ลาลีกาสเปนพลิกช่วงท้าย

เรอัล มาดริด เชือด เอสปันญ่อล ฉีกขึ้นนำเดี่ยวด้วยฟอร์มสุดร้อนแรง กับอีก 6 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ มันจบแล้วหรือ ? คำถามแรกและคำถามสำคัญที่สุด ณ เวลานี้ก็คือ “ลา ลีกา ถูกตัดสินแล้วหรือยัง ?” SBOBET24H

ระยะห่างระหว่าง ‘โลส บลังโกส’ กับ บาร์เซโลน่า เวลานี้อยู่ที่ 2 แต้ม 71 ต่อ 69 จาก 32 เกมที่ลงสนาม หมายถึงอีก 6 เกมที่เหลือ สถานการณ์สามารถพลิกผันได้อีกหรือไม่ ? ตามทฤษฏีย่อมเป็นไปได้อยู่แล้วครับ เหลืออีก 18 แต้มให้เก็บเกี่ยว ตรงนี้ยังเหลือช่องว่างมากพอให้ทั้งสองทีมได้ ชนะ เสมอ หรือแพ้

กูเล่ส์ทุกคนอาจอยู่ในช่วงเวลาที่น่าผิดหวัง แต่ความจริงก็คือความจริง บาร์เซโลน่า ยังมีโอกาสคว้าแชมป์ เพียงข้อแตกต่างคือนับจากนี้ พวกเขามีพื้นที่ให้กับความผิดพลาดเพียงนิดเดียว หรืออาจไม่มีเลย

ชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล เมื่อคืนวันอาทิตย์ มองที่สกอร์บอร์ด อาจดูว่าหวุดหวิด แต่รูปเกมที่ออกมา เห็นได้ชัดว่า เรอัล มาดริด ควบคุมทุกอย่างไว้ในมือตั้งแต่ต้น

เพียงรอเวลาว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาจะยิงประตูได้ เพราะ ‘นกแก้ว’ ภายใต้การคุมทัพของกุนซือมือใหม่อย่าง ฟรานซิสโก้ รูเฟเต้ แทบไม่มีอะไร

แผงกองหลังตั้งรับลึก ใช้มิดฟิลด์กับกองหน้าช่วยไล่บอลปิดพื้นที่ อาศัยใจสู้ การวิ่งไม่หยุด เข้าบอลหนักถึงลูกถึงคนเพื่อตัดเกม

จากนั้นหาโอกาสโจมตีแบบสวนกลับ ไม่ก็หวังเซตพีซ หรือสูตรทุ่มไกลจาก เลอันโดร กาเบรร่า หากได้ระยะทุ่มไม่ห่างจากกรอบเขตโทษฝั่ง มาดริด มากนัก

ครับ มีเท่านี้จริงๆ เกมของ เอสปันญ่อล ที่เหลือนั้นว่ากันไปตามจังหวะ ซึ่งถ้าจะให้สรุปเกมของเจ้าบ้านออกมาให้เห็นภาพชัดๆด้วยคำพูดก็คงต้องบอกว่า “เรียบง่ายเกินไป”

เกมรุกไม่ได้วางอะไรไว้ เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ได้มีรูปแบบที่ชัดเจนว่ามองหาอะไร ? ต้องการทำอะไร ? โจมตียังไง ?

ทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้เจ้าถิ่นยืนซดกับ มาดริด ได้อย่างมีความหวังตลอด 90 นาทีคือ ‘เกมรับ’ และ ‘ใจสู้’ ที่เหลือไม่มีอะไรเลย และยิ่งไม่เหลืออะไรเมื่อเด็กๆของ ซีดาน มาด้วยความพร้อม แรงกระตุ้น คุณภาพ และแผนการเล่นที่ดี

มาดริด ครองบอลไว้เบ็ดเสร็จ เคลื่อนเกมของตัวเองด้วยความมั่นใจ รุกคืบสู่พื้นที่สุดท้าย และมองหาโอกาสอยู่ตลอดเวลา

นี่อาจไม่ใช่เกมที่ดุดันเร้าใจ แต่เป็นเกมที่ มาดริด ‘เนี๊ยบมาก’ เล่นด้วยชั้นเชิงและมันสมอง ซึ่งหากไม่ได้ประตูจในช่วงปลายครึ่งแรก ส่วนตัวผมก็ยังเชื่อว่าพวกเขาก็จะหาโอกาสยิงจนได้

แต่ถึงอย่างนั้นประตูขึ้นนำก็มีอิทธิพลต่อเกมที่เหลืออย่างมาก เนื่องจากมาถูกที่ถูกเวลา ต้องชมตั้งแต่ เซร์คิโอ รามอส ที่เติมขึ้นสูงไปช่วยเล่นเกมรุก การขยับขึ้นไปจังหวะนั้นถือว่ามีประโยชน์มาก เป็นการเพิ่มตัวเลือกในการจ่ายบอล ซึ่ง รามอส ทำให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เวลาที่ตัวรุกอย่าง อาซาร์, เบนเซม่า , อิสโก้ โดนเข้าคู่ประกบติด ตัวพิเศษอย่างเขาจึงมีความสำคัญ สร้างความแตกต่างให้กับเกมการเล่นได้

แต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็ต้องยกให้ คาริม เบนเซม่า จังหวะตอกลูกส้นนี้เป็นการเพลย์งดงามอย่างมาก โชว์ให้เห็นถึงคลาสบอลที่เหนือชั้น ย้อนให้นึกถึง ‘ลูกตอกส้นในตำนาน’ ของ กูตี ในเกมกับ ลา กอรุนญ่า ที่ ริอาซอร์ เมื่อ 30 มกราคม 2010

ครั้งนั้น กูตี เซอร์ไพรส์ทุกคนในสนาม หลังรับบอลแทงทะลุจาก กาก้า หลุดเดี่ยวไปดวลตัวต่อตัวกับ ดาเนี่ยล อารานซูเบีย มุมทุกอย่างเปิดโล่ง แต่เขาเลือกที่จะตอกส้นกลับหลังให้ เบนเซม่า ตามเข้ามายิงง่ายๆ

กับจังหวะการเล่นเมื่อคืนวันอาทิตย์ เบนเซม่า สวมบทผู้ให้บ้าง และเป็น เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ที่ทะยานเข้ามายิงเข้าไป

อาจไม่ได้สวยและคลาสสิคเท่าของ กูตี แต่ความสำคัญมีมาก ยิ่งหาก เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลา ลีกา ปีนี้ นี่จะเป็นประตูที่ถูกหยิบยกมาพูดถึง

กูตี ถึงกับทวีตชมว่า magia, amigo , brutal (เวทมนต์เพื่อน, โหดสุดๆ) ถือเป็นการชื่นชมฟอร์มอันสุดยอดของ เบนเซม่า ซึ่งมันเหลือเชื่อว่า 10 ปีผ่านไป เขายังคงเป็นกองหน้าหมายเลขหนึ่งของ เรอัล มาดริด

ตั้งแต่ลา ลีกา รีสตาร์ท กลับมา เบนเซม่า คือ 1 ใน 4 นักเตะที่ลงสนามทุกนัด (รามอส,กูร์กตัวส์,วาราน) และเขาไม่เคยทำให้ทีมผิดหวังเลย

ซีดาน รู้ดีว่าทีมของเขาต้องการ เบนเซม่า ในสนาม เพราะ เบนเซม่า เล่นฟุตบอลในรูปแบบที่เขาต้องการ

เหมือนว่า 2 คนนี้ตีความฟุตบอลออกมาในแบบเดียวกัน หลังจบเกม เบนเซม่า สัมภาษณ์ว่า “สำหรับผมแล้ว นี่แหละคือฟุตบอล ผมมองเห็นฟุตบอลแบบนี้” พนันออนไลน์

ถึงตรง อาจยังพูดไม่ได้ว่านี่คือฤดูกาลที่ดีที่สุดของ เบนเซม่า หรือไม่ กับ 17 ประตูและ 7 แอสซิสต์ที่ทำได้ ซึ่งเราคงจะต้องวัดกันที่ผลลัพธ์ในตอนจบว่าใครจะเป็นผู้ได้รับการชูมือ ซึ่งสำหรับ ซีดาน แล้ว เขายังไม่เห็นเลยว่า เรอัล มาดริด กำลังจะคว้าแชมป์ ลา ลีกา ปีนี้

“ผมไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าเราจะเป็นแชมป์ การแข่งขันจะตัดสินกันในนัดสุดท้าย ดูจากความยากในเกมล่าสุดที่เราเล่นนั่นปะไร , เอสปันญ่อล เล่นเกมรับดีมาก เล่นเอาเราเหนื่อยกว่าจะยิงประตูได้”

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังสงวนท่าที แต่กุนซือฝรั่งเศสก็ยอมรับว่าเขามีความสุขกับทีม กับนักเตะของตัวเอง และบอกว่าการชนะ,ชนะ และชนะอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย

คำพูดของ ซีดาน อาจจะถ่อมตัวอยู่บ้าง เป็นคำพูดเชิงจิตวิทยาพยายามไม่ให้ลูกทีมใจลอย หรือหลงคิดว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือ หากแต่ก็มีความจริงอยู่ในนั้นเกินครึ่ง

จากประสบการณ์ของเขาทั้งในฐานะนักเตะและเทรนเนอร์มันสอนให้รู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ การรันชนะต่อเนื่อง 5 เกมถือเป็นผลงานที่สุดยอด บ่งบอกว่าทีมกำลังไปได้สวย ทว่าไม่มีอะไรการันตีว่านัดต่อไปพวกเขาจะไม่สะดุด…ไม่มีเลยแม้แต่น้อย

หากฟุตบอลเอาชนะกันได้จากชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว คงไม่ใช่เกมยอดนิยมอันดับหนึ่งเหมือนเช่นทุกวันนี้ แต่เพราะฟุตบอลไม่มีอะไรคาดเดาได้ ลบล้างทุกหลักการ นี่จึงเป็นเสน่ห์อันร้ายกาจ

ประเมินจากแต้ม เรอัล มาดริด ได้เปรียบชัดเจน, เฮด ทู เฮด ก็ดีกว่า ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันที่เหลือดูจะเบากว่า

นัดที่ 33 บาร์เซโลน่า มีคิวลงเล่นในโปรแกรมที่หนักที่สุดกับ แอต.มาดริด ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขามีโอกาสไม่ชนะ แต่ขณะเดียวกันก็ใช่ว่าจะชนะไม่ได้

ไม่ต่างกัน การเปิด ดิ สเตฟาโน่ รับการมาเยือนของ เคตาเฟ่ ที่แย่มาตลอดนับแต่รีสตาร์ท ดูเหมือนเป็นเกมง่ายๆ แต่มีใครกล้ารับประกันหรือเปล่าว่า “มันจะเป็นอย่างที่คิด?” SBOBET24

นักเตะบาร์ซ่าประสบการณ์สูง พวกเขารู้ดีว่าต้องทำอะไรในสถานการณ์เช่นนี้ แม้บางอย่างจะอยู่เหนือการควบคุมไปแล้วก็ตาม

เกมใคร เกมมัน ใครเสียสมาธิ คนนั้นมีสิทธิน้ำตาตก แม้ มาดริด ได้เปรียบ แต่ถ้าประมาท บาร์ซ่า ว่าไร้น้ำยา “นั่นผิดมหันต์”

โดยส่วนตัว ผมว่าการต่อสู้ยังไม่จบครับ…เรายังต้องลุ้นกันต่อ เริ่มตั้งแต่คืนวันอังคารนี้ที่ คัมป์ นู ก่อน

ลาลีกาสเปนพลิกช่วงท้ายSBOBET24H

โค้ชแสนห่วยแห่งบาร์ซ่า

ถ้าจะพูดถึงเรื่องราวกุนซือของสโมสร บาร์เซโลน่า ก็มีหลายคนที่สามารถพาทีมก้าวขึ้นไปประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, หลุยส์ เอ็นริเก้ หรือ โยฮัน ครัฟท์ SBOBET24

แต่ทว่ามันก็มีกุนซืออีกหลายที่เข้ามาจับงานในถิ่นคัมป์ นู แต่ต้องประสบพบเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก พาทีมไร้ซึ่งความสำเร็จ หรือบางคนเรียกได้ว่าล้มเหลวเลยทีเดียว ลองไปดูกันมีใครบ้าง

เฮนส์ ไวส์เวลเลอร์ (พฤษภาคม 1975 – เมษายน 1976)

ไวส์เวลเลอร์ กุนซือชาวเยอรมันที่เริ่มสร้างชื่อในแวดวงของผู้จัดการทีมในดินแดนบ้านเกิด โดยผลงานระดับมาสเตอร์พีคคือในช่วงปี 1964-1975 ที่เจ้าตัวได้รับโอกาสไปคุมทีม โบรุสเซีย มึนเซ่นกลัดบัค และสามารถพาทัพ “สิงห์หนุ่ม” โกยแชมป์บุนเดสลีกาได้ถึง 2 สมัย พ่วงด้วยแชมป์ เดแอฟเบ โพคาล อีก 1 ครั้ง ทำให้ชื่อเสียของเขาได้รับความสนใจจาก บาร์เซโลน่า ก่อนที่จะได้ร่วมงานกันในปี 1975

