอลผิดจังหวะจนทำให้ซาล่าห์หลุดเดี่ยว จนต้องเสียท่าไปดึงดาวยิงสัญชาติอิยิปต์จนผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษจนทำให้เสียประตูตีเสมอในจังหวะนี้ แต่มันจิ๊บจ๊อยไปเลยครับ เมื่อเทียบกับความผิดพลาดที่ลิเวอร์พูลก่อขึ้นในเกมนี้ ทั้งที่พวกเขารอดตัวอย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ฟาบินโญ่ไปทะเล่อทะล่าดีดลูกหลังไปโดนสเตอริ่งจนเสียจุดโทษ แต่กุนโดกันกลับยิงจุดโทษพลาดอย่างเหลือเชื่อ แต่พวกเขาก็เหมือนคนเจ็บแล้วไม่จำครับ กลับมาก่อความผิดพลาดจนทำให้เกิดหายนะในเกมนี้ขึ้นมาจากพ่อหมี อลิสซง เบ็คเกอร์ที่อยู่ๆ ก็จ่ายบอลพลาดไปเข้าทางผู้เล่นทางฝั่งแมนฯ ซิตี้ดื้อๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้โดนกดดันอะไรมากมายจากผู้เล่นแมนฯ ซิตี้เลย จนทำให้ทีมตกเป็นฝ่ายตามหลังแบบไม่น่าเกิดขึ้น และหลังจากนั้นไม่นานก็มาผิดพลาดซ้ำแบบเดิมอีก จนทำให้ทีมตกตามหลังอย่างสุดกู่ 3-1 ซึ่งกับสถานการณ์ในตอนนี้ที่ทั้งสองทีมฟอร์มการเล่นและความมั่นใจสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ ครับที่ลิเวอร์พูลจะกลับมาได้ในเกมนี้ และสุดท้ายพวกเขาก็โดนตอกตะปูฝังฝาโลงแบบแนบสนิทจากจังหวะที่โดนฟิล โฟลเด้นลากโซโล่ เดี่ยวมาซัดเข้าแสกหน้าอย่างเด็ดขาด เท่ากับว่าเกมนี้พวกเขาแพ้เพราะตัวเองจริงๆ เกมส์SBOBET

ตอนนี้การแข่งขันพรีเมียร์ลีก เพิ่งผ่านเกินครึ่งทางไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่กับสถานการณ์ในตอนนี้คงต้องยอมรับกันจริงๆ ล่ะครับ ว่าประตูของการป้องกันแชมป์สำหรับลิเวอร์พูลแล้ว น่าจะปิดตายไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ ตอนนี้สิ่งที่คล็อปป์และทีมควรทำคือ หาทางกลับเข้าสู่สถานการณ์ที่ควรจะเป็นให้เร็วที่สุดครับ และอาจจะต้องถึงกับเป็นการ “เตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า” กันตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ได้ จัดการกับนักเตะใหม่ให้เข้ากับทีมให้ได้เร็วที่สุด และควรจะต้องลดบทาทกับนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมเสียที โดยอาจจะต้องมุ่งเป้าไปที่การแข่งขันที่ยังพอจะมีลุ้นได้บ้างอย่างถ้วย UCL ที่เหลืออยู่นี่แหละครับ ในลีกอาจจะต้องยอมรับและเล่นแค่ประคองไปก่อน และไปเน้นสุดๆ กับ UCL ที่ยังพอจะมีลุ้นมากกว่า

การหมดลุ้นแชมป์แต่เนิ่นๆ แบบนี้คิดๆ ไปก็น่าเจ็บใจและท้อแท้อยู่เหมือนกันล่ะครับ แต่ถ้ามันทำให้เรารู้ตัวและไปทุ่มเทกับสิ่งที่เหลืออยู่อย่างการเป็นเจ้ายุโรปสมัยที่ 7 และถ้าสุดท้ายมันจบลงแบบนั้น ก็นับว่าเป็นการปลอบใจแฟนๆ ได้ดีอยู่

