ทำไม”รามอส”ยังฟิตถึงตอนนี้

หากเอ่ยถึงปราการหลังชั้นนำของโลก ชื่อของ “เซร์คิโอ รามอส” ย่อมถูกยกขึ้นมาอย่างไม่น่าสงสัย นอกจากความสำเร็จ ทั้งในระดับทีมชาติ และสโมสร ที่คว้าแชมป์มาอย่างมากมาย รวมถึงจำนวนประตูที่ทำอย่างต่อเนื่องแล้ว เรื่องของการยืนระยะ ถือเป็นเรื่องที่เขาสามารถสานต่อได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน SBOBET24H

อย่าลืมว่า ช่วงอายุของรามอส ล่วงเลยมาถึง 34 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม สภาพร่างกายของเขายังฟิตสมบูรณ์ และแข็งแกร่งมาก โดยสามารถลงสนามในเกมระดับสูงได้อย่างสบาย พร้อมกับจัดการแนวรุกฝ่ายตรงข้ามได้อย่างอยู่หมัด นี่เป็นปัจจัยที่เขาไม่เคยละเลย

หากใครที่คอยติดตามสื่อโซเชี่ยล มีเดีย ส่วนตัวของรามอส เราจะเห็นเขาอัพคลิปออกกำลังกายเป็นประจำ พร้อมกับลงรูปภาพที่แสดงให้เห็นถึงกล้ามเนื้อ ที่เป็นมัดอย่างสวยงามอยู่ตลอด จนกลายเป็นตัวแทนของความพยายามในการรักษาสภาพร่างกายไปแล้ว ช่วงนี้ เราไปติดตามดูเคล็ดลับการดูแลตัวเองเล็กๆน้อยๆ จากดาวเตะทีมชาติสเปน รายนี้กันหน่อย

รามอส ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ชีวิตประจำวันของเขาก็เหมือนกับคนปกติทั่วไป อย่างไรก็ตาม เขาเน้นไปที่การดูแลเรื่องของสภาพจิตใจ โดยพยายามให้มีความผ่อนคลายมากที่สุด เพราะนี่คือพื้นฐานที่สุดสำคัญ ในการต่อยอดไปถึงเรื่องการดูแลสภาพร่างกาย ที่ถือว่าต้องใช้สมาธิอย่างมาก

เขากล่าวว่า “หลังจากที่ผมตื่นนอนแล้ว ผมจะเดินไปอาบน้ำ พร้อมกับเปิดเพลงสบายๆไปด้วย เพราะเป็นการสร้างการเคลื่อนไหวของร่างกายเล็กน้อย … ผมอยากบอกว่า ดนตรีถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมเลย มีแทรกอยู่ในวิถีชีวิต แน่นอนว่า

ดนตรีช่วยในเรื่องของการผลักดัน และการปรับเปลี่ยนเรื่องของอารมณ์ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผมลืมเรื่องต่างๆ ในช่วงเวลาที่อยู่นอกสนามแข่งขัน” พนันออนไลน์

“จากนั้น ผมจะสนทนากับครอบครัวสักหน่อย และบอกลาพวกเขา จากนั้น ผมจะขับรถไปยังสนามซ้อมของเรอัล มาดริด ที่ตั้งอยู่ที่บริเวณ บัลเดเบบาส ผมจะไปกินอาหารเช้าที่นั่น”

นี่คือกิจวัตรประจำวันของรามอส ที่เขาแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย เขามองว่า ความสดชื่นทางจิตใจที่สร้างมาจากที่บ้านของตัวเอง สามารถส่งผลในเชิงบวก ต่อการเดินทางไปฝึกซ้อมฟุตบอลแบบจริงจังได้ แน่นอนว่า สิ่งเหล่านั้นช่วยสนับสนุนการใช้พละกำลังอย่างมหาศาล