แต่ทว่าดูเหมือนว่า ไวส์เวลเลอร์ จะลืมคู่มือความเก่งไว้ที่เมืองเบียร์ เพราะฤดูกาลแรก และฤดูกาลเดียวของเขากับ บาร์เซโลน่า นั้นว่างเปล่าไม่มีโทรฟี่แชมป์ติดมือสักรายการเดียว มากไปกว่านั้นคือพาทีมจบเพียงอันดับที่ 3 ในศึกลาลีกา สเปน เท่านั้น ซึ่งภายหลังจากที่เจ้าตัวก้าวลงจากตำแหน่ง โยฮัน ครัฟท์ ก้ได้ออกมาก้าวข้อความสั้นๆ แต่บาดลึกว่า “ไวส์ไวเลอร์ ไม่ใช่ผู้จัดการทีมคนที่ผมเลือก”

ลาสโล่ คูบาร์ล่า (พฤษภาคม 1980 – พฤศจิกายน 1980)

จะว่าไป คูบาร์ล่า ถือว่าเป็นหนึ่งในนักเตะระดับตำนานของ บาร์เซโลน่า เลยก็ว่าได้ เพราะในช่วงที่เป็นนักเตะเจ้าตัวค้าแข้งกับทัพ “อาซูลกราน่า” นานถึง 10 ปีเต็ม กวาดแชมป์มากมายกับสโมสรไม่ว่าจะเป็นลาลีกา สเปน 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 5 สมัย รวมไปถึงบอลถ้วยรายการอื่นๆ อีก

โดยเส้นทางการคุมทีมของเขาถือว่าเก็บประสบการณ์มาอย่างมากมายโดยเฉพาะการก้าวขึ้นไปเป็นนายใหญ่ทีมชาติสเปนในช่วงระหว่างปี 1969-1980 ซึ่งภายหลังก้าวลงจากตำแหน่งนายใหญ่ทัพ “กระทิงดุ” เจ้าตัวก็ตรงเข้ามารับงานกุนซือในถิ่น คัมป์ นู ในทันที แน่นอนว่าในตอนนั้นแฟนบอลต่างคาดหวังในฝีมือของเขาเป็นอย่างมาก

แต่ทว่าดูเหมือนความจริง กับความฝันมันช่างต่างกันมากมาย คูบาร์ล่า ได้อยู่ในตำแหน่งเพียง 6 เดือนเท่านั้น และไม่ได้สร้างภาพจำอะไรให้แฟนบอลได้ชื่นชมเลยสักนิดเดียว และหนำซ้ำยังสร้างบาดแผลให้กองเชียร์ได้เจ็บแสบกับความพ่ายแพ้ต่อ เอฟซี โคโลญจ์ คาบ้าน ในศึกยูฟ่าคัพ 4-0 ซึ่งนั้นแหละคือฟางเส้นสุดท้ายของเขากับสโมสร พนันออนไลน์

โรล็องต์ แฟรเรย์ (พฤษภาคม 2000 – เมษายน 2001)

ต้องบอกว่านี่เป็นกุนซืออีกหนึ่งคนที่เชื่อว่าแฟนบอล บาร์เซโลน่า ยุคเก่าน่าจะจดจำชื่อของเขาได้เป็นอย่างดี โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 แฟร์เรย์ ถูกแต่งตั้งให้เขามาเป็นกุนซือของ บาร์เซโลน่า ซึ่งพลันที่เขาเข้ามากุมบังเหียนเจ้าตัวก็ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของนักเตะบางคน ทำให้เขาได้แท่งเรื่องไปถึงบอร์ดบริหารว่าให้ไปคว้าตัว มาร์ค โอเวอร์มาร์ เข้ามาเพื่อเป็นตัวแทนของ หลุยส์ ฟิโก้ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด รวมไปถึงสอย เอ็มมานูเอล เปอตีต์ มาร่วมทัพอีกหนึ่งราย

แต่ทว่าดูเหมือนผลงานในสนามของเขามันจะไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่นัก เริ่มตั้งแต่จบอันดับ 3 ในแบ่งกลุ่มศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ต้องตกไปเล่นถ้วยเล็กอย่างยูฟ่า คัพ ซึงก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันต้องตกรอบรองชนะเลิศด้วยน้ำมือของ ลิเวอร์พูล ส่วนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาโดนตะเพิดออกจากตำแหน่งคือการบุกไปพ่าย โอซาซูน่า ในเกมลีก 3-1 ทำให้ทีมหล่นไปอยู่ 5 ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ที่กล่าวไปทั้งตกรอบยูฟ่า คัพ และ แพ้ โอซาซูน่า มันเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น

หลุยส์ ฟาน กัล (พฤษภาคม 2002 – มกราคม 2003)

ย้อนกลับไปสมัย ฟาน กัล โยกย้ายมาคุม บาร์เซโลน่า ในคันรบแรกช่วงปี 1997-200 เจ้าตัวรังสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากทั้งการคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ อีกอย่างละ 1 สมัย ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ย้ายไปคุมทีมชาติฮอลแลนด์ โดยในช่วงระหว่างนั้น บาร์เซโลน่า มีผลงานที่เข้าขั้นย่ำแย่มือเปล่าไร้แชมป์มา 2 ปี ติด ทำให้ประธานสโมสรอย่าง โจน กาสปาร์ ไปดึง ฟาน กัล กลับมากู้วิกฤตให้กับทีม

แต่ทว่าดูเหมือนครั้งนี้มันจะแตกต่างจากครั้งแรกมากพอสมควรเพราะแค่เริ่มต้นเจ้าตัวก็มีปัญหากับแข้งตัวหลักอย่าง ริวัลโด้ เสียแล้ว ทำให้ทีมต้องปล่อยสตาร์ชาวบราซิลออกจากทีมไป บทสรุปแล้วครั้งที่ 2 นี่ ฟาน กัล อยู่คุมทีมได้เพียง 8 เดือน โดยผลงานก่อนก้าวลงจากตำแหน่งคือพาทีมเก็บชัยได้เพียง 6 นัด จาก 19 เกมในศึกลาลีกา และรั้งอันดับ 12 ของตารางคะแนน มีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียง 3 คะแนนเท่านั้น

กราร์โด้ ‘ตาต้า’ มาร์ติโน่ (กรกฏาคม 2013 – พฤษภาคม 2014)

หนึ่งในกุนซือที่เข้าไปอยู่ในความทรงจำของแฟนบอล บาร์เซโลน่า แต่ทว่ามันไม่ใช่ในเรื่องของความสำเร็จ โดย มาร์ติโน่ ตบปากรับคำเข้ามาเป็นกุนซือของ บาร์เซโลน่า ช่วงปี 2013 แต่ทว่าก็สร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลไม่ใช่น้อยเพราะในช่วงฤดูกาลดังกล่าวเจ้าตัวไม่อาจคว้าแชมป์วักรายการมาเชยชมได้เลย ก่อนที่จะไขก็อกประกาศอำลาทีมไปภายหลังจบเกมการแข่งขันนัดสุดท้ายของศึกลาลีกา สปน ที่ บาร์เซโลน่า เสียแชมป์ไปให้กับ แอตเลติโก มาดริด SBOBET24H

บาร์เซโลน่า สามารถเล่นในสไตล์ของตัวเองแต่มันก็เท่านั้นแหละ เพราะเราไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรมาได้เลย มันหมายถึงว่าเรามีฤดูกาลที่ล้มเหลว”

โค้ชแสนห่วยแห่งบาร์ซ่าSBOBET24

มิลานสู่ยุคใหม่

ราล์ฟ รังก์นิก เทรนเนอร์ชาวเยอรมันวัย 61 ปีเตรียมมารับงานนายใหญ่คนต่อไปของ เอซี มิลาน ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ โดยคาดว่าจะเซ็นสัญญา 3 ปีรับค่าจ้างซีซั่นละ 5 ล้านยูโร มีภารกิจทวงคืนความสำเร็จกลับคืนสู่ทัพปีศาจแดง-ดำอีกครั้ง SBOBET24H

ราล์ฟ รังก์นิก คือว่าที่โค้ชคนใหม่ของ เอซี มิลาน ในฤดูกาลหน้าไม่ว่า สเตฟาโน่ ปิโอลี่ จะนำทัพปีศาจแดง-ดำจบฤดูกาลด้วยอันดับใดก็ตาม หลังหัวหน้าฝ่ายกีฬาและการพัฒนาของ ‘Red Bull GmbH’ บรรลุข้อตกลงกับผู้บริหารระดับสูงของยักษ์หลับแห่งเมืองมิลาน

รังก์นิก วัย 61 ปี เคยผ่านงานคุมทีมเยอรมันมาหลายสโมสรอาทิ สตุ๊ตการ์ท, ฮันโนเวอร์, ชาลเก้ แต่เขามาสร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ฐานะผู้ปลุกปั้น ฮอฟเฟนไฮม์ จากทีมระดับ ‘เรคิโอนาลลีกา ซูด’ หรือเทียบเท่าดิวิชั่น 4 เมื่อปี 2006 จนเลื่อนชั้นขึ้นสู่เวทีบุนเดสลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรตั้งแต่ฤดูกาล 2008-2009 ก่อนเขาจะอำลาสโมสรหลังจบซีซั่น 2010-2011 ทำสถิติชนะ 79 เสมอ 43 และแพ้ 44 เกม

ในเดือนมีนาคมปีถัดมา รังก์นิก หวนกลับมารับงานเทรนเนอร์ของ ชาลเก้ อีกครั้ง หลังทีมราชันสีน้ำเงินสั่งปลด เฟลิกซ์ มากัธ ออกจากตำแหน่ง เขานำทีมโค่น อินเตอร์ มิลาน ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกของสโมสร แต่เส้นทางสิ้นสุดลงเพียงเท่านั้นหลังการปราชัยต่อ แมนฯยูไนเต็ด

ทว่า รังก์นิก ก้าวลงจากตำแหน่งในช่วงเดือนกันยายนปีเดียวกัน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หลังมีอาการอ่อนเพลียที่ระบุสาเหตุไม่ได้พร้อมระบุว่าเขาไม่มี ‘พลังงานที่จำเป็นในการประสบความสำเร็จและเพื่อพัฒนาทีมและสโมสร’

ช่วงเดือนมิถุนายนปี 2012 รังก์นิก เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก และ แอร์เบ ไลป์ซิก มีหน้าที่ดูแลทั้งสองสโมสรในเวลาเดียวกัน ก่อนเขาจะเทคโอเวอร์ตำแหน่งเทรนเนอร์ของทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์ตั้งแต่ฤดูกาล 2015-2016 หลังการลาออกของ อเล็กซานเดอร์ ซอร์นีเงอร์ โดยมี อาคิม ไบเออร์ลอร์เซอร์ รับหน้าที่ดูแลทีมชั่วคราวจนกระทั่งสิ้นสุดซีซั่นก่อนหน้านั้น

รังก์นิก อำลาเก้าอี้หลังจบฤดูกาล หลังสโมสรประกาศแต่งตั้ง ราล์ฟ ฮาเซนฮึตเทิ่ล จาก อิงโกลสตัดท์ เป็นเทรนเนอร์คนใหม่ ก่อน รังก์นิก หวนกลับมาทำงานตำแหน่งเดิมอีกรอบในฤดูกาล 2018-2019 ซึ่งเป็นการคั่นเวลาก่อนการมารับงานเทรนเนอร์ของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์

เมื่อ นาเกลส์มันน์ ย้ายจาก ฮอฟเฟนไฮม์ มารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของ แอร์เบ ไลป์ซิก อย่างเป็นทางการในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา รังก์นิก ถอยฉากกลับไปทำหน้าที่เดิมกับ ‘Red Bull GmbH’

ยูสซุฟ โพลเซ่น กองหน้าทีมชาติเดนมาร์กของ แอร์เบ ไลป์ซิก กล่าวถึงเจ้านายเก่าว่า ‘รังก์นิก เป็นคนยึดมั่นในอุดมคติ เขาคิดถึงรายละเอียดเล็กน้อยทั้งหมด เขามีความทะเยอทะยานมากและพยายามปรับปรุงและทำทุกอย่างเพื่อพวกเราเสมอ ดังนั้นเราจึงสามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างในสนาม ซึ่งรวมถึงทุกอย่างทั้งในและนอกสนามด้วย’

เควิ่น คัมเพิล กล่าวถึง รังก์นิก เพิ่มเติมว่า ‘ผมรู้จัก รังก์นิก มานานหลายปี ผมต้องบอกว่าผมได้พบกับผู้คนมากมายในวงการฟุตบอล แต่ผมไม่เคยพบใครที่หลงรักฟุตบอลเหมือนเขา เขาทำงานหนักมากจนทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่ในสนาม แต่เป็นทุกอย่าง เขาทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เล่นอยู่ในระดับท็อป คุณเพียงแค่ต้องให้ความสำคัญกับฟุตบอลของคุณ เขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในฐานะโค้ชและผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา’