แชมป์เก่าหมดลุ้นSBOBET24

“เมสซี่”จ่ออำลาบาร์ซ่า

ลิโอเนล เมสซี่ รอตัดสินใจเรื่องอนาคตค้าแข้งของตนเองหลังจบฤดูกาลนี้โดยมีแนวโน้มว่าซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์อาจเลือกอำลา ‘คัมป์ นู’ เพื่อย้ายซบ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ช่วงซัมเมอร์นี้ แทงบอล

ลิโอเนล เมสซี่ เกิดและเติบโตมากับ บาร์เซโลน่า นับตั้งแต่ลงประเดิมสังเวียนกับทีมอาซูลกราน่าเมื่อปี 2004 เขาประสบความสำเร็จและสร้างสถิติมากมายร่วมกับสโมสร แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่เกิดความบาดหมายหลายเรื่องระหว่างนักเตะกับสโมสรอาจถึงเวลาที่ซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์เตรียมโบกมือลาถิ่น ‘คัมป์ นู’ ในช่วงซัมเมอร์นี้

เมสซี่ ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อน อังเคล ดิ มาเรีย ปีกชาวอาร์เจนไตน์จะเป็นแข้ง เปแอสเช คนล่าสุดที่พูดถึงประเด็นของ เมสซี่ อีกครั้ง

ปีกเพื่อนร่วมชาติกล่าวถึงอนาคตของ เมสซี่ ที่ตกเป็นข่าวว่ามีโอกาสย้ายมาค้าแข้งกับ เปแอสเช ในช่วงซัมเมอร์นี้ว่า ‘ใช่, ใช่ ผมหวังอย่างนั้น มีความเป็นไปได้มากมาย เราต้องใจเย็นละสิ่งต่างๆจะพัฒนาไปตามแนวทางของมัน’

แน่นอนว่าการแสดงความคิดเห็นของ ดิ มาเรีย ไม่ถูกใจ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ของ บาร์เซโลน่า ที่เพิ่งนำทีมอาซูลกราน่าผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของศึก โกปา เดล เรย์ หลังเกมบุกชนะ กรานาด้า 5-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษเมื่อวันพุธ และยังมีโปรแกรมดวลเกือกกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรกช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้

‘มันดูเหมือนขาดความเคารพสำหรับผม’ คูมัน กล่าวถึงการแสดงความเห็นล่าสุดของ ดิ มาเรีย ‘มันไม่ถูกต้องที่จะพูดแบบนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ลีก มันไม่ยุติธรรมและผมไม่คิดว่ามันเป็นการเคารพ บาร์เซโลน่า จะพูดแบบนั้นเกี่ยวกับนักเตะที่เป็นของเรา พวกเขาพูดมากมายเกี่ยวกับ เลโอ ที่เล่นกับ บาร์เซโลน่า อีกทั้งเรายังมีโปรแกรมลงเตะกับพวกเขาด้วย’

นั่นคือการออกข่าวเขย่า ‘คัมป์ นู’ เที่ยวล่าสุดจากฝั่งทีมดังเมืองน้ำหอม เนื่องจาก เมสซี่ กำลังจะหมดสัญญากับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ แน่นอนว่าซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์มีสิทธิ์เจรจาเพื่อทำข้อตกลงล่วงหน้ากับสโมสรใดก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา

ดังนั้นการออกมาให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จึงไม่ใช่เรื่องผิดกฎแต่อย่างใด ทว่ามันอาจเป็นการผิดมารยาทตามมุมมองของทีมอาซูลกราน่า

การสร้างสงครามประสาทปั่น ‘คัมป์ นู’ ของ เปแอสเช เกิดขึ้นตั้งแต่ เนย์มาร์ ให้สัมภาษณ์สื่อตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่าเขามีความปรารถนาที่จะเล่นกับ เมสซี่ อีกครั้ง หลังเคยสร้างอีกหนึ่งในแนวรุกชุดประวัติศาสตร์ของโลกลูกหนังนาม ‘MSN’ ร่วมกับอีกหนึ่งแข้งดาวดัง หลุยส์ ซัวเรซ ในช่วงปี 2014-2017

‘สิ่งที่ผมต้องการมากสุดคือการเล่นร่วมกับ เมสซี่ อีกครั้ง ได้สนุกกับการอยู่ในสนามร่วมกับเขา’