ตัดภาพมาที่สนามซ้อมของสโมสร รามอส กล่าวถึงขั้นตอนเหล่านี้ว่า ในเรื่องของโภชนาการ เข้ามามีทบาทสำคัญเหมือนกัน โดยเขาเน้นในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้รับประทานอาหารที่พิเศษกว่าพวกนักฟุตบอลอาชีพคนอื่นๆ เขาเพียงแค่หมั่นเติมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้ครบถ้วน

รามอส กล่าวว่า “ผมมักดื่มกาแฟ และขนมปังโฮลวีด ซึ่งทำมาจากเมล็ดข้าวสาลี นอกจากนี้ ผมยังเน้นในเรื่องของการกินโปรตีน อีกด้วย ผ่านการกินอาหารอย่าง ไก่งวง หรือไม่ก็ไข่ลวก พร้อมกันนี้ ในส่วนของผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ ผมก็ไม่ได้ละเลยในส่วนนี้ไปเลย”

“ผมมองว่า สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางสารอาหาร และมีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย หากวันไหนที่ไม่มีการฝึกซ้อมแล้ว ผมก็จะมีการปรับแต่งแนวทางการกินอาหารเล็กน้อย” เขาเสริมถึงสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำที่สนามซ้อม ก่อนที่จะลงไปซ้อมแบบจริงจัง

นอกจากการฝึกซ้อมที่สนามซ้อมของเรอัล มาดริด สิ่งหนึ่งที่มักเห็นรามอส ทำอยู่เป็นประจำ นั่นคือการฝึกซ้อมด้วยตัวเองที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการยกน้ำหนัก หรือการวิ่งบนลู่ เพื่อเป็นการรักษาความฟิต และสภาพร่างกาย โดยให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา กระนั้น เขาไม่ได้ทำทั้งหมดด้วยตัวเองเพียงคนเดียว หรือทำในแบบที่ปราศจากการวางแผน

รามอส กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เขาพยายามที่จะฝึกซ้อมที่บ้าน โดยมุ่งเน้นไปที่รูปแบบที่ไม่ซ้ำกับการปฏิบัติที่สโมสร โดยบอกว่า “การฝึกซ้อมที่บ้าน แบบที่ผมทำเป็นประจำ นั่นคือการเน้นไปที่เรื่องของความแข็งแรง และพัฒนากลุ่มกล้ามเนื้อ รวมถึงการผสมผสานในเรื่องของคาร์ดิโอ เข้าไปด้วย” SBOBET24

“อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายที่บ้านของตัวผม ต่างได้รับการดูแล และติดตามผลจากทีมแพทย์ของเรอัล มาดริด ซึ่งสิ่งที่ผมลงมือทำเหล่านี้ บรรดาสตาฟ และทีมแพทย์ จะมุ่งเน้นไปในส่วนของการซ้อมในสนามมากกว่า รวมถึงการปรับปรุงกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวในทุกวัน”

นี่คือเรื่องราว และเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆของรามอส ชายที่ยืนระยะบนลีกสูงสุดแดนกระทิงดุได้อย่างยาวนาน ซึ่งหลายคนมองว่า เขาน่าจะเล่นฟุตบอลในระดับสูง โดยเฉพาะกับเรอัล มาดริด ต่อไปอีกสักระยะ เมื่อเราฟังการดูแลตัวเองเป็นอย่างดีของเขาแล้ว ต้องบอกเลยว่า ไม่ใช่เรื่องยากเกินความพยายาม

ทำไม”รามอส”ยังฟิตถึงตอนนี้SBOBET24H

โอกาสสุดท้ายไอ้ปืนใหญ่

อาร์เซน่อล จบฤดูกาล 2019-20 ในอันดับ 8 ของตาราง ไม่ติดพื้นที่ยุโรป แต่พวกเขายังเหลือความหวังได้ตั๋วไป ยูโรปา ลีก หากสามารถคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ SBOBET24H

อาร์เซน่อล มีคิวลงเล่นรอบชิงชนะเลิศกับ เชลซี ที่สนาม เวมบลีย์ ในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยที่ทัพ “สิงห์บลูส์” ได้ตั๋วยุโรปถ้วยใหญ่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว แต่ “ปืนใหญ่” มีทางเลือกเดียวคือต้องแชมป์และได้รางวัลพิเศษคือตั๋วยูโรปา ลีก

ตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ลงเล่นในยูโรปา ลีก มาโดยตลอด และหากได้ตั๋วสำเร็จก็จะเป็นการเล่นถ้วยยุโรปใบเล็กเป็นฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกัน แต่หากพลาดแชมป์เอฟเอและพลาดตั๋วด้วยก็จะเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปีที่ไม่ได้เล่นถ้วยยุโรป หรือตั้งแต่ก่อน อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีมเลยทีเดียว

แฟนบอลหลายคนอาจมองว่าการพลาดโควตาฟุตบอลยุโรปโดยเฉพาะถ้วยเล็กยูโรปา ลีก จะทำให้ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือหนุ่มวัย 38 ปีมีเวลาโฟกัสกับการปรับแต่งทีมของเขาให้ดีมากขึ้นจากการที่จะไม่มีโปรแกรมกลางสัปดาห์มายุ่งยากใจ รวมทั้งเหล่าแข้งปืนใหญ่จะได้มีเวลาพักฟื้นร่างกายมากขึ้นจากโปรแกรมที่น้อยลง

อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล อาจได้รับผลกระทบในหลายเรื่อง

ก่อนหน้านี้ สโมสรออกมาเปิดเผยผลประกอบการในฤดูกาล 2018-19 ว่าขาดทุนกว่า 27.1 ล้านปอนด์หลังหักภาษีเรียบร้อยซึ่งเป็นการขาดทุนของทีมครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 และพวกเขายังต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทางการเงินที่สั่นคลอนอย่างหนักเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดังนั้น ปัญหาที่ อาร์เซน่อล ต้องเจออาจไม่ได้มีเพียงเรื่องการเงินแต่ยังต้องเผชิญหน้ากับชื่อเสียงของพวกเขาและจุดยืนของสโมสรอาจเปลี่ยนไปหากไม่สามารถคว้า โควตายุโรปในฤดูกาลหน้า

มิเกล อาร์เตต้า เคยกล่าวเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเกม นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ กับ สเปอร์สว่า “สโมสรแห่งนี้จะต้องลงเล่นในฟุตบอลยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่หากพวกเราไม่มีโอกาสนั้น การได้ลงเล่นใน ยูโรปา ลีก ก็ยังเป็นเรื่องที่ดีกว่าเราไม่ได้โควตาฟุตบอลยุโรปรายการใดๆ เลย”

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าสโมสรที่พลาดตั๋วฟุตบอลยุโรปจะได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างที่หลายทีมกำลังเผชิญกันอยู่ อาร์เซน่อล ก็กำลังพยายามอย่างหนักในการหาทางรับมือกับปัญหาดังกล่าวในยุคที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก

“โครนเก้ สปอร์ต &เอ็นเตอร์เทนเมนต์” หรือ KSE บริษัทที่เป็นเจ้าของทีมเพิ่งจะปรับโครงสร้างหนี้สินของสโมสรเพื่อสะสางปัญหาทางการเงินในระยะสั้นซึ่งก็คือการล้างหนี้สินที่กู้เงินมาสร้างสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อปี 2006 โดยก่อนหน้านี้หนี้สินที่มีเพิ่มขึ้นจำนวนมากหลังพวกเขาผิดนัดชำระหนี้ตามกำหนด

การปรับโครงสร้างหนี้สินของ อาร์เซน่อล เป็นเรื่องจำเป็นต้องทำเพราะช่วยลดจำนวนดอกเบี้ยประจำปีที่ต้องจ่ายสำหรับเงินที่กู้มาและยังทำให้สโมสรมีเงินสำรองมูลค่า 37 ล้านปอนด์เอาไว้ชำระหนี้สินที่กู้มาในช่วงก่อนหน้านี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม วงในของ อาร์เซน่อล ออกมาชี้ให้เห็นว่าเงินสำรองจำนวนดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้เพื่อคว้าตัวนักเตะใหม่มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ได้เพราะต้องนำไปจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น