อย่างไรก็ตาม รังก์นิก ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ เอซี มิลาน ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีการรายงานข่าวการเจรจาระหว่างสองฝ่ายต่อเนื่องระหว่าง อีวาน กาซิดีส ซีอีโอของทีมปีศาจแดง-ดำกับเทรนเนอร์ชาวเยอรมัน จนกระทั่งใกล้ได้ข้อสรุปว่า รังก์นิก จะเข้ามารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของทัพ’รอสโซเนรี่’ในฤดูกาลหน้า แต่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้เพื่อไม่เป็นการรบกวนการทำงานของ สเตฟาโน่ ปิโอลี่

การเจรจาระหว่าง เอซี มิลาน กับ รังก์นิก ใช้เวลานานกว่าปกติ ส่วนหนึ่งมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า อีกส่วนที่เป็นประเด็นหลักของการเจรจานั่นคือขอบเขตการทำงานของเทรนเนอร์ชาวเยอรมัน

รังก์นิก ต้องการควบคุมทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นอกเหนือจากการเป็นเทรนเนอร์ ก็ยังมีหน้าที่ดูแลการซื้อ-ขายนักเตะในรูปแบบเดียวกับการทำงานของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือระดับตำนานของ แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งข้อแม้ดังกล่าวของเทรนเนอร์ชาวเยอรมันจะทับซ้อนกับ เปาโล มัลดินี่ อดีตนักเตะของทีมปีศาจแดง-ดำที่ทำงานฐานะผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสโมสรตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา

ท้ายที่สุดทั้ง กาซิดีส กับ รังก์นิก คุยกันจนได้ข้อสรุปว่าเทรนเนอร์วัย 61 ปีจะเข้ามาทำงานร่วมกับ เอซี มิลาน ด้วยสัญญา 3 ปี ด้วยค่าจ้างรวมกัน 15 ล้านยูโร แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า มัลดินี่ จะทำงานตำแหน่งเดิมหรือเปลี่ยนไปทำบทบาทอื่น

ตามรายงานระบุเพิ่มเติมว่าทีมสตาฟฟ์โค้ชส่วนใหญ่ยังคงเป็นชาวอิตาเลียน แต่ รังก์นิก จะดึง เจฟฟรีย์ ม็องกาด้า กับ เฮนริค อาล์มสตัดท์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสตาฟฟ์ของเขาด้วยเช่นกัน หลังสองคนสนิทอย่าง พอล มิตเชลล์ และ ลาร์ส คอร์เน็ตก้า ได้ทำข้อตกลงในการทำงานร่วมกับ โมนาโก และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ก่อนหน้านี้

รังก์นิก จะมีบทบาทคล้ายระบบของพรีเมียร์ลีกที่ทำงานทั้งฐานะผู้จัดการทีมและผู้อำนวยการกีฬาในเวลาเดียวกัน ซึ่งต่างจากระบบของ อิตาลี หรือ สเปน อดีตเทรนเนอร์ ฮอฟเฟนไฮม์ ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างทีมจากขั้นพื้นฐานตั้งแต่ระดับเยาวชนและความเข้มข้นของฟุตบอลระดับสูง

การบรรลุข้อตกลงระหว่าง เอซี มิลาน กับ ราล์ฟ รังก์นิก เป็นขั้นตอนแรก ตามมาด้วยการตั้งทีมสตาฟฟ์ของเทรนเนอร์ชาวเยอรมัน จากนั้นจึงเป็นการเดินหน้าตามแผนงานเบื้องต้นของ รังก์นิก นั่นคือการลุยตลาดนักเตะเพื่อดึงนักเตะเป้าหมายมาเสริมทัพตามความประสงค์ของเทรนเนอร์

แน่นอนว่าขั้นตอนดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อย ขณะที่ทุกสโมสรต่างประสบปัญหาเงินฝืดเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าจึงมีงบใช้สอยจำกัด ดังนั้นจึงน่าสนใจว่าฝ่ายบริหารของทัพปีศาจแดง-ดำจะยอมจ่ายเงินตามความต้องการของ รังก์นิก ในช่วงซัมเมอร์นี้มากน้อยเพียงใด พนันออนไลน์

จากรายงานของ’สกาย สปอร์ต อิตาเลีย’ อ้างว่า รังก์นิก เตรียมของบเบื้องต้นจากสโมสรไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโรเพื่อเซ็นสัญญากับ 3 นักเตะเป้าหมายบนเวทีบุนเดสลีกา

นั่นคือ พาทริค ชิค และ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ สองแข้งของ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ มีล็อต ราชีช่า ค่าย แวร์เดอร์ เบรเมน

พาทริค ชิค ย้ายจาก โรม่า มาค้าแข้งกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในฤดูกาลนี้ด้วยสัญญายืมตัวมูลค่า 3.5 ล้านยูโรพ่วงอ็อปชั่นซื้อขาด 28 ล้านยูโร ถ้าหากทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์ไม่ใช้เงื่อนไขดังกล่าว หลายทีมพร้อมเดินหน้าทาบหัวหอกชาวเช็กวัย 24 ปีเข้าสังกัด ซึ่งมี เอซี มิลาน เป็นหนึ่งในนั้น

ชิค ทำผลงานเด่นกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยการยิง 10 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์จากการลงเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้ 28 เกม แม้จะมีข่าวก่อนหน้านี้ว่าทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์พยายามออดอ้อนให้ทีมหมาป่าลดค่าตัวนักเตะก็ตาม เนื่องจากสโมสรมีทุนจับจ่ายน้อยลงซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ

อย่างไรก็ตาม แอร์เบ ไลป์ซิก คงมีสภาพคล่องมากขึ้นหลังการทำข้อตกลงปล่อย ติโม แวร์เนอร์ ย้ายซบ เชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโรจึงสามารถเจียดเงินส่วนหนึ่งมาเพื่อเซ็นสัญญาถาวรกับหัวหอกทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ดังนั้นจึงไม่ง่ายที่ เอซี มิลาน จะพรากนักเตะมาจากทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์

อีกหนึ่งเป้าหมายของ รังก์นิก คือเด็กเก่าอย่าง อูปาเมกาโน่ ที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ซัลซ์บวร์ก จนถึง แอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งแนวรับชาวฝรั่งเศสวัย 21 ปีมีค่าตัวราว 40-50 ล้านยูโร

ส่วน มีล็อต ราชีช่า แนวรุกทีมชาติโคโซโวของ เบรเมน มีค่าฉีกสัญญา 30 ล้านยูโร แต่ถ้าทีมนางนวลตกชั้นจากเวทีบุนเดสลีกา ค่าฉีกสัญญาดังกล่าวจะลดลงเหลือเพียง 16 ล้านยูโร ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการเซ็นสัญญากับแนวรุกวัย 23 ปี ที่ทำผลงานเด่นในซีซั่นนี้สวนทางกับผลงานของต้นสังกัด เขายิง 10 ประตูและ 10 แอสซิสต์จากการลงเล่นทุกรายการ 31 เกมในซีซั่นนี้จนตกเป็นเป้าหมายของทีมหงส์แดงด้วยเช่นกัน SBOBET24

นั่นคือแผนงานเบื้องต้นของ ราล์ฟ รังก์นิก ฐานะว่าที่เทรนเนอร์คนใหม่ของ เอซี มิลาน ที่คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้

มิลานสู่ยุคใหม่SBOBET24H

1แต้มแสนยากของปีศาจแดง

1 คะแนนจากการออกไปเยือนทีมใหญ่อย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถือว่าเป็นแต้มที่สำคัญและไม่น่าเสียหาย เพราะอย่าลืมว่า ไก่เดือยทอง ไม่ใช่ทีมสามัญธรรมดาที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ SBOBET24H

นอกจากนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องร้างสนามไปกว่า 3 เดือน ซึ่งส่งผลให้การเล่นในครึ่งแรดดูสะเปสะปะไม่เป็นที่พอใจของแฟนผี โดยเฉพาะจังหวะต่อเกมเข้าทำดูขาดๆ เกินๆ อีกครั้ง

ยิ่งมาโดน สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ สอยตาข่ายจากจังหวะผิดพลาดในการป้องกันของบรรดาแนวรับ ปิศาจแดง ยิ่งทำให้แฟนบอลหัวเสียไปกันใหญ่

คนที่ตกเป็นเป้าคงหนีไม่พ้น แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังค่าตัวแพงที่สุดของโลก และ ดาบิด เด เคอา ที่สโมสรชอบยกยอปอปั้นว่าเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของโลก

มันเป็นจังหวะพลาดที่ไม่น่าให้อภัยและสมควรโดนวิจารณ์แบบตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นจังหวะพลิกตัวของ แม็คไกวร์ ที่หมดราคาแนวรับค่าตัวแพงและในฐานะหัวใจในแนวรับของสโมสร หรือแม้แต่ เด เคอา ที่พลาดง่ายๆ อีกครั้งในฤดูกาลนี้

ไม่เพียงแฟนบอลที่จะออกอาการหัวร้อน แต่ลูกพี่เก่าในรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่าง รอย คีน ออกมาปะฉะดะทันทีในช่วงพักครึ่งแรกว่า หากตนเองอยู่ในทีมปัจจุบันจะไล่ให้ แฮร์รี่ และ ดาบิด กลับแมนเชสเตอร์ด้วยการนั่งรถแท็กซี่ตามไป

แน่นอนว่าในมุมของ ‘คีโน่’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่นักเตะต้องทุ่มเทมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ และความผิดพลาดทั้งปวงไม่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคุณใส่เสื้อตราอสูร โดยเฉพาะ เด เคอา ที่ถึงขั้นโดนด่าว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ ‘ถูกยกย่อง’ เกินไป นอกจากนั้น ลุค ชอว์ ยังเป็นอีกรายที่โดนอดีตกัปตันทีมผีแดงด่ากราดกลางรายการของ สกาย สปอร์ตส์

นั่นคือมุมคือนักวิจารณ์ที่พูดแบบตรงไปตรงมาตามที่เห็น และจี้จุดตรงประเด็น ซึ่งต่างจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ต้องเก็บอาการและให้กำลังใจทีมเพื่อโอกาสในการกลับมาในครึ่งหลัง

โอเล่ เผยว่าคำพูดของเขาที่ส่งไปยังนักเตะตอนพักครึ่งเวลาแรกเป็นสิ่งง่ายๆ และเขาพยายามทำให้นักเตะคลายความกังวลที่อยู่ในหัวออกไปให้หมดเพื่อที่จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

“ครึ่งแรกช้ากันเกินไปและดูเหมือนว่านักเตะมีความกังวลบางอย่างอยู่ในหัวของพวกเขา ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับความฟิต, คุณภาพ, การเดินหน้าอีกครั้ง, การลงเล่นในบรรยากาศแบบนี้ แต่เชื่อมั่นในตัวเอง เล่นเร็วกว่าเดิม, เล่นจังหวะเดียวน้อยลง, ลดความผิดพลาดในจังหวะสอง, ผ่านบอลให้หนักขึ้น, วิ่งให้มากขึ้น, กดดันให้หนักขึ้น และมั่นใจในตัวเอง นั่นคือข้อความที่ผมพูดออกไป”

ดูเหมือนจะได้ผลเพราะ 45 นาทีหลัง ปิศาจแดง เป็นฝ่ายครองเกมและกดดัน สเปอร์ส อย่างหนัก ซึ่งทา งโชเซ่ มูรินโญ่ ก็ดูจะพอใจกับการให้นักเตะไก่เดือยทองลงไปตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับต่อไป เพราะกุนซือชาวโปรตุเกสอาจจะคิดว่าแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่มีทางเจาะแนวรับของเขาไปได้

ยิ่งไปกว่านั้นเขามีไม้เด็ดอย่าง มุสซ่า ซิสโซโก้ ที่วิ่งพล่านไปทั่วสนามทั้งการตัดเกม การมีส่วนกับการเล่นในจังหวะสำคัญ ซึ่งสร้างความลำบากให้กับแผงกลางและแนวรุก ผีแดง เป็นอย่างมาก

จนในที่สุด โซลชา ต้องปรับหมากและนั่นคือการส่ง ปอล ป็อกบา ลงสนามรวมไปถึง เมสัน กรีนวูด ที่จะลงไปช่วยการขยับเกมในแนวรุกในมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ถือเป็นช่วงเวลาที่แฟนๆ ปิศาจแดง รอคอย เพราะพวกเขาจะได้เห็นการประสานงานของ ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งทั้งสองพิสูจน์ในเกมที่ผ่านมาแล้วว่าสามารถไปด้วยกันได้และช่วยให้การสร้างสรรค์ของทีมมีมิติมากขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญคงหนีไม่พ้นการลงไปของมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสที่พอลงไปไม่นานก็สามารถมีส่วนในการสร้างโอกาสให้กับทีมได้ถึง 2-3 จังหวะ

ทุกๆ คนทราบอยู่แล้วว่าจุดเด่นของ ป็อกบา คือการเก็บบอลได้ดี รวมไปถึงวิสัยทัศน์ในเกมที่ยอดเยี่ยมเพราะเขาจะมองหาแนวรุกตัวว่างแล้วจ่ายบอลแบบงามๆ ไปให้เพื่อโอกาสในการจบสกอร์