‘เขาสามารถเล่นในพื้นที่ของผมได้ เขาจะไม่มีปัญหาใดๆ แน่นอน ผมต้องการเล่นกับเขาอีกครั้ง และมั่นใจว่าในฤดูกาลหน้า เราจะจัดการในเรื่องนี้’

การเล่นร่วมกับ เมสซี่ มันจะเกิดขึ้นได้มีเพียง 2 กรณีคือการย้ายกลับ ‘คัมป์ นู’ ของ เนย์มาร์ หรือการย้ายมาค้าแข้งในฝรั่งเศสของ เมสซี่ ซึ่งกรณีหลังเกิดขึ้นง่ายกว่าหากพิจารณาจากสัญญาของนักเตะ ขณะเดียวกัน บาร์เซโลน่า กำลังประสบปัญหาทางการเงินคงไม่มีทุนพอสำหรับการดึงกองหน้าชาวบราซิเลียนกลับคืนสโมสรตามที่เคยประโคมข่าวก่อนหน้านั้น

อย่างไรก็ตามฝ่ายบริหารของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง นำโดย นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ ประธานเปแอสเชยังสงวนท่าทีเลี่ยงที่จะกล่าวถึง ลิโอเนล เมสซี่ เนื่องจากไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับ บาร์เซโลน่า

เช่นเดียวกับ เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของทีมดังเมืองน้ำหอมที่จะไม่กล่าวถึงนักเตะที่ยังเป็นของสโมสรอื่น ‘คุณต้องรักษาความเคารพต่อ เมสซี่ เขาคือนักเตะของ บาร์เซโลน่า’

‘เราไม่ชอบเช่นกันเมื่อนักเตะของเราถูกพูดถึง ดังนั้นเราไม่ต้องการพูดถึงนักเตะของทีมอื่น และตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องตลาดซื้อขายด้วย’

ทว่านั่นเป็นเรื่องราวหน้าฉากเท่านั้น ฝ่ายบริหารของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อาจมีการติดต่อพูดคุยเรื่องอนาคตของของ เมสซี่ กับ ฮอร์เค่ เมสซี่ บิดาที่เป็นเอเยนต์ของนักเตะที่กำลังกลายเป็นฟรีเอเจนต์เช่นกัน

ส่วนสื่อเมืองน้ำหอมบางสำนักรับลูกปั่นข่าวป่วน ‘คัมป์ นู’ เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกรณีแต่งตั้ง เมาริซิโอ โปเช็ตตีโน่ เป็นกุนซือคนใหม่แทน โธมัส ทูเคิ่ล ที่สื่อค่าย ‘เลอ ปารีเซียง’ อาจว่าจากฐานะคนชาติเดียวกันอาจช่วยโน้มน้าว เมสซี่ ตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมง่ายขึ้น ทว่า ‘พอช’ ฉลาดพอที่จะไม่กล่าวถึงซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์โดยตรงบอกแต่เพียงว่า ‘ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยินดีต้อนรับนักเตะยิ่งใหญ่ทุกคนบนโลกใบนี้’

‘ไม่ว่าผมจะพูดอะไรก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ผมชอบสิ่งที่ผมมีอยู่ที่นี่ นักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่เล่นได้กับทุกลีกและทุกทีม’

‘ผมเคารพนักเตะที่อยู่กับทีมอื่น เพราะพวกเขา (ทีม) อาจจะไม่พอใจและผมเข้าใจว่าทำไม’

‘เราเข้าใจดีว่าในโลกฟุตบอลไม่มีนักบุญ ไม่มีใครสามารถบ่นได้ว่าแต่ละสโมสรพยายามอย่างเต็มที่ที่จะปรับปรุงทีมของตัวเอง แต่นี่ไม่ได้ปิดบังข้อความที่ผ่านมาของเรา’

ต่างจากนักเตะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง บางคนโดยเฉพาะแข้งสายเลือดอาร์เจนไตน์อย่าง เลอันโดร ปาเรเดส ที่จ้อออกสื่อหลายครั้งถึงเพื่อนร่วมชาติอย่าง เมสซี่ จนสร้างความขุ่นเคืองกับทีมอาซูลกราน่า

‘ไม่ว่าใครก็ต้องการนักเตะอย่าง เมสซี่ อยู่ในทีม มันขึ้นอยู่กับสโมสร, เลโอนาร์โด้ และประธานสโมสรที่จะโน้มน้าวให้เขามาอยู่กับเรา’