ดังนั้นจึงแทบจะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่างบประมาณในการเสริมทัพของ มิเกล อาร์เตต้า เมื่อตลาดการซื้อ-ขายนักเตะเปิดทำการอีกครั้งคงจะจำกัดจำเขี่ยอย่างแน่นอนและการพลาดตั๋วยุโรปก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเป็นปัญหาของ อาร์เซน่อล ในช่วงซัมเมอร์นี้ทั้งที่กุนซือชาวสเปนต้องการเสริมแกร่งขุมกำลังเพื่อสู้ศึกในฤดูกาลหน้าก็ตาม

การลงเล่นใน ยูโรปา ลีก คงไม่ได้ช่วยให้ อาร์เซน่อล ได้เงินก้อนจำนวนมูลค่ามหาศาลเทียบเท่ากับรายการใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่รายได้ขั้นต่ำแตกต่างกันราว 50 ล้านปอนด์ แต่ก็ทำให้พวกเขาได้เงินจำนวนหนึ่งเอาไว้ใช้สำหรับการดึงตัวนักเตะใหม่มาร่วมทีม พนันออนไลน์

ดังนั้น สามารถกล่าวได้ว่าการพลาดโควตายุโรปแม้กระทั่งถ้วยเล็กอย่าง ยูโรปา ลีก ในฤดูกาลหน้าไม่เพียงส่งผลต่อเรื่องงบประมาณในการเสริมทัพเพียงอย่างเดียวแต่จะทำให้ช่องว่างการเติบโตของกำไรสุทธิระหว่าง อาร์เซน่อล และทีมในกลุ่มลุ้นโควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก ขยายกว้างขึ้นอีกด้วย

คีรอน โอ คอนเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินด้านกิจการฟุตบอลจากเว็บไซต์ สวิส แรมเบิ้ล กล่าวว่า “แม้ว่า อาร์เซน่อล สามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึก ยูโรปา ลีก ได้ในฤดูกาลที่แล้ว (2018-19) แต่กำไรสุทธิที่พวกเขาทำได้นน้อยกว่าทีมที่ได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่าง ลิเวอร์พูล ที่ได้เงินมากถึง 98 ล้านปอนด์, สเปอร์ส ที่ได้ 92 ล้านปอนด์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ 82 ล้านปอนด์”

“สิ่งที่สำคัญคือการที่ อาร์เซน่อล ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่นักในฟุตบอลยุโรปส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของพวกเขา ซึ่งมันก็เป็นความจริงที่คู่แข่งได้เปรียบจากจุดนี้และที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือ ในฤดูกาล 2018-19 ที่ผ่านมา

สเปอร์ส มีรายได้สูงถึง 459 ล้านปอนด์ ขณะที่ อาร์เซน่อล มีรายได้เพียง 393 ล้านปอนด์เท่านั้น” โอ คอนเนอร์ เสริม

มีการคาดการณ์ต่อว่า เดอะ กันเนอร์ส ทำกำไรสุทธิได้เพียง 19 ล้านปอนด์เท่านั้นในฤดูกาลนี้จากการตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายในศึก ยูโรปา ลีก ด้วยฝีมือของ โอลิมเปียกอส ซึ่งผลตอบแทนที่ได้กลับมาเพียงน้อยนิดเป็นตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกับทีมที่มีโครงสร้างธุรกิจและค่าเหนื่อยในระดับทีมที่ได้สิทธิ์ แชมเปี้ยนส์ ลีก

หาก มิเกล อาร์เตต้า ไม่สามารถคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองเพื่อให้ได้โควตายุโรปฤดูกาลหน้า ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังรวมถึงการสสนับสนุนจากสปอนเซอร์และรายได้ในแต่ละนัดที่จะลดลงอีกด้วย