หรือจะเป็นการพาบอลไปเองที่สามารถเปิดช่องและทำให้แนวรับฝ่ายตรงข้ามปั่นป่วน เหมือนกับจังหวะที่ทีมได้จุดโทษในช่วงท้ายครึ่งหลังที่เขาอาศัยการโยกหลอกแล้วจี้เข้าไปในกรอบก่อนจะโดนกระแทกล้มลงไป

อย่างที่เรียนไปว่า ป็อกบา คือตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง เพราะการมีกองกลางวัย 27 ปีลงสนามมันเหมือนกับการข่มขวัญศัตรูไปในตัวด้วย นอกจากนั้นฝ่ายตรงข้ามยังต้องปวดหัวในการตามประกบและปิดช่องของนักเตะ ทำให้คนอื่นๆ ในทีมมีพื้นที่มากขึ้น

“ปอล ทำการส่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเกมในตอนที่เขาผ่านบอลให้ มาร์คัส และเขาแสดงทักษะที่ดีที่สุดของวันเมื่อเขาเรียกฟาวล์จากจุดโทษ”

“ปอล เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลก และมันเป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เขากลับมา มันเป็นเรื่องดีที่ให้เขาลงสนามและเขาจะทำงานหนักหนักเพื่อให้ฟิตกว่าเดิมในเกมถัดไปและลงเล่นมากขึ้น”

“ตอนนี้มันเป็นทีมที่แตกต่างออกไปจากตอนที่เขาพลาดลงสนามจากอาการบาดเจ็บ บรูโน่ ย้ายเข้ามา เด็กๆ มีโมเมนตัมที่ดีก่อนช่วงล็อคดาวน์”

“เขามีความสุขอย่างมากที่ได้กลับมาลงสนาม เขาต้องฝันร้ายกับอาการบาดเจ็บไปนานกว่า 9 หรือ 10 เดือน มันไม่เหมือนกับการที่คุณต้องเจ็บไปตลอด 10 เดือน มันเหมือนกับว่าเราเกือบที่จะกลับมาแล้ว ทำงานหนักมากๆ และกลับมา จากนั้นเจ็บอีกครั้ง ต้องเข้ารับการผ่าตัด”

“เขาเกือบที่จะกลับมาก่อนช่วงล็อคดาวน์ และในท้ายที่สุดตอนนี้เขาก็กลับมาลงสนาม ผมมั่นใจว่าทุกๆ คนได้เห็นแล้วว่าเขามีความกระหายในเกมที่ยอดเยี่ยม และเขาเป็นนักฟุตบอลที่ดีมากๆ” พนันออนไลน์

“เราเป็นสโมสรที่ต้องการให้นักเตะที่ดีที่สุดของโลกลงเล่นร่วมกัน เราต้องการหาสมดุลของการรุกและการป้องกัน นั่นคือสิ่งที่สำคัญเมื่อคุณสร้างทีมขึ้นมา และผมคิดว่าวันนี้ ปอล แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถลงเล่นร่วมกับ บรูโน่ ซึ่ง ปอล ทำให้ทีมได้จุดโทษและ บรูโน่ เป็นคนสังหาร”

ถือเป็นสัญญาณที่ดีของทีมที่ได้เห็นสองกองกลางระดับโลกลงสนามพร้อมกันและสามารถประสานกันได้แบบไม่มีปัญหา ไม่มีเรื่องของอีโก้หรือศักดิ์ศรีที่บางคนกังวลว่าอาจจะเป็นกำแพงของทั้งสอง

แน่นอนว่าหลังจบเกม บรูโน่ ต้องออกมาหยอดคำหวานถึงการลงไปเปลี่ยนเกมของ ป็อกบา ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีกว่าเดิน

“ผมคิดว่าเราทำได้ดีมากๆ มันเป็นเกมที่ยาก เราเริ่มต้นได้ดีตามแบบที่เราคิด แต่จากนั้นพวกเขาทำประตูในจังหวะสวนกลับ กระนั้นผมคิดว่าเราอยู่ในเกมตลอด เราทำประตู เรามีโอกาสทำประตูมากกว่า มันไม่พอสำหรับเรา เพราะเราต้องการเอาชนะในทุกๆ เกม แต่มันก็เป็นผลการแข่งขันที่ดี เราไม่มีความสุขแต่มันเป็นผลการแข่งขันที่ดี”

“เราฝึกซ้อมอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในตอนที่เราซ้อมกลุ่ม ผมอยู่กลุ่มเดียวกับ ปอล เพื่อให้หาทางผสานงานกันง่ายมากกว่าเดิม แต่ผมผสานงานกับทุกๆ คนได้ดีและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทีม”

“ผมคิดว่า ปอล ก็คิดแบบเดียวกัน (กับผม) และเรามีความสุข ปอล ทำให้ทีมได้จุดโทษ ผมยิง ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทีม มันไม่สำคัญว่าใครทำประตูหรือแอสซิสต์หรือไม่ทำอะไร ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาชนะและเป็นเรื่องเกี่ยวกับทีม”

จากผลงานเกมล่าสุดแม้ว่าจะยังไม่ดีเหมือนช่วงก่อนที่จะมีการหยุดลงสนาม แต่มันคือเกมแรกอย่างเป็นทางการหลังจากผ่านไป 3 เดือน และเราได้เห็นสิ่งดีๆ อย่างการประสานงานของ ‘บรูโน่xป็อกบา’ และหัวใจของการไม่ยอมแพ้ที่เกือบจะได้ประตูชัยจาก กรีนวูด ในช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย SBOBET24

หวังว่าหลังจากนี้หลายๆ สิ่งจะเข้าที่เข้าทางมากกว่าที่ผ่านมาโดยเฉพาะแนวรุกที่ต้องเฉียบคมและเด็ดขาดกว่านี้ไม่ว่าจะเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด (จังหวะเหน่งๆ ในครึ่งแรก) และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ต้องทำให้ได้เมื่อโอกาสทองมาถึง

1 แต้มจาก ท็อตแน่ม ฮ่อตสเปอร์ สเตเดียม อาจจะส่งผลให้พวกเราโดน เชลซี (48 แต้ม) ทิ้งห่าง หรือแม้แต่โดน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (44 แต้ม) แซงนำ แต่ยังเหลืออีก 8 เกม ซึ่งนั่นคือเส้นทางที่สำคัญของขุนพลปิศาจแดง

การเดินหน้าแย่งพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังไม่จบแค่นี้ และมันคือเป้าหมายที่ทุกๆ คนวางไว้ให้เป็นงานที่สำคัญของสโมสร ยิ่งเกมนัดถัดไปถือว่าเป็นเกมที่สำคัญเพราะเราต้องเจอ ดาบคู่ หนึ่งในสโมสรที่แย่งตั๋วบอลยุโรปโดยตรง และหากเราสามารถเอาชนะที่ โอลด์ แทรฟอร์ด ได้ มันจะส่งผลไปยังความมั่นใจและอันดับของทีมอย่างแน่นอน

สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการสานต่อผลงาน 45 นาทีหลังของเกมที่ผ่านมา พัฒนาจุดที่ยังขาดหายไปให้ดีขึ้น และเชื่อว่าเรา (อาจจะ) ได้เห็นผลงานอันยอดเยี่ยมก่อนหน้ากลับมาอีกครั้ง ซึ่งนั่นคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แฟนๆ มีความสุขในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

1แต้มแสนยากของปีศาจแดงSBOBET24H

รามอสกองหลังดาวซัลโว

ประตูในเกมกับ เออิบาร์ ทำให้ เซร์คิโอ รามอส ก้าวขึ้นเป็นกองหลังที่ยิงประตูมากที่สุดในลา ลีกา เทียบเท่า โรนัลด์ คูมัน แต่สถิตินี้สะท้อนคุณค่าในตัวของ รามอส เพียงผิวเผินเท่านั้น เพราะบางประตูของเขามันสำคัญและพิเศษกว่าตำแหน่งกองหลังดาวซัลโวมากนัก SBOBET24H

ขโมยบอลได้จากแดนกลาง จ่ายออกไปให้เพื่อน แล้ววิ่งควบขึ้นหน้าอีกร่วม 30 หลา ดึงจังหวะรอลูกผ่านของ อาซาร์ เล็กน้อย ก่อนแปง่ายๆเข้าไป

ประตูนี้ไม่เพียงช่วยให้ เรอัล มาดริด ขยับสกอร์หนี เออิบาร์ เป็น 2-0 เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกมเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนให้ เซร์คิโอ รามอส กลายเป็นกองหลังที่ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ลา ลีกา เทียบเท่ากับ โรนัลด์ คูมัน ที่จำนวน 67 ประตูอีกด้วย

มีคอลูกหนัง ลา ลีกา หลายๆท่านแย้งว่า 67 นี่ยังไม่ได้มากที่สุดซักหน่อย เทียบกับ เฟร์นานโด เอียร์โร่ รุ่นพี่ชุดขาวยุค 90 แล้ว คนนี้ต่างหากคือ ‘ท็อปสกอเรอร์’ ของกองหลังตัวจริงเสียงจริง เพราะกดไปถึง 105 ตุง

แต่ ลา ลีกา บอกว่า ไม่ขอนับ เอียร์โร่ นะ ในส่วนนี้ เพราะถึงแม้เขาจะเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟจนโด่งดังเป็นที่รู้จัก แต่ยุคสมัยนึง เริ่มตั้งแต่ ราโดเมียร์ อันทิช กุนซือเซอร์เบียย้ายมาคุม เรอัล มาดริด ในฤดูกาล 1991–1992 นั้น เอียร์โร่ โดนจับไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตรงกลางสนาม และภายใต้ตำแหน่งนี้เขายิงไปถึง 44 ลูก ดังนั้นจึงไม่ถือเป็นกองหลังแบบเพียวๆ (อ้าว ซวยไป)

ครับ สถิติก็ว่ากันไป จะมองว่า เอียร์โร่ ยิงเยอะกว่าก็ได้ ไม่ว่ากัน หรือจะแยกย่อยหยุมหยิมแบบที่ ลา ลีกา ตั้งกฏไว้ ก็แล้วแต่ เพราะยังไงมันก็เปลี่ยนความจริงที่ว่า รามอส ยิงไปแล้ว 67 ประตูและมันน่าทึ่งเอามากๆไม่ได้

67 ประตูของ รามอส แบ่งออกเป็น 65 ประตูกับ เรอัล มาดริด และอีก 2 ประตูสมัยยังเป็นดาวรุ่งกับ เซบีย่า ซึ่งก็ออกจะแปร่งๆอยู่นิด ตรงที่ 1 ใน 2 ตุงที่ซัดได้นี้คือการยิงใส่ เรอัล มาดริด

ลูกนั้นเกิดขึ้นในฤดูกาล 2004/05 เซบีย่า เล่นใน ปิซฆวน รับมือ เรอัล มาดริด ยุค กาลาคติกอส , นาทีที่ 18 เจ้าบ้านได้ฟรีคิกระยะ 35 หลา เรนาโต้ เจ้าพ่อลูกนิ่งประจำทีมยืนอยู่ที่บอลขยับทำท่าว่าจะยิง แต่กลับหลอก แปะออกข้างเบาๆ ให้ รามอส วิ่งมาซัดเต็มข้อ

บอลพุ่งวาบลอยข้ามหัว ซีดาน กับ เบ็คแฮ่ม ที่ยืนขวางเป็นกำแพง ก่อนฮุคลงเสียบเสาขวามือของ อีเกร์ กาซียาส เข้าไป ช่วยให้ เซบีย่า ออกนำ ตั้งแต่ต้นเกม

หลังบอลตุงตาข่าย รามอส ในวัยย่าง 19 วิ่งไปดีใจกับแฟนๆด้านหลังประตู เขาทั้งชูมือและส่งจูบ และจังหวะสุดท้ายก่อนภาพตัดขึ้นไปบนอัฒจรรย์ก็คือ ดาเนี่ยล อัลเวส วิ่งมากระโดดกอดจากทางด้านหลัง นับเป็นซีนที่เห็นแล้วให้รู้สึกแปร่งๆยังไงไม่รู้ เมื่อคิดถึงเส้นทางต่อมาของทั้งคู่ (ฮา)

ตัดจากสนาม กล้องทีวีแพนขึ้นไปจับภาพบนบล็อควีไอพี โฆเซ่ มาเรีย เดล นีโด้ กับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานของทั้งสองทีมซึ่งนั่งติดกันตามธรรมเนียมปฏิบัติของลูกหนังสเปน

เดล นีโด้ ทำสีหน้าเรียบเฉย แต่แอบชำเลืองดูภาพช้าจากหน้าจอทีวีด้านหน้าเล็กน้อย ส่วน เปเรซ ก็เช่นกัน เขาเก็บอาการ ทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ใครจะรู้ ! ท่านประธานชุดขาวในตอนนั้นอาจกำลังคิดว่า “ฉันต้องเตรียมเงินไว้เท่าไหร่กันนะเพื่อซื้อไอ้เด็กคนนี้ ?”