‘การตัดสินใจนั้นขึ้นอยู่กับ เลโอ เมสซี่ แต่แน่นอนว่ามันคงเป็นเรื่องสุดยอดมากที่มีนักเตะอย่างเขาอยู่ในทีมเรา’ มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์กล่าวกับ ‘เลกิ๊ป’ เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา

ถัดจากนั้นอีก 3 วัน มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์กล่าวประเด็นเดิมกับ ‘อิล คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต’ สื่ออิตาเลียนเพิ่มเติมว่า ‘มันขึ้นกับ เลโอ ในการย้ายมาเล่นที่นี่ เพราะ เปแอสเช พยายามจะดึงเขามาร่วมทีมอยู่แล้ว’

‘การได้โค้ชจากประเทศเดียวกับคุณและความเป็นไปได้ที่จะเล่นกับ เลโอ นั่นเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม ผมหวังว่ามันจะเกิดขึ้น’

นั่นทำให้ โจน ลาปอร์ต้า หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานสโมสรของ บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นตัวเต็งที่มีโอกาสเข้ามารับตำแหน่งผู้นำสโมสรคนต่อไป ส่งสัญญาณเตือน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ว่าควรให้ความเคารพทีมยักษ์กาตาลุนย่ามากกว่านี้โดยเฉพาะกรณีของ เมสซี่ เกมส์SBOBET

‘ผมอยากให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำในแบบเดียวกับที่เราให้ความเคารพ ที่พวกเขาจะไม่สร้างความสั่นคลอนให้ บาร์เซโลน่า’

‘เราไม่ได้ทำอะไรที่จะกระตุ้นให้พวกเขาพูดว่าพวกเขาวางแผนที่จะเซ็นสัญญากับ เลโอ เมสซี่ ในระหว่างกลางซีซั่น ผมคิดว่ามันไม่ถูกต้อง’

ลาปอร์ต้า เชื่อว่าเขายังสามารถโน้มน้าวให้ เมสซี่ ตัดสินใจค้าแข้งในถิ่น ‘คัมป์ นู’ ต่อไป ถ้าหาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไม่สร้างข่าวป่วนทีมอาซูลกราน่าเหมือนที่ผ่านมา

‘ตอนนี้ เมสซี่ มุ่งมั่นกับการไล่ล่า แอตเลติโก มาดริด บนเวที ลา ลีกา และเผชิญหน้ากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในแชมเปี้ยนส์ ลีก

‘ผมมองเห็นเขามีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ เขาสนุกกับมัน ผมรู้ว่าเขาต้องการอยู่ต่อและผมรู้ว่าเขาจะทำทุกอย่างสุดความสามารถตราบใดที่สโมสรสามารถยื่นข้อเสนอที่เหมาะสมกับเขา’

บาร์เซโลน่า หวั่นไหวต่อพลังดูดของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไม่น้อยเช่นกันถ้าหากพิจารณาจากสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันของสโมสร พวกเขาคงไม่สามารถป้อนข้อเสนอให้นักเตะได้เหมือนกับทีมดังเมืองน้ำหอมแน่นอน

ขณะเดียวกัน เมสซี่ ฉลาดพอที่จะรอจนกระทั่งจบซีซั่นนี้เพื่อทบทวนเกี่ยวกับอนาคตของตนเองอีกครั้ง การทอดเวลาออกไปทำเขามีทางเลือกมากขึ้นสำหรับเส้นทางค้าแข้งไม่ว่าจะเป็นการเลือกอยู่กับ บาร์เซโลน่า ต่อไปถ้าหากมองว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง การย้ายไปเผชิญความท้าทายใหม่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือแม้แต่กับ แมนฯซิตี้ หลังสื่ออ้างว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือทีมเรือใบมีการติดต่อกับ เมสซี่ อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

‘ไม่มีอะไรชัดเจนก่อนสิ้นสุดปีนี้ ผมจะรอจนกระทั่งฤดูกาลนี้จบลงก่อน’

‘สิ่งสำคัญตอนนี้คือการคิดเรื่องทีม การจบซีซั่นให้ดี และไม่คิดฟุ้งซ่านไปถึงเรื่องอื่นๆ’