การพลาดโควตา ยูโรปา ลีก ส่งผลเสียกับ อาร์เซน่อล มากกว่าที่หลายคนคาดคิดรวมทั้งทำให้โอกาสที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง หัวหอกตัวเก่งจะขยายสัญญาฉบับใหม่ออกไปนั้นน้อยลงตามไปด้วย เช่นเดียวกันกับการโน้มน้าวให้ผู้เล่นในเป้าหมายอย่าง โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางตัวเก่ง แอตเลติโก มาดริด ย้ายมาร่วมทีมเป็นเรื่องยากขึ้นอีกด้วย SBOBET24

อาร์เซน่อล เป็นทีมที่ได้ โควตาไปสู้ศึกฟุตบอลยุโรปมาตลอดในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาซึ่งพวกเขาได้วางรากฐานความสำเร็จและโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปมาตรฐานทุกอย่างก็พังทลายลง หากเป็นกราฟก็โน้มเอียงลงต่ำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีท่าทีเชิดหัวขึ้นได้

“ตอนนี้เราอยู่ในโมเมนต์ที่เราจะต้องสู้กับโอกาสครั้งสุดท้ายใน เอฟเอ คัพ เราจะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อคว้าแชมป์ให้ได้ พยายามทำให้เต็มที่กับความหวังเดียวที่เหลืออยู่” อาร์เตต้า กล่าว

ต่อให้ไม่ได้มีผลพลอยได้กับการได้สิทธิ์ยูโรปา ลีก ในฤดูกาลหน้าเป็นอีกแรงจูงใจ แต่ตำแหน่งแชมป์เอฟเอ คัพ ก็เป็นความสำเร็จที่ มิเกล อาร์เตต้า และ อาร์เซน่อล ต้องร่วมกันคว้ามาครองให้ได้เพื่อให้ฤดูกาลนี้มีตำแหน่งแชมป์เชยชม

ถ้วยแชมป์เอฟเอ คัพ จะเป็นสิ่งเดียวที่แข้งปืนใหญ่ทำเพื่อแฟนบอลตัวเองได้ในฤดูกาลได้ในฤดูกาลที่มีเรื่องน่าผิดหวังมากมายแบบนี้

โอกาสสุดท้ายไอ้ปืนใหญ่SBOBET24H

โควัช-โมนาโก ความฝันมาบรรจบกัน

โมนาโก ประกาศเปิดตัว นิโก้ โควัช เป็นกุนซือคนใหม่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสโมสรที่พยายามกลับไปท้าทายหัวตารางของ ลีก เอิง อีกครั้ง พนันออนไลน์

ด้วยผลงานที่ลุ่มๆ ดอนๆ ที่หล่นลงมานับตั้งคว้าแชมป์ ลีก เอิง เมื่อปี 2017 พวกเขาเปลี่ยนกุนซือถึงสาม 3 รอบไม่ว่าจะเป็น เธียร์รี่ อองรี, เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม ที่ถูกดึงกลับมาทำงานรอบที่สอง หรือแม้แต่ โรเบิร์ต โมเรโน่ แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ที่ชัดเจนให้กับบอร์ดบริหาร

จนในที่สุดพวกเขาเล็งเห็นถึงความสามารถและเคมีที่ย่าจะเข้ากันระหว่าง โควัช และ โมนาโก จนในที่สุดได้มีการเปิดตัวอย่างที่ทุกท่านได้ทราบไปแล้ว

แม้ผลกรอุ่นเครื่องเกมแรกจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และต้องให้เวลากุนซือชาวโครแอตปรับตัวและรู้จักกับนักเตะ รวมไปถึงผู้เล่นที่ตัองซึมซับกับปรัชญาและวิธีการทำทีม

ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า โควัช จะสามารถพา โมนาโก กลับไปท้าทายยังตำแหน่งหัวตารางได้หรือไม่ และนี่คือการให้สัมภาษณ์ที่เขามีให้กับสโมสรหลังจากรับตำแหน่ง