ไม่ว่าจะคิดไว้ตั้งแต่แว้บแรกที่เห็น รามอส ตะบันฟรีคิกสุดเฉียบ หรือจะค่อยกลับมาคิดได้ตอนหลัง แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างที่เราเห็นกัน ซัมเมอร์ปีนั้น เปเรซ ควักเงิน 27 ล้านยูโร ให้ เซบีย่า เพื่อแลกกับ รามอส และถือเป็นแข้งสแปนิชคนแรกที่ เปเรซ ซื้อเข้ามาในการนั่งตำแหน่งประธานสมัยแรก

รามอส รับเสื้อหมายเลข 4 ต่อจาก เอียร์โร่ ที่อำลาทีมไป กลายเป็นปราการเหล็กของ เรอัล มาดริด นับตั้งแต่ย้ายมา เขาเล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟในปีแรก ก่อนขยับไปเล่นแบ็กขวา เมื่อสโมสรซื้อ คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ กับ เปเป้ เข้ามาในปี 2007 แต่ไม่นานนักก็กลับมาเล่นเซนตอร์ฮาล์ฟอีกครั้งเมื่อกองกลังเยอรมันล้มหมอนนอนเสื่อจากอาการเจ็บซ้ำซาก จนย้ายออกไปในปี 2010

รามอส เป็นกองหลังที่ครบเครื่อง ลูกหนักมี ลูกคลาสสิคมี ลูกเหนือชั้นมี แม้กระทั่งลูกสปกรกก็มีให้เห็น ซึ่งจะว่าไปการเล่นในลักษณะนี้แม้จะไม่ดีนัก แต่ฟุตบอลอาชีพบางครั้งในทีก็ต้องมีคนที่เล่นแบบนี้อยู่

รามอส ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมต่อจาก อีเกร์ กาซียาส ก็เพราะคาแรกเตอร์ที่มีความเป็นผู้นำ ดุดัน ห้าวหาญ ไม่กลัวใคร ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาดเจ้าเล่ห์

นอกจากการเกมรับที่สุดยอดแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของ รามอส ก็คือเรื่องการทำประตู เขาเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังที่มีเซนส์เรื่องนี้สูงมาก พนันออนไลน์

เขาเป็นเพชรฆาตสังหารจุดโทษที่ชัวร์มากๆ เขาทำประตูจากจุดโทษ 10 ลูกด้วยกัน โดยที่ผ่านมา รามอส พลาดจุดโทษเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น แล้วก็ให้น่าเบังเอิญที่ว่ามันเป็นเกมที่ เรอัล มาดริด พบกับ เซบีย่า

สไตล์การยิงประตูของ รามอส นั้นก็หลากหลาย มีทั้งหนัก ทั้งเบา ยิงมุม ยิงกลางประตู ซึ่งรวมถึงลูกยิงแบบ ปาเนนก้า ซึ่งเขามักงัดมาใช้อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม อย่างที่ได้เขียนถึงไปข้างต้นว่า รามอส เป็นคนที่มีเซนส์เรื่องการยิงประตูสูงกว่ากองหลังทั่วไป เพราะหากตัดจุดโทษ 11 ลูกออกไป เขาก็ยังซัดได้ในเกมปกติมากถึง 56 ลูกด้วยกัน ซึ่งตรงนี้เมื่อนำไปเทียบกับ คูมัน จะเห็นได้ชัดว่า

กองหลังฮอลแลนด์ที่สร้างสถิติได้ถึง 67 ลูกใน ลา ลีกา นั่นเพราะมีจุดโทษช่วยหนุนค่อนข้างมากถึง 52 ลูกหรือคิดเป็น 68.65% จากจำนวนประตูทั้งหมด ขณะที่ส่วนของ รามอส คิดเป็นแค่ 16.4% เท่านั้น

ในฤดูกาลนี้ รามอส รั้งรองดาวซัลโซของ มาดริด โดยยิงไป 8 ประตู ตามหลัง คาริม เบนเซม่า (14 ประตู) เพียงคนเดียวเท่านั้น โดย 8 ลูกแยกออกเป็น ลา ลีกา 6 และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 (คลับ บรูช กับ กาลาตาซาราย) และเกมที่เหลืออีก 10 นัดข้างหน้า รามอส ต้องการอีกเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้นก็จะขึ้นแท่นเป็นกองหลังที่ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ลา ลีกา แซงหน้า คูมัน ทันที

กระนั้นก็ตาม สำหรับ รามอส ผมเชื่อว่า แฟนบอลไม่ได้จดจำเขาเพียงแค่จำนวนประตู หากแต่เพราะหลายๆประตูที่เขาทำได้ ยังมีความหมาย และพิเศษอย่างมาก

เช่นลูกโขกตีเสมอ บาร์ซ่า 1-1 ในช่วงทดเจ็บเกมเอลกลาซีโก้ ที่คัมป์ นู เมื่อเดือนธันวาคม 2016 ช่วยให้ เรอัล มาดริด ยืดสถิติไร้พ่ายออกไป

ลูกโขกใส่ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2014 ซึ่งลงเอยแล้ว เรอัล มาดริด บุกถล่ม เสือใต้ ยับ 4-0

และที่สุดของที่สุด คงไม่มีใครลืมลูกโขกนาทีที่ 90+3 ใน แชมเปี้ยนส์ลีกไฟนั่ล ที่ ลิสบอน, มันไม่ใช่แค่ลูกโขกที่ทรงพลัง สมบูรณ์แบบในท่วงท่า ทว่ามันพลิกโฉมหน้าของเกมไปโดยสิ้นเชิง

ประตูตีเสมอ แอตเลติโก 1-1 ในช่วงอึดใจสุดท้ายช่วยให้ มาดริด ฮึดกลับมา และพลิกสถานการณ์ไล่ขโยก 4-1 คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกสมัยที่ 10 หรือ ลา เดซิม่า ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ กลายเป็นดราม่าในนัดชิงที่ยากจะลืมเลือน SBOBET24

ส่วนตัวผมมองว่า การยิงประตูแม้จะไม่ง่าย แต่นักเตะทั่วไปสามารถทำได้ ทว่ามีเพียงซูเปอร์สตาร์เท่านั้นที่ยิงประตูในช่วงเวลาสำคัญ ประตูที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ และส่วนนี้คือหนึ่งในคุณสมบัติของ รามอส

เช่นนี้แล้ว ต่อให้อนาคตข้างหน้า จะมีกองหลังคนไหนยิงประตูได้มากกว่า รามอส เขาก็อาจไม่เป็นที่จดจำเท่าก็เป็นได้ หากว่าประตูนั้นมันไม่ได้พิเศษจริงๆ

รามอสกองหลังดาวซัลโวSBOBET24H

ในวันที่สิงห์ขอทวงบัลลังก์

โชเซ่ มูรินโญ่ เคยกล่าวว่าเขารู้ว่าจะพาทีมคว้าแชมป์ลีก หลังจากเซ็นสัญญากับ ดีเอโก้ คอสต้า และ เชส ฟาเบรกาส มายัง เชลซี เมื่อปี 2015 เดอะ สเปเชียล วัน คือคนที่ตรงไปตรงมา และไร้ความปราณีในการหาคนที่เขาคิดวาสามารถชูถ้วยพรีเมียร์ลีกได้ในราคาที่เหมาะสม SBOBET24H

ตอนนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กำลังมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และเฉียบคม เช่นเดียวกันในตลาดซื้อขายนักเตะ ขณะที่เขาเองก็หวังจะเปลี่ยนทีมคนหนุ่มให้กลายเป็นผู้ท้าชิง ฮาคิม ซิเย็ค ถูกเซ็นสัญญาล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ไม่ได้เยอะอะไรหากเทียบกับตลาดซื้อขายในปัจจุบัน

การมาของเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโมร็อกโกได้รับแรงหนุนเข้าไปอีกจากความจริงที่ว่า เชลซี กำลังจะปาดหน้า ลิเวอร์พูล เข้าวินซิว ทิโม แวร์เนอร์ แลมพาร์ด รู้เหมือนเจ้านายเก่าของเขา เมื่อ 5 ปีก่อนว่าทีมของตนกำลังต้องการประตู และบอร์ดบริหารก็หนุนหลังกุนซือของพวกเขา เพื่อให้เซ็นสัญญากับนักเตะที่ต้องการ

ที่ผ่านมา ใช่ว่าบอร์ดของ สิงห์บลูส์ จะให้การสนับสนุนผู้จัดการทีมของพวกเขาหมดทุกคนที่ไหน ไม่เชื่อก็ลองถาม อันโตนิโอ คอนเต้ ดูสิ กับการที่เขาอยากได้ โรเมลู ลูกากู แต่สุดท้ายดันได้คนที่น่าสงสารอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า มาแทน

มันก็ไม่ใช่อีกเหมือนกันกับช่วงซัมเมอร์ที่ 2 ในการกลับมาหนที่ 2 ของ มูรินโญ่ ด้วยการมี ซิเย็ค และ แวร์เนอร์ ทำให้แนวรุกของ เชลซี หมดห่วงไปได้ และเป้าหมายถัดไปของพวกเขาก็คือ เบน ชิลเวลล์ ซึ่งถือเป็นคนโปรดอันดับหนึ่งในใจของ แลมพาร์ด

ในขณะที่ 2 แนวรุกโฉมใหม่ไฉไลน่าจะช่วยให้แดนหน้ามีความอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เรื่องของเกมรับเอง พวกเขาก็ต้องเพิ่มความแข็งแกร่งหาก สิงห์บลูส์ จริงจังกับการท้าทาย 2 มหาอำนาจปัจจุบันอย่าง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ในหัวตาราง

ในฤดูกาลนี้ เชลซี เสียไปแล้วถึง 39 ประตู จาก 29 เกม ซึ่งมากกว่า หงส์แดง ตั้ง 18 ลูกด้วยกัน และ แลมพาร์ด ก็มองว่าตำแหน่งแบ็กซ้ายนี่แหละคือคำตอบของปัญหาหลังบ้าน ย้อนกลับไปในปี 2015 การเซ็นสัญญาของ มูรินโญ่ ส่งผลโดยตรงให้ เชลซี ผงาดคว้าแชมป์ลีก โดย คอสต้า ยิงไป 20 ประตู จาก 26 เกม หลังย้ายมาจาก แอต. มาดริด ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ ขณะที่ ฟาเบรกาส ซึ่งมาจาก บาร์เซโลน่า 27 ล้านปอนด์ ก็จบฤดูกาลด้วยการทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกไปถึง 18 ครั้ง พนันออนไลน์

ตู้โชว์ถ้วยแชมป์ของ เชลซี ที่แห้งหายมาเป็นพักใหญ่ในหลายฤดูกาลก่อนหน้านั้นกลายเป็นสามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ทันทีจากการมาของทั้งคู่ เมื่อได้ชูถ้วยลีก คัพ ก่อนที่จะฟาดแชมป์พรีเมียร์ลีก คอสต้า และ ฟาเบรกาส พร้อมด้วยนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ปี 2015 อย่าง เอแด็น อาซาร์ ทำให้ทีมของ มูรินโญ่ กลายเป็นเดอะ วินเนอร์ส

ในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ การตัดสินใจอันรวดเร็วของ เชลซี ทำให้พวกเขาใกล้จะได้ตัว แวร์เนอร์ อย่างเป็นทางการ ทั้งที่ทางเลือกแรกที่เขาอยากไปอยู่ด้วยคือ ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ค่าฉีกสัญญา 54 ล้านปอนด์ ที่ หงส์แดง อยากขอต่อรองให้ตัวเลขลดลงมา แต่ สิงห์บลูส์ ไม่เสียเวลาด้วยการโฉบตัดหน้าพร้อมจ่ายเต็มจำนวนเพื่อคว้าหนึ่งในดาวยิงฟอร์มร้อนแรงที่สุดของยุโรปในปัจจุบัน

จากสถิติ ไม่มีดาวยิงคนไหนที่มีส่วนร่วมกับประตูในเวทีบุนเดสลีกา ฤดูกาลนี้ มากกว่า แวร์เนอร์ ที่ยิงไป 25 ประตู และทำอีก 8 แอสซิสต์ อีกแล้ว ขณะที่ เจดอน ซานโช่ ซึ่งเหนือกว่าก็ไม่ใช่กองหน้า

แม้ทีมคนหนุ่มของ เชลซี อาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการท้าทายตำแหน่งแชมป์ลีกเหมือนกับยุค 2015 แต่การทำงานในตลาดรอบนี้ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นว่า โรมัน อบราโมวิช มีความสุขกับการทุบคลัง แต่เขาก็ยินดีที่จะให้ แลมพาร์ด ได้ใช้เงินก้อนใหญ่ด้วย

ความคำชื่นชมที่มีต่อ เมสัน เมาท์, รีซ เจมส์ และ แทมมี่ อบราฮัม ทั้งหมดประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ และ แลมพาร์ด จะมีการตัดสินใจว่าใครจะอยู่หรือใครจะไปในช่วงซัมเมอร์

หลังจากผ่านตลาดซื้อขายนักเตะที่ไร้ผลในเดือนมกราคม ผู้จัดการทีม เชลซี ต้องขอบคุณสโมสรที่กำลังพยายามให้เขาได้ปรับปรุงทีมตามต้องการ