‘ผมไม่ได้คิดว่าปีนี้จะจบลงอย่างไร ตอนนี้ผมคงไม่ฉลาดหากพูดว่าผมกำลังจะทำอะไรต่อไป เพราะผมเองยังไม่ทราบด้วยซ้ำ’

อย่างไรก็ตามจากประเด็นล่าสุดที่มีการเปิดเผยตัวเลขในสัญญาของ เมสซี่ ที่หลุดออกสื่ออย่าง ‘เอล มุนโด้’ ที่ระบุตัวเลขว่าซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์รับทรัพย์จากการทำข้อตกลงรอบล่าสุดสูงถึง 555,237,619 ยูโร เหมือนกับพยายามแสดงให้เห็นว่า เมสซี่ มีส่วนทำให้สโมสรประสบปัญหาทางการเงินในปัจจุบัน

นั่นทำให้ บาร์เซโลน่า เตรียมฟ้องร้อง ‘เอล มุนโด้’ ที่นำเรื่องลับมาเผยในที่แจ้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วน เมสซี่ เตรียมฟ้องเรียงตัวทั้ง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว (อดีตประธานสโมสร), จอร์ดี้ เมสเตร้ (อดีตรองประธานสโมสร), การ์เลส ตูสเก็ตส์ (รักษาการประธานสโมสร), ออสการ์ เกรา (ซีอีโอ) และ โรมัน โกเมซ ปุนตี (ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของสโมสร)

ทั้งหมดต่างมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับข้อตกลงลับระหว่าง เมสซี่ กับสโมสร ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่งหรือมากกว่านั้นนำความลับมาออกแฉผ่านสื่อจนสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์

เมสซี่ เคยหลีกเลี่ยงที่จะยื่นเรื่องถึงศาลกรณีที่ บาร์เซโลน่า ไม่ยอมปล่อยเขาย้ายออกจาก ‘คัมป์ นู’ ในช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา เนื่องจากซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับสโมสรอันเป็นที่รักของเขา แต่กรณีการปล่อยสัญญาหลุดถึงมือสื่อแตกต่างกัน อีกทั้งยังเป็นการฟ้องเฉพาะอดีตผู้บริหารและผู้บริหารปัจจุบันเท่านั้น SBOBET24

เมื่อประเมินสถานการณ์โดยพิจารณาจากทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะความลับในข้อตกลงระหว่างเขากับสโมสรดูเหมือนว่าสาวกบาร์เซโลนิสต้าคงต้องทำใจล่วงหน้านับวันรอการอำลา ‘คัมป์ นู‘ ของ เมสซี่ อย่างเป็นทางการในช่วงซัมเมอร์นี้

“เมสซี่”จ่ออำลาบาร์ซ่าแทงบอล

2แนวรับป้ายแดงของลิเวอร์พูล

ปิดฉากกันไปแล้วนะครับสำหรับตลาดซื้อขายหน้าหนาว โดยที่ ลิเวอร์พูล สามารถปิดดีลกองหลังตัวกลางมาร่วมทีมได้ถึง 2 คนใน 48 ชั่วโมงสุดท้าย ชนิดที่ไม่ต้องลืออะไรให้มากความ แทงบอล

รายแรกคือ “เบน เดวิส” เซนเตอร์ฮาล์ฟชื่อเสียงโนเนมจากสโมสร เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ โดยที่ ลิเวอร์พูล จ่ายค่าตัวไปเพียงแค่ 500,000 ปอนด์เท่านั้นในเบื้องต้น แต่มีเงื่อนไขที่อาจจะได้จ่ายเพิ่มสูงสุดที่ 1.1. ล้านปอนด์ หากตัวนักเตะประสบความสำเร็จตามรายละเอียดในสัญญาที่ตกลงกันไว้

นอกจากนี้ หงส์แดงยังพ่วง เซปป์ ฟาน เดอ เบิร์ก ดาวรุ่งวัย 19 ของทีมให้เปรสตันยืมไปใช้งานในช่วงที่เหลือของฤดูกาลอีก 1 คนด้วยในดีลดังกล่าว