การติดต่อครั้งแรกระหว่างเขากับ โมนาโก

“การติดต่อเข้ามาทำให้ผมประหลาดใจมาก และความจริงคือทุกๆ อย่างเกิดขึ้นเร็วมากทำให้ผมต้องให้สัมภาษณ์พวกคุณเป็นภาษาอังกฤษ ผมหวังว่าจะเรียนรู้ภาษาฝรั่งเศสโดยเร็ว สำหรับตัวเลือกของผม เหตุผลก็ง่ายๆ อาแอส โมนาโก เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมพร้อมด้วยประวัติศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมาทีมไม่ได้ดำเนินไปตามจุดประสงค์แต่เราจะทำงานอย่างหนักเพื่อนำ อาแอส โมนาโก กลับไปยังหัวตารางของ ลีก เอิง”

ความสามารถในการปรับตัวของเขา

“โค้ชแต่ละคนมีปรัชญา มีวิธีการคิดเกี่ยวกับฟุตบอลเป็นของตนเอง ในอดีตที่ผ่านมา ผมเคยลงเล่นในรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะที่ ไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต หรือ บาเยิร์น มิวนิค นี่อาจจะเป็นเรื่องราวที่ อาสแอส โมนาโก เช่นกัน สำหรับตอนนี้ ผมยึดกับสิ่งสำคัญมากมายในการมองทีมนี้ หลังจากช่วงแรกนี้ ผมจะสามารถเลือกแท็คติกที่ดีที่สุดได้รวมไปถึงระบบการเล่นที่เข้ากับทีมที่สุด เราต้องปรับตัว โค้ชแต่ละคนมักจะมีรูปแบบการเล่น 2-3 แบบเพื่อให้พวกเขาสามารถลงเล่นในแต่ละฤดูกาล แต่ตอนนี้ยังเป็นเรื่องยากที่เลือก”

ความประทับใจในเวที ลีก เอิง

“จริงๆ แล้วผมติดตามลีกฟุตบอลฝรั่งเศสนะ ฟุตบอลฝรั่งเศสมีชื่อเสียง ทีมชาติก็คว้าแชมป์โลกได้ 2 สมัย และมีนักเตะชั้นยอดมากมายที่ผ่านมาทั้งทีมชาติและ อาแอส โมนาโก ผมจะทำงานเพื่อพัฒนาทีมและทำให้ผู้คนสนุกกับการได้ดู อาแอส โมนาโก”

ประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ในฐานะที่เคยเป็นนักเตะ

“ประสบการณ์ในฐานะนักเตะช่วยเหลือผมอย่างมากกับการเป็นโค้ชในทุกวันนี้ ผมโชคดีที่เคยทำงานร่วมกับโค้ชชั้นยอดมากมาย และนั่นคือประสบการณ์ที่ผมสามารถนำมาใช้ในฐานะโค้ชและในฐานะผู้จัดการทีม นี่เป็นเครื่องมือที่ผมใช้ ซึ่งผมพยายามนำมาใช้ให้ได้มากที่สุดท่าที่เป็นไปได้ ผมคิดว่างานที่ผ่านมาของผมทำได้ดี, น้องชายของผม และทีมงานของผมพิสูจน์ให้เห็นได้”

เป้าหมายของ อาแอส โมนาโก

“คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตและฤดูกาลล่าสุดได้ อย่างไรก็ตาม เราสามารถทำงานเพื่ออนาคต นี่คือสิ่งที่โฟกัสสำหรับการมาที่นี่ นั่นคือ อาแอส โมนาโก จะสามารถกับไปท้าทายในหัวตารางของลีก เป้าหมายของเราคือการลงเล่นในฟุตบอลยุโรป”