สิงห์บลูส์ กำลังเข้าใกล้เป้าหมายที่ถูกต้องในซัมเมอรืนี้ ซึ่งมันก็คล้ายกับในปี 2015 แวร์เนอร์ และ ซิเย็ค อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการท้าทาย 2 มหาอำนาจในฤดูกาล 2021 แต่มันก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการเนรมิตยอดทีมของ อบราโมวิช อีกครั้ง

การใช้เงินของเขาช่วยนำแชมป์พรีเมียร์ลีกมาประดับตู้โชว์ได้แล้วถึง 5 สมัย แม้มันดูเป็นเรื่องยากที่ เชลซี จะได้แชมป์สมัย 6 ภายใต้การทำงานของ แลมพาร์ด SBOBET24

แต่ด้วยการลงมืออย่างเฉียบขาด และรวดเร็วในซัมเมอร์นี้ แลมพาร์ด ก็มีโอกาสที่จะเป็นใครคนนั้นที่ทำได้

ในวันที่สิงห์ขอทวงบัลลังก์SBOBET24H

รู้จักมือขวาคนใหม่ของ”เป๊ป”

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้มือขวาคนใหม่มาแทนที่ มิเกล อาร์เตต้า เรียบร้อยแล้วจากการแต่งตั้งโดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยมีชื่อว่า ฆวนม่า ลิโญ่ เป็นโค้ชชาวสเปน SBOBET24H

ส่วนใหญ่คนที่เดินในเส้นทางสายกุนซือมักผ่านประสบการณ์การเป็นนักฟุตบอลมาก่อนทั้งนั้น แต่สำหรับ ฆวนม่า ลิโญ่ หรือชื่อเต็มๆ คือ ฆวน มานูเอล ลิโญ่ ดิเอซ แกเริ่มต้นเดินเส้นทางนี้ตั้งแต่อายุยังไม่ครบ 20 ปีเลย เขาเกิดวันที่ 3 พฤศจิกายน ปี 1965 ที่ โตโลซ่า ใน ประเทศสเปน ปัจจุบันอายุ 54 ปี แกได้เป็นโค้ชคุมทีมระดับท้องถิ่นอย่าง อมารอซ เคอี ตั้งแต่อายุแค่เพียง16 ปี จากนั้นอีก 4 ปีต่อมาก็ได้โอกาสไปคุมทีม โตโลซ่า ซีเอฟ ใน เตร์เซร่า ดิวิชั่น ตอนปี 1985 ก่อนที่จะได้โอกาสกับ มิรานเดส ในปี 1988 และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมตีตั๋วขึ้นไปสู่ลีก เซกุนด้า ดิวิชั่น เบ ในฐานะแชมป์ปีนั้น

พอเข้าสู่ยุค 90 ฆวนม่า ลิโญ่ ได้โอกาสเข้าไปบัญชาทัพ เดปอร์ติบา เลโอเนซ่า ในฤดูกาล 1991-92 เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซืออายุน้อยที่สุดที่สอบผ่านคอร์สด้านการโค้ชในประเทศสเปน และว่ากันว่านี่คือคนที่เป็นต้นตำรับผู้คิดค้นระบบแผน 4-2-3-1 ขึ้นมาด้วย และจากนั้นไม่นานเจ้าตัวก็ถูกทาบทามตัวไปอยู่กับ ยูดี ซาลามังก้า ตามคำสั่งของประธานสโมสร ฆวน โฆเซ่ ฮิดัลโก้ และผลงานในปีนั้น ฆวนม่า ลิโญ่ สามารถพาทีมจบเป็นอันดับ 2 ในลีกดิวิชั่น 3 ของสเปน และในที่สุดพอถึงปี 1995 เมื่อแกผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ก็สามารถพา ซาลามังก้า ทะยานสู่เวทีสูงสุดอย่าง ลา ลีกา สเปน ได้สำเร็จ พร้อมกับสร้างสถิติเป็นกุนซืออายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ลา ลีกา สเปน ที่อายุ 29 ปี แต่พอคุมไป 28 เกมก็ต้องตกงานในที่สุด เพราะมีผลงานที่ย่ำแย่จากการเก็บได้แค่ 4 คะแนนเท่านั้นและจมอยู่บ๊วยของตาราง พนันออนไลน์

ถ้านับเฉพาะการทำงานในบ้านเกิด ฆวนม่า ลิโญ่ ก็ได้โอกาสคุมทีมมากมายทั้งทีมที่มีชื่อเสียงบ้าง ทีมโนเนมบ้าง ลีกสูงๆ บ้าง ลีกล่างๆ บ้าง แต่ถ้าจะพูดถึงผลงานที่ดีที่สุดของแกก็น่าจะเป็นการพา เตเนริเฟ่ รอดตกชั้นในฤดูกาล 1997-98 รวมไปถึงการพา เรอัล โซเซียดาด จบอันดับที่ 6 ในลีก อเดลันเต้ สเปน และคุมทีมแพ้แค่นัดเดียวเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ต้องตกงานไปเพราะพาทีมเลื่อนชั้นสู่ ลา ลีกา ไม่ได้ ส่วนประสบการณ์ที่ดีที่สุดก็คงเป็นการได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปอย่าง ยูฟ่า คัพ กับ เรอัล ซาราโกซ่า ปี 2000 ซึ่งคนที่พาทีมคว้าโควต้าดังกล่าวได้ เช็ตตู โรโฆ ที่ย้ายไป แอธเลติก บิลเบา พอดีซึ่งตัวของ ฆวนม่า ลิโญ่ นั้นได้มารับช่วงต่อ

นอกจากการรับงานในประเทศสเปน ฆวนม่า ลิโญ่ ก็มีโอกาสย้ายออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ยังต่างแดนบ้าง โดยในฤดูกาล 2005-06 กับ โดราดอส ซินาลัว ใน เม็กซิโก, มิโลนาริออส ใน โคลอมเบีย ปี 2014 และ แอตเลติโก นาซิอองนาล ในปี 2017 แถมมีแว๊บมาแถบเอเชียด้วยกับ วิสเซล โกเบ ปี 2018 และ ชิงเต่า ฮวงไห ในประเทศจีน ถ้าจะพูดถึงผลงานที่ดีที่สุดใน

ต่างแดนก็คงเป็นกับสโมสร ชิงเต่า ฮวงไห ในลีก ไชนีส ลีก วัน เพราะ ฆวนม่า ลิโญ่ ได้เข้ามากุมบังเหียนช่วงสิงหาคมปี 2019 แกพาทีมชนะ 6 จาก 7 เกมในบทบาทเฮดโคเช พร้อมพาทีมทะยานจากที่ 5 ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ของลีก และได้โควต้าเลื่อนชั้นสู่สังเวียน ไชนีส ซูเปอร์ลีก นอกจากบทบาทกุนซือแล้ว ช่วงปี 2015-16 เจ้าตัวก็ได้โอกาสเข้าไปร่วมงานกับ ฮอร์เก้ ซามเปาลี ในฐานะ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติชิลี ด้วย ถึงแม้จะเป็นโค้ชที่ประสบการณ์เยอะ แต่น่าเสียดายที่ตลอดระยะเวลา 37 ปีในเส้นทางนี้เจ้าตัวไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์รายการใหญ่ๆ เลยสักครั้ง

ก่อนที่ ฆวนม่า ลิโญ่ จะตอบตกลงเข้าทำงานเป็นมือขวาให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หารู้ไม่ว่าจริงๆ ทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาก่อนที่ เม็กซิโก กับสโมสร โดราดอส ซินาลัว ช่วงปี 2005-06 ซึ่งตอนนั้น ฆวนม่า ลิโญ่ เป็นผู้จัดการทีม ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่ควบตำแหน่งเป็นทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชของทีม แต่ทั้งคู่ก็ร่วมงานกันได้ไม่นานก็ต้องแยกทางกัน เพราะ ฆวนม่า ลิโญ่ ได้ประกาศลาออกตั้งแต่ช่วงกลางซีซั่นท่ามกลางปัญหาทางการเมืองภายในรั้วสโมสร

จริงๆ ทั้ง 2 คนมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาตั้งนานแล้ว และตัวของ เป๊ป ก็ยกย่อง ฆวนม่า ลิโญ่ ในเรื่องของการวางแผนและการแท็คติกมากๆ โดยช่วงปี 199 ตอนที่ ฆวนม่า ลิโญ่ คุม เรอัล โอเบียโด้ และได้โอกาสเจอกับ บาร์เซโลน่า ตอนที่ เป๊ป ยังเป็นนักเตะ ทั้งคู่ต่างชื่นชมกันไปมาอยู่ตลอด จนมาถึงตอนที่ทั้งคู่ได้ปะมือกันในฐานะกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็เล่นไม่ออมมือเลยด้วยการพา บาร์เซโลน่า ยำใหญ่ อัลเมเรีย ของ ฆวนม่า ลิโญ่ ไปแบบถล่มทลายด้วยสกอร์ 8-0 ช่วงฤดูกาล 2009-10 และนั่นถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวตกงานในทันทีด้วย SBOBET24

แต่ตอนนี้ทั้งคู่ได้กลับมาจับมือผนึกกำลังกันอีกครั้งแล้ว แต่อาจจะสับตำแหน่งกันโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นเจ้านาย และ ฆวนม่า ลิโญ่ เป็นผู้ช่วย ถือว่าน่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะทั้งคู่ต่างชื่นชมและยกย่องกันอยู่ตลอดในเรื่องของไอเดียและฝีไม้ลายมือ ดังนั้นเราต้องมารอดูกันว่าทั้งคู่จะช่วยยกระดับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้กลายเป็นทีมที่น่ากลัวได้มากกว่านี้อีกหรือไม่ ?

รู้จักมือขวาคนใหม่ของ”เป๊ป”SBOBET24H

ไอ้ปืนใหญ่ในวันนี้

เป็นเวลา 200 วันพอดีที่ มิเกล อาร์เตต้า ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล นับจากวันที่ 20 ธันวาคม ปีที่แล้ว งานแรกในอาชีพโค้ชเต็มตัวของ อาร์เตต้า เป็นงานหนักอึ้งและท้าทายอย่างยิ่งกับการคุม อาร์เซน่อล ในสภาพเหมือนคนป่วยที่มีหลายโรครุมเร้าจนสุดท้ายต้องแยกทาง อูไน เอเมรี่ ที่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ SBOBET24

ความท้าทายที่สุดคงเป็น อาร์เตต้า ไม่มีประสบการณ์คุมทีมเต็มตัวมาก่อน ข้อเท็จจริงที่ทำให้เห็นภาพชัดคือ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือจอมเก๋าของ คริสตัล พาเลซ เริ่มงานโค้ชได้เกือบ 6 ปีตอนที่กุนซือปืนใหญ่คนปัจจุบันลืมตาดูโลกในปี 1982

อาร์เตต้า เริ่มงาน 2 นัดแรกด้วยการเก็บได้เพียงคะแนนเดียวจากการเสมอ บอร์นมัธ 1-1 และแพ้คาบ้านต่อ เชลซี 1-2 แต่จากนั้น 13 นัดจากทุกรายการ อาร์เซน่อล ไม่แพ้ใครใน 90 นาที

ใน 13 นัดหลังสุดที่ไม่แพ้ใน 90 นาทีก่อนฟุตบอลหยุดแข่งขัน ยังมีจุดอ่อนที่ซุกซ่อนอยู่มากมายอย่างที่เห็นในเกมยูโรปา ลีก ที่พ่าย โอลิมเปียกอส ในช่วงต่อเวลาจนตกรอบคาบ้าน

แต่กระนั้น ทิศทางในภาพรวมของ อาร์เซน่อล ดีกว่าเดิมชัดเจนทั้งเรื่องผลการแข่งขัน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในทีม และความเชื่อมั่นจากแฟนบอลที่เริ่มกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างกลับต้องสะดุดลงในวันที่ 12 มีนาคมเมื่อ มิเกล อาร์เตต้า ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัส “โควิด-19” ที่เริ่มระบาดในสหราชอาณาจักร

สมาชิกในทีมทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านทั้งหมด และมีผลต่อการตัดสินใจของพรีเมียร์ลีกที่ต้อง “หยุด” การแข่งขันเอาไว้ก่อนจนถึง ณ ตอนนี้

ในสุดสัปดาห์นั้น รัฐบาลยังไฟเขียวให้มีการแข่งขันกีฬากันได้ ทว่าพรีเมียร์ลีกเลือกที่จะระงับเอาไว้หลังได้รับข่าวการติดเชื้อของ อาร์เตต้า รวมถึง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวรุ่งของ เชลซี ในเวลาไล่เลี่ยกัน

อเล็กซ์ เบนแน่ม นักวิทยาศาสตร์ด้านสังคมและว่าที่ดร. มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ให้ความเห็นว่า “ความคิดผมนะ ผลการวินิจฉัยว่าติดเชื้อของ อาร์เตต้า เปิดเผยให้เห็นถึงขอบเขตของการแพร่ระบาด และทำให้เกิดมาตรการที่จำเป็นและนำไปสู่การตัดสินใจของพรีเมียร์ลีก”