เบน เดวิส เป็นนักเตะเชื้อสายอังกฤษวัยเพียง 25 ปี เขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับ เปรสตัน มาตั้งแต่อายุ 11 โดยออกสตาร์ทด้วยการเล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายมาโดยตลอด เขาประเดิมชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2013 ก่อนจะถูกปล่อยยืมไปเล่นหลายต่อหลายที่ ไล่ตั้งแต่ ยอร์ค ซิตี้, ทรานเมียร์ โรเวอร์ส, เซาธ์พอร์ท, นิวพอร์ต เคาน์ตี้ และ ฟลีทวู้ด ทาวน์ ก่อนจะได้กลับมาลงหลักปักฐานจริงจังที่ เปรสตัน ก็ในช่วงฤดูกาล 2017-18

ซึ่งช่วงเวลาที่ ฟลีทวู้ด ทาวน์ นี่แหละครับ ที่เป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพของ เดวิส อย่างแท้จริง โดยในตอนนั้น อูเว่ รอสเลอร์ กุนซือของทีมฟลีทวู้ด ทาวน์ คือคนแรกที่ทดลองจับ เดวิส ไปเล่นเป็นกองหลังตัวกลางฝั่งซ้าย แล้วปรากฏว่า เดวิส ทำผลงานได้ดีกว่าตอนเล่นแบ็คซ้ายเยอะมาก รอสเลอร์ เลยวางเขาให้เป็นตัวจริงของทีมในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง โดยเดวิสถูกส่งลงสนามมากถึง 26 นัดใน 6 เดือนที่ถูกยืมตัว และยังสามารถทำได้ 1 ประตูอีกด้วย

พอหมดสัญญายืมตัว ในคราวแรก รอสเลอร์ อยากได้ตัวเดวิสมาอยู่กับ ฟลีทวู้ด เป็นการถาวรเลย แต่ทางด้าน เปรสตัน ที่เพิ่งเปลี่ยนกุนซือเป็น อเล็กซ์ นีล ได้ประทับใจในฝีเท้าของ เดวิส เป็นพิเศษ จึงได้ปฏิเสธที่จะขายเขาออกจากทีม พร้อมกับปรับเปลี่ยนให้เขามาเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟ และยึดตัวจริงของทีมเรื่อยมานับตั้งแต่นั้น

แม้จะไม่ใช่กองหลังที่รูปร่างสูงใหญ่มากนัก (185 ซม.)แต่ เดวิส ถือเป็นคนที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ สถิติจากออปต้าระบุว่านับตั้งแต่ฤดูกาล 2017-18 จนถึงปัจจุบัน เดวิสโหม่งสกัดให้ เปรสตัน ได้มากถึง 390 ครั้ง, เคลียร์บอลจากเส้น 5 ครั้ง, บล็อคลูกยิงสำคัญ 7 ครั้ง และเข้าสกัดบอลเป็นตัวสุดท้ายได้สำเร็จอีก 4 ครั้งด้วยกัน

เชื่อไหมครับว่าสถิติข้างต้นเหล่านั้น มันดันเข้าไปอยู่ในลิสต์ของทีมงานสรรหานักเตะของ ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ปี 2017-18 แล้ว ซึ่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ที่เก็บสถิติในตอนนั้น ปรากฏว่ามีชื่อของ เบน เดวิส ติดเข้ามาด้วย แต่ด้วยความที่นักเตะยังอายุแค่ 22 อีกทั้งยังเล่นในลีกรองมาโดยตลอด ลิเวอร์พูลจึงทำได้แค่เก็บชื่อนี้ไว้ในลิสต์นักเตะที่จับตามองไว้แค่นั้น เกมส์SBOBET

ผมเชื่อว่า ตลอด 3-4 ฤดูกาลหลังมานี้ สโมสรไม่เคยละสายตาไปจาก เบน เดวิส เลย พอช่วงนี้ประจวบเหมาะกับที่ทีมขาดแคลนกองหลังตัวกลางพอดี ชื่อนี้เลยถูกยกมาเป็นตัวเลือกในการดึงมากู้วิกฤติเกมรับ ซึ่งต้องบอกว่าก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะลงมาจริงจังกับดีลนี้นั้น เดวิสเกือบจะย้ายไปอยู่กับ กลาสโกว์ เซลติค อยู่รอมร่อแล้ว แต่โชคยังดีที่สาลิกาลิ้นทองของ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ นั้นยังคงใช้งานได้เป็นอย่างดี จึงทำให้หงส์แดงฉกตัดหน้าคว้าตัวมาได้สำเร็จ