การคุมทีมซ้อมครั้ง

“การพูดคุยกันครั้งแรกระหว่างนักเตะทีมและทีมเป็นไปอย่างดีมาก ผมได้อะไรดีๆ มากมายจากการซ้อมครั้งแรกซึ่งเป็นเรื่องที่เอาจริงเอาจังอย่างมาก ในฐานะโค้ช เราต้องการเวลา แต่ผมเชื่อว่าระยะเวลา 5 สัปดาห์ที่เรามีจะเป็นประโยชน์ให้เราได้เตรียมตัวเป็นอย่างดีสำหรับฤดูกาล และจากนั้นคือการทำให้ได้ตามเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้กับตัวเอง ผมมั่นใจว่า พอล มิตเชลล์ (ผู้อำนวยการกีฬา), โอเล็ก เปตรอฟ (รองประธานฝ่ายบริหาร) และตัวผมเองจะสามารถหาทางแก้ไขให้ทีมดีขึ้นกว่าเดิม”

การดึงนักตะใหม่

“เราจะมีกมอุ่นเครื่องในวันพรุ่งนี้ (เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา) ผมต้องการที่จะดูทีมคร่าวๆ และการมีส่วนร่วมของนักเตะ จากนั้นเราจะมาหารือกับ โอล็ก เปตรอฟ และ พอล มิตเชลล์ ถึงการพัฒนาทีมและผมมีความมั่นใจมากๆ ว่าพวกเขาจะจัดตัวเลือกที่เหมาะสม พวกเขาจะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อผลักดันการจัดการทีมของผมให้ดี และผมเชื่อในตัวพวกขา นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ผมเข้ามาร่วมงาน ผมเชื่อพวกเขา ขอบคุณพวกเขา เช่นเดียวกับท่านประธาน ดมิทรี รีโบลอฟเลฟ สำหรับความเชื่อใจที่มีให้กับผม และผมมุ่งมั่นใจการตอบแทนพวกเขา”

วิธีการทำงาน

“ผมเล่นฟุตบอลในรูปแบบที่ต้องใช้ความพยายาม มันบังคับให้อยู่ในทรงที่ดีที่สามารถฝึกซ้อมมันได้ ผมเคยมีโอกาสในการมีส่วนร่วมกับช่วงพรี-ซีซั่นมามากมายในอาชีพของผม และผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอยู่ในสภาพร่างกายที่ดี แน่นอนว่า ยังรวมไปถึงด้านเทคนิคและแท็คติก เราต้องใช้ทุกๆ วันในช่วง 5 สัปดาห์ต่อจากนี้เพื่อทำงานในแนวคิดเหล่านี้ในทิศทางที่เหมาะสมที่สุด มันจะใช้แรงผลักดันอย่างมากและกาทำงานหนักสำหรับเกมแรกของเราในเดือนสิงหาคม และเราทำทุกๆ อย่างให้เป็นไปได้เพื่อให้อยู่ในทรงที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ประวัติศาสตร์ในการเล่นฟุตบอลเกมรุกของ โมนาโก

“ผมจดจำประวัติศาสตร์ของ อาแอส โมนาโก ได้อย่างแน่นอน ผมเคยมาเล่นที่นี่กับ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อปี 1997-98 ดวลกับนักเตะอย่าง ดาวิด เทรเซเก้ต์, เธียร์รี่ อองรี และ ฟาเบียง บาร์กเตซ พวกเขาเป็นทีมที่และเล่นได้ดี ผมยังคงชอบการเล่นแบบนั้น แต่คุณต้องคิดถึงการป้องกันเช่นกัน คุณต้องมองหาสมดุลที่เหมาะสม และนั่นเป็นสิ่งที่ผมเล็งเอาไว้ ผมพยายามเล่นฟุตบอลที่มีเสน่ห์ดึงดูดอยู่เสมอ แต่นั่นหมายถึงการทำงานร่วมกับนักเตะและส่งคำพูดออกไป ผมมีความเชื่อมั่นใจทีมและผมแน่ใจว่าเราจะทำงานได้ดีเพื่อให้มันเกิดขึ้น” SBOBET24H

“ผมพบกับ โรเบิร์ต โมเรโน่ โดยบังเอิญ? ไม่ ผมไม่ได้เจอเขา โอเล็ก เปตรอฟ บอกกับผมว่า ผมโอเคหรือไม่ถ้าเขาจะทักทายนักเตะและแน่นอน ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เขาสามารถคุยกับนักเตะก่อนที่