การเป็นคนมีชื่อเสียงของ อาร์เตต้า ทำให้ข่าวการติดเชื้อของเขาได้รับความสนใจและสร้างความตื่นตัวให้กับคนในแวดวงลูกหนังได้ตระหนักมากขึ้นว่าโควิด-19 ใกล้ตัวเข้ามาแล้ว ดังนั้นอาจเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไปที่จะให้มีการแข่งขันฟุตบอลอันเป็นกิจกรรมที่มีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกัน พนันออนไลน์

ขณะที่ ดร. เบอร์คู เทเปคูเล่ (Dr Burcu Tepekule) นักสร้างแบบจำลองโรคติดเชื้อและนักระบาดวิทยาแห่งมหาวิทยาซูริค ได้จำลองแบบเพื่อประเมินถึงผลต่อเนื่องเมื่อหยุดการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก (Mass gathering) ที่มีต่ออัตราการเสียชีวิต

ในช่วงที่ อาร์เตต้า เปิดเผยว่าติดเชื้อ มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหราชอาณาจักรเพียง 8 คน ดร.เทเปคูเล่ ใช้แบบจำลอง SEIR (susceptible, exposed, infectious, recovered) ประเมินพบว่ามีความเป็นไปได้ที่ “อัตราการเสียชีวิตระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 19 พฤษภาคม ลดลง 450 ราย”

“นี่เป็นการประเมินจำนวนผู้รอดชีวิตเบื้องต้นหลังการยกเลิก (ชั่วคราว) ของพรีเมียร์ลีก และนำไปสู่การตัดสินใจคล้ายกันของสหพันธ์ฟุตบอลในประเทศอื่นๆ พอจะกล่าวได้ว่าผลการตรวจเชื้อที่เป็นบวกของ อาร์เตต้า เหมือนได้ช่วยชีวิตคนจำนวนหลายพันโดยไม่คาดคิด” ดร.เทเปคูเล่ กล่าว

มิเกล อาร์เตต้า เจอบททดสอบแห่งชีวิตอย่างไม่คาดคิด เขาต้องต่อสู้กับไวรัสอยู่นานหลายวันก่อนก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากและหายเป็นปลิดทิ้งอีกครั้ง

ในขณะที่อดีตกุนซืออย่าง อูไน เอเมรี่ เอาแต่กล่าวโทษทุกคนที่ อาร์เซน่อล ยกเว้นตัวเองถึงความล้มเหลวในอดีต มิเกล อาร์เตต้า เลือกที่จะก้มหน้าก้มตาแก้ไขปัญหาในทีมแม้กระทั่งในช่วงที่สภาพร่างกายไม่เต็มร้อยระหว่างรักษาอาการป่วยอยู่ที่บ้าน

อาร์เตต้า ติดต่อพูดคุยกับลูกทีมและสตาฟฟ์โค้ชอย่างสม่ำเสมอผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Zoom และ WhatsApp ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อไม่ให้ช่วงเวลาที่ต้องกักตัวอยู่บ้านของแต่ละคนต้องสูญเปล่า

กุนซือหนุ่มมีศิลปะในการสื่อสารที่ดีเยี่ยม สิ่งนี้ช่วยสร้างความกลมเกลียวให้เกิดขึ้นในทีมและค่อยๆ หลวมรวมทีมที่เหมือน “ปริแตก” ไปแล้วพอสมควรให้กลับมาเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

หากต้องยกตัวอย่างผลงานที่สะท้อนความเป็นทีมของ อาร์เซน่อล ในยุค มิเกล อาร์เตต้า ได้ดีที่สุดก็ต้องเป็นนัดเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ที่แข้งปืนใหญ่ป็นฝ่ายไล่ตีเสมอถึง 2 ครั้ง โดยที่เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแรก

จุดแข็งที่สุดและน่าประทับใจที่สุดของ อาร์เตต้า คือการแถลงข่าวที่เขาแสดงวิสัยทัศน์ที่มีได้ชัดเจน สามารถสื่อสารไปถึงทุกคนทั้งนักเตะ แฟนบอล และสื่อมวลชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ อูไน เอเมรี่ มีปัญหาอย่างมากระหว่างคุม อาร์เซน่อล

อาร์เตต้า สามารถขับเคลื่อนผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมให้เดินหน้าไปด้วยกันได้อีกครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งบางคนที่ก่อนหน้านี้มีความคิดต้องการย้ายทีม ใจลอยไปที่อื่นล่วงหน้า

หนึ่งในนั้นคือ กรานิต ชาก้า ที่ความสัมพันธ์กับสโมสรอยู่ในสถานะ “แตกหัก” เกินแก้ไขหลังเหตุการณ์ตอบโต้แฟนบอลในเกมกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนตุลาคม กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ส่อแววย้ายออกจากทีมอย่างแน่นอนในตลาดหน้าหนาว ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็เริ่มมองหาตัวแทนรายใหม่

แต่หลังการมาของ อาร์เตต้า สถานการณ์ของ ชาก้า ก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่เพียงแค่ถูกรั้งให้อยู่กับทีมต่อไปเท่านั้น แต่อดีตกองกลาง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ยังได้แรงสนับสนุนจาก มิเกล อาร์เตต้า อย่างเต็มที่จนกระทั่งสามารถกลับมายืนหยัดในทีมได้อีกครั้ง และมีโอกาสปักหลักระยะยาวตามสัญญาที่มีถึงปี 2023

นอกจากแข้งระดับซีเนียร์ได้ประโยชน์แล้ว กลุ่มผู้เล่นดาวรุ่งอีกจำนวนมากในทีมเยาวชนก็อยู่ในสายตาของ อาร์เตต้า เช่นกัน กุนซือหนุ่มชาวสเปนพร้อมผลักดันในแบบเดียวกับ บูคาโย่ ซาก้า และ รีสส์ เนลสัน ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ อีกหนึ่งดาวรุ่งอย่าง แม็ตต์ สมิธ กองกลางวัย 19 ปีก็น่าจะได้โอกาสในทีมชุดใหญ่ SBOBET24H

อีกจุดยืนยันถึงการเป็นคนที่เข้ามาทำให้ความสัมพันธ์ในทีมแนบแน่นมากขึ้นเหมือนเป็น “มือประสาน” คนใหม่คือการทำหน้าที่ตัวกลางเจรจากับนักเตะในทีมให้ยอมรับข้อตกลงลดค่าเหนื่อยเพื่อช่วยสโมสรในช่วงวิกฤตทางการเงินหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งในตอนแรกนักเตะในทีมบางคนไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้

ภารกิจต่อไปของ อาร์เตต้า คือพยายามหาทางออกเรื่องสัญญาของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กองหน้ากัปตันทีม และ บูคาโย่ ซาก้า ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงที่เหลือระยะเวลาอีกเพียง 12 เดือน และจะมีผลต่อการปรับเปลี่ยนขุมกำลังของทีมในช่วงซัมเมอร์

แต่ก่อนจะเคลียร์เรื่องสัญญาดังกล่าว ภารกิจสำคัญตรงหน้าตอนนี้คือเตรียมความพร้อมของทีมให้ได้มากที่สุดก่อนพรีเมียร์ลีกกลับมารีสตาร์ตอีกครั้งในเกมเยือน แมนฯ ซิตี้ วันพุธที่ 17 มิถุนายนนี้ซึ่ง อาร์เตต้า จะได้กลับ เอติฮัด สเตเดี้ยม เป็นครั้งแรกหลังแยกตัวมารับงาน อาร์เซน่อล

อาร์เตต้า อาจได้ช่วยชีวิตคนหลายคนโดยไม่ตั้งใจหลังยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 แต่ตลอด 2 เดือนต่อจากนี้ ภารกิจสำคัญที่เขาต้องช่วยให้ได้คือนำ อาร์เซน่อล ไปถึงเป้าหมายในฤดูกาลนี้

ไอ้ปืนใหญ่ในวันนี้SBOBET24

ทำไมหงส์ชวดคว้า”แวร์เนอร์”

ติโม แวร์เนอร์ กำลังจะกลายเป็นกองหน้าคนใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ใช่แอนฟิลด์ อย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้ในตอนแรกเรื่องราวการย้ายทีมของ “เทอร์โบติโม” ติโม แวร์เนอร์ ร้อนแรงมาตั้งแต่ปฎิทินเปลี่ยนมาเป็นปี 2020 SBOBET24H

และจุดหมายปลายทางของติโม แวร์เนอร์เหมือนจะถูกคาดเดากันว่า จะเป็นลิเวอร์พูล มาโดยตลอด ไม่ว่าจะกี่เดือนผ่านไป ทุกอย่างยังคงชัดเจนว่า ติโม ใจลอย และรอคอยที่จะไปร่วมเป็นลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนบ้านเดียวกันอยู่ตลอด และเหมือนไม่ใช่มีแค่ติโมเท่านั้น แม้แต่ตัวเจอร์เก้น คล็อปป์เองก็มีข่าวว่าล็อกเป้าหัวหอกเพื่อนร่วมชาติรายนี้มาเป็นลูกน้องคนใหม่ในฤดูกาลหน้าด้วย

ความจริงการซื้อขายควรจะเกิดขึ้นไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดภาวะการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำเอาประชาชนทั่วโลกปั่นป่วนไปกันหมด ไม่เว้นแม้แต่วงการฟุตบอลที่ต้องยกเลิกโปรแกรมการแข่งขันชั่วคราว จนทำให้ฤดูกาลต้องจบช้ากว่าปกติแต่ถึงจะมีเหตุการณ์พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก แต่ก็ไม่มีใครหรอกครับที่จะคิดว่า ติโม แวร์เนอร์ กับลิเวอร์พูลจะไม่ได้กัน

คือ ด้วยบทสัมภาษณ์ที่ไม่มีกั๊กของแวร์เนอร์เอง ไปจนถึงการไม่ปฎิเสธข่าวการย้ายทีมเลยของผู้ใหญ่ในทีมแอร์เบ ไลป์ซิก มันก็ชี้ชัด ว่ายังไงก็ย้ายแน่นอน และลิเวอร์พูลก็ดูเป็นตัวเลือกเดียวด้วย เพราะนักเตะอยากร่วมงานกับคล็อปป์ แต่ขึ้นชื่อว่าโลกลูกหนังแล้ว ไม่มีอะไรแน่นอนจนกว่าจะชูเสื้อ หรือจับปากกาเซ็นสัญญา ครับ พนันออนไลน์

เพราะถึงวันนี้ ตอนนี้ ติโม แวร์เนอร์ กำลังจะกลายเป็นกองหน้าคนใหม่ของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ไปเสียแล้ว

จาก “สีแดง” กลายเป็น “สีน้ำเงิน” จาก “ลิเวอร์พูล” กลายเป็น “เชลซี” ที่กำลังจะได้ลายเซ็นของเขาไป สาเหตุหลักๆ ไม่ใช่อยู่ที่ติโม แวร์เนอร์ ไม่เลือกหงส์ แต่กลายเป็นหงส์ต่างหากที่ไม่เลือกแวร์เนอร์

นับเป็นอีกหนึ่งซัมเมอร์ที่แวร์เนอร์ต้องผิดหวังอีกครั้ง หลังจากปีก่อน ก็ถูกบาเยิร์น มิวนิค หลอกให้แต่งตัวคอยเก้อ แต่สุดท้ายก็ไม่มารับตามที่สัญญากันไว้ จนต้องยอมอยู่ต่อเป็นกำลังหลักให้กับไลป์ซิกต่อไปอีก 1 ปี ปีนี้ก็อีกเช่นกัน รักปักใจไปกับคล็อปป์แล้ว แต่ถึงเวลาเอาเขาจริงๆ บอร์ดบริหารของทีมกลับไม่เห็นด้วย จนนำไปสู่การไม่ยื่นข้อเสนอที่น่าพึงพอใจไปให้ไลป์ซิกพิจารณา

แต่ปีนี้ ติโม จะไม่ทนอีกแล้ว จะไม่มีการรอเก้ออีกต่อไป ว่าแล้วพอรู้ว่าลิเวอร์พูลจะไม่ยื่นข้อเสนอเข้ามา เอเย่นต์ของแวร์เนอร์ก็เริ่มติดต่อไปยังทีมชั้นนำต่างๆที่เคยเป็นข่าวกับยอดหัวหอกเมืองเบียร์รายนี้ ว่ายังสนใจใช้บริการลูกค้าของเขาหรือไม่และก็เป็นเชลซีที่เข้ามา และปิดการเจรจาทุกอย่าง อย่างรวดเร็ว ทุ่มเงินจำนวน 60 ล้านยูโร ตามค่าซื้อสัญญาของแวร์เนอร์ ก่อนมอบสัญญา 5 ปี มูลค่าปีละ 10 ล้านยูโร ให้เจ้าตัวพิจารณา แน่นอน ด้วยค่าเหนื่อยมหาศาล บวกกับการการันตีตัวจริง