เดวิส เป็นนักเตะที่เล่นบอลด้วยเท้าดีมากนะครับ เหมาะกับฟุตบอลสไตล์ คล็อปป์ เป็นอย่างมาก ดูได้จากสถิติที่เขาคือกองหลังที่ผ่านบอลยาวแม่นที่สุดในแชมเปี้ยนชิพ และยังมีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลสำเร็จสูงในลำดับต้นๆ ของลีกอีกด้วย

ถัดจาก เบน เดวิส คนต่อมาก็คือ “โอซาน คาบัค”

คาบัค คือกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองมาก โดย ลิเวอร์พูล เองให้ความสนใจในตัวของ คาบัค มาเกือบๆ 2 ปีแล้วนะครับ แต่ติดที่ทาง ชาลเก้ ตั้งค่าตัวในตอนแรกไว้สูงถึง 40 ล้านปอนด์ เพราะสมัยที่เล่นให้ สตุ๊ตการ์ท เมื่อฤดูกาล 2018-19 นั้น เขาได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร ทั้งที่ย้ายมาเล่นได้แค่ครึ่งฤดูกาลด้วยซ้ำ

ลิเวอร์พูล คว้าตัว คาบัค มาได้ในสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล โดยจ่ายค่ายืมเพียงแค่ 1 ล้านปอนด์เท่านั้น! และอาจเพิ่มแอดออนได้สูงสุดอีก 500,000 ปอนด์ตามเงื่อนไขการลงสนาม ทั้งนี้ยังมีออปชั่นในการซื้อตัวพ่วงมาอีกด้วย ในราคา 18 ล้านปอนด์ หากแต่เป็นการซื้อโดยไม่บังคับ ซึ่งถือว่าเป็นการดีลที่โคตรเทพของ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ เลยจริงๆ

คาบัค เป็นกองหลังที่มีส่วนสูงประมาณ 186 ซม. และเล่นลูกกลางอากาศค่อนข้างดี โดยสถิติตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน คาบัคโหม่งสกัดได้มากถึง 111 ครั้ง, เคลียร์บอลช่วยทีม 202 ครั้ง, แท็คเกิ้ลชนะ 51 ครั้ง และทำได้ถึง 6 ประตู จากการเล่นให้ 2 สโมสรในเยอรมัน ซึ่ง 4 จาก 6 ประตูที่ทำได้มาจากลูกโหม่งอีกด้วย

จุดเด่นอีกอย่างนึงของ คาบัค คือการที่เป็นนักเตะซึ่งกล้าเล่น กล้าลุย มีบุคลิคผู้นำที่ชัดเจน สื่อเยอรมันยกให้เป็นร่างทรงของ เซร์คิโอ รามอส กันเลยทีเดียว

การได้ 2 กองหลังมาเสริมทีมในโค้งสุดท้ายของตลาดหน้าหนาว ไม่ได้เป็นแค่การเสริมทัพที่ถูกใจแฟนบอลเท่านั้นนะครับ แต่มันยังแสดงให้เห็นถึงความเขี้ยวในการทำงานของ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ชนิดที่ต้องยกนิ้วให้จริงๆ

เบน เดวิส: จากที่เคยมีราคาค่าตัว 10 ล้านปอนด์ แถมเกือบเสร็จ เซลติค ไปแล้ว แต่หงส์แดงปาดหน้าคว้าตัวมาร่วมทีมได้ในราคาแค่ 5 แสน เต็มที่เลยคือ 2.1 ล้าน SBOBET24

โอซาน คาบัค: จากที่เคยถูกตีราคาไว้เกือบๆ 40 ล้าน หงส์แดงได้มาร่วมทีมในสัญญายืมตัว โดยจ่ายแค่ 1 ล้าน และต่อให้ซื้อขายจริงๆ รวมราคาแล้วก็เต็มที่เสียหายแค่ 20 ล้านเท่านั้น

2แนวรับป้ายแดงของลิเวอร์พูลแทงบอล