จากกุนซือ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ต่อสายตรงไปหาเจ้าตัวเพื่อขายโปรเจคเชลซี ยุคยังบลัด นั่นทำให้ติโม ตอบตกลง และพร้อมแล้วกับความท้าทายใหม่ที่กำลังจะเข้ามา

เชลซี ใช้การเล่นแร่แปรธาตุ เอาค่าตัว 65 ล้านยูโร ของอัลวาโร่ โมราต้า ที่กำลังจะกลายเป็นสมบัติของทีมแอดเลติโก มาดริด อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2020 มาใช้ซื้อแวร์เนอร์ แม้จะยังบอกไม่ได้ตอนนี้ว่าจะคุ้มหรือไม่ แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นการลงทุนที่ฉลาดของเชลซี ที่เปลี่ยนส่วนเกินของทีมอย่างโมราต้า ให้กลายเป็นแวร์เนอร์ ที่สด และห้าวกว่าในเวลานี้

ปัจจุบันลิเวอร์พูลมีรายจ่ายเฉพาะค่าเหนื่อยของนักเตะ และทีมงาน รวมไปถึงลูกจ้างทั้งหมดเป็นเงินถึงปีละ 310 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว คิดเป็น 58% ของเงินรายได้ที่หาได้ทั้งหมด แล้วกับปีที่รายได้หดหายแน่ๆ จากการที่ไม่สามารถขายบัตรเข้าชมให้แฟนฟุตบอลได้ รวมไปถึงการขายของลิขสิทธิ์สโมสรที่โดนผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปเต็มๆ นั่นทำให้มีการคาดการณ์ว่า ลิเวอร์พูลอาจจะสูญเสียรายได้ไปเกือบ 100 ล้านปอนด์ต่อปี หากทุกอย่างยังไม่กลับมาสู่ภาวะปกติ

ลองคิดดูเล่นๆนะครับ ค่าเหนื่อยมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น จากการต่อสัญญา ไหนจะต้องจ่ายโบนัสให้กับผู้เล่นตามสัญญาหากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ รายจ่ายมีแต่มากขึ้น สวนทางกับรายรับที่หายไป 1 ใน 5 โอกาสเข้าข่ายผิดกฎทางการเงินของยูฟ่า มีสูงเลยทีเดียวครับ การตัดไฟแต่ต้นลมซะ อาจจะไม่ถูกใจแฟนเดอะ ค็อป ทั้งหลาย แต่เชื่อเถอะครับว่า มันเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้วในภาวะสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ SBOBET24

เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่บุญ และวาสนาด้วย คนเราบางคนรักกันแทบตาย แต่ถ้าเวลามันไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ แบบนี้อาจจะเจ็บ แต่ก็ต้องยอมรับความจริง และอยู่กับมันให้ได้ครับ ใครจะไปรู้ วันหนึ่งเมื่อฟ้าเป็นใจ เราอาจจะได้เห็นติโม แวร์เนอร์กลับมาเป็นลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ก็เป็นได้

ทำไมหงส์ชวดคว้า”แวร์เนอร์”SBOBET24H

ชีวิตตกสวรรค์ของ”เกิทเซ่”

ชีวิตมันไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ” คุณไม่สามารถรู้หรือคาดเดาได้ล่วงหน้าว่า “วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น” มันอาจจะดีก็ได้ และ มันก็อาจจะเลวร้ายก็ได้เหมือนกัน SBOBET24H

“ความไม่แน่นอนของชีวิต” มันไม่มีการยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะคุณจะเป็นใคร มาจากไหน ทำอาชีพอะไร พ่อแม่ใหญ่แค่ไหน นี่คือสิ่งที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธได้

ถ้าจะพูดถึงนักฟุตบอลคนหนึ่งที่เข้าข่ายกับนิยาม “ความไม่แน่นอนของชีวิต” ชั่วโมงนี้ก็คงต้องนึกถึง มาริโอ เกิทเซ่ ผู้ที่กำลังจะหมดอนาคตกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรที่เป็นบ้านหลังที่ 2 ในเร็วๆ นี้

มาริโอ เกิทเซ่ เป็นเด็กปั้นที่เติบโตขึ้นมาจากอคาเดมี่ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนจะได้รับโอกาสจาก เจอร์เก้น คล็ปปป์ ผู้ที่ผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ปี 2009 และด้วยพรสรรค์ที่มากมายรอบด้านทั้งเรื่องของเทคนิคและไหวพริบ บวกกับวิวัฒนาการที่ก้าวกระโดดในเรื่องของฝีเท้า ทำให้ มาริโอ เกิทเซ่ ยึดตำแหน่งตัวจริงในก๊วน “เสือเหลือง” ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับสร้างชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลกในฐานะดาวรุ่งที่อัจฉริยะมากที่สุดในยุคนั้นด้วยวัยแค่ 18 ปีเท่านั้น

เขาคือส่วนผสมและกลไกสำคัญของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชุดพลังหนุ่มที่สามารถโค่นสโมสรเบอร์ 1 ของ เยอรมัน อย่าง บาเยิร์น มิวนิค พร้อมเถลิงบัลลังก์แชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ 2 ปีซ้อน (2010-11 และ 2011-12) แต่สุดท้าย ดอร์ทมุนด์ ก็ต้องมาเสีย มาริโอ เกิทเซ่ ให้กับ “เสือใต้” แบบเลี่ยงไม่ได้จากการจ่ายค่าฉีกสัญญาในราคา 37 ล้านยูโรเมื่อปี 2013 ส่วนผลงานพี่แกก็

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่น่าจดจำมากๆ ของชายที่ชื่อ มาริโอ เกิทเซ่ ก็คือทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล โดยในรอบชิงชนะเลิศที่ “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน เจอกับ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนติน่า ตัวของ เกิทเซ่ ลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ในนาที 88 และตัวกุนซือ โยอัคคิม เลิฟ ก็ได้กระซิบบอกับตัว มาริโอ เกิทเซ่ ว่า “ลงไปแสดงให้โลกรู้ว่าเอ็งนั้นเก่งกว่า ลิโอเนล เมสซี่” พนันออนไลน์

ก่อนที่นาที 113 ลูกครอสส์ของ อังเดร ชูร์เล่ จากริมเส้นฝั่งซ้ายลอยมาทางหน้าปากประตู ก่อนที่ มาริโอ เกิทเซ่ จะพักอกก่อนตวัดด้วยซ้ายตามน้ำเป็นประตูชัยพา ทีมชาติเยอรมัน เถลิงบัลลังก์ แชมป์โลก สมัยที่ 4 ในหน้าประวัติศาสตร์ นั่นคือ แชมป์โลก ครั้งแรกในรอบ 14 ปี ส่วนตัวของ เกิทเซ่ พี่แกคือ ตัวสำรองคนแรกที่สามารถซัลโวประตูชัยในศึก ฟุตบอลโลก เขาคือผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ใน ฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ ด้วยตัวเลข 21 ปีทำลายสถิติเดิมของ โวล์ฟกัง เวเบอร์ ที่เคยทำไว้ที่อายุ 22 ปี และแน่นอนวันนั้น มาริโอ เกิทเซ่ คือ แมน ออฟ เดอะ แมตช์

ในฤดูกาล 2015-16 โชคชะตาเหมือนจะเริ่มเล่นตลกกับชีวิต มาริโอ เกิทเซ่ เข้าแล้ว เพราะเรื่องปัญหาอาการบาดเจ็บเริ่มแวะมาเยี่ยมเยียนขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลต่อฟอร์มการเล่นในสนาม, ความมั่นใจ ตลอดจนโอกาสการลงเล่น และในที่สุดเขาก็เริ่มกลายเป็นส่วนเกินและเป็นอะไหล่สำรองของ บาเยิร์น มิวนิค ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยในซีซั่นนั้น มาริโอ เกิทเซ่ มีชื่ออยู่ในทีมทั้งหมด 31 เกมจากทุกรายการ เขาได้ลงเล่น 21 เกม ส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนลงมาเป็นสำรองมากกว่า ยิงได้ 6 ประตูและทำได้แค่ 4 แอสซิสต์เท่านั้น นั่นเลยทำให้ มาริโอ เกิทเซ่ ตัดสินใจขนข้าวของย้ายกลับไปตายรังที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาลต่อมาด้วยสัญญา 4 ปี เพื่อกอบกู้ความมั่นใจ

พอกลับมาบ้านหลังเก่าชีวิตของ มาริโอ เกิทเซ่ ก็เริ่มดูดีขึ้น พอปรับตัวได้ก็เริ่มได้โอกาสลงเล่นต่อเนื่องมากขึ้น ทว่าก็ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บตามมารบกวนอยู่ไม่ขาดสาย แต่จากนั้นไม่นานชีวิตของ มาริโอ เกิทเซ่ ก็ดันทะลึ่งมาเจอสึนามิลูกใหญ่ซัดเข้าชายฝั่งอีกครั้ง เพราะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2017 เขาถูกถอดชื่อออกจากทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หลังถูกตรวจพบว่าเป็นโรค เมตาโบลิค อิสเทอร์บาสซ์ หรือ โรคที่เกี่ยวพันกับระบบการเผาผลาญของร่างกายที่ผิดปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบางส่วนเกิดปัญหา และว่ากันว่าไอ้เจ้าโรคนี้มันติดตัวอยู่กับพี่แกมานานแล้ว และเป็นเบื้องหลังของปัญหาอาการบาดเจ็บทั้งหมดที่ มาริโอ เกิทเซ่ เคยเจอมา

จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ มาริโอ เกิทเซ่ ต้องพักรักษาตัวแบบไม่มีกำหนดอยู่ที่บ้าน (ณ เวลานั้น) เพื่อรอทางแพทย์หาทางรักษา โดยคุณพ่อของเขาได้พูดไว้ว่า “มาริโอ ยังทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากนั่งรออยู่ที่บ้าน ยังไม่มีแผนและวิธีการรักษาเขาในตอนนี้” ฟังแล้วให้ความรู้สึกที่หดหู่ไม่ใช่น้อยเลยจริงๆ หลายคนอาจคิดว่าเต็มที่เขาอาจจะพักฟื้นแค่ทั้งซีซั่น แต่ในความปิดจริงไอ้เจ้าโรคนี้สามารถพังอนาคตคุณได้ทันที เพราะมีเรื่องของกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มันไม่อาจรักษาแบบหายขาดได้ มันก็เลยทำให้หลายๆฝ่าย เริ่มเป็นห่วงกลัวว่า มาริโอ เกิทเซ่ ต้องจบชีวิตค้าแข้งด้วยวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น

หลังเจอโรคประหลาดลึกลับเล่นงานไปช่วงต้นปีจนต้องพักฟื้นอยู่แต่บ้านเป็นเวลานาน ในที่สุด มาริโอ เกิทเซ่ ก็ได้โอกาสกลับคืนสู่สังเวียนฟลอร์หญ้าอีกครั้งในรอบหลายเดือนโดยเกิดขึ้นในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ บุกไปเอาชนะ โวล์ฟสบวร์ก 3-0 ทุกอย่างหมือนจะดูดีขึ้น โดยตลอดช่วงฤดูกาล 2017-18 และ 2018-19 มาริโอ เกิทเซ่ ได้ลงเล่นแตะหลัก 30 เกมต่อซีซั่น แต่สิ่งที่ยังเหมือนเดิมคือ เกิทเซ่ ไม่ใช่ตัวหลักของทีมอีกต่อไป และก็ไม่ได้มีผลงานที่เฉิดฉายเหมือนสมัยก่อนแล้ว มันคือชีวิตเดิมที่แย่ๆ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง

“เราจะแยกทางกับ มาริโอ เกิทเซ่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ มันเป็นการตัดสินใจร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย และต้องให้ความเคารพกับการตัดสินใจครั้งนี้ มาริโอ เกิทเซ่ เป็นผู้ชายที่ดีมากๆ “

นี่คือบทสัมภาษณ์ของ มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ยืนยันชัดเจนแล้วว่า หลังจบฤดูกาลนี้ มาริโอ เกิทเซ่ จะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในรั้ว ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค บ้านหลังแรกของเขาอีกต่อไป ส่วนเหตุผลมันเป็นเพราะอะไรก็ ? คงทราบกันดีอยู่แล้ว ส่วนผลงานปีนี้ เกิทเซ่ ได้ลงเล่นไป 21 เกม ยิงได้ 3 ประตู และยังคงสถานะเป็นอะไหล่สำรองหรือส่วนเกินของทีมต่อไป SBOBET24

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีแฟนบอล, เหล่าตำนานดังๆ รวมถึงกูรูลูกหนังในเยอรมันหลายคนที่ยังคอยส่งกำลังใจให้ มาริโอ เกิทเซ่ ต่อสู้และผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ นี้ไปให้ได้ พร้อมกลับมาเป็นเขาคนก่อน คนที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะซุปตาร์ที่มีพรสวรรค์สูงและเทคนิครอบด้าน และเป็นความหวังของ ทีมชาติเยอรมัน ส่วนอนาคตข้าง มาริโอ เกิทเซ่ จะย้ายไปอยู่ที่ไหนก็คงต้องติดตามกันต่อไป ?

ชีวิตตกสวรรค์ของ”เกิทเซ่”SBOBET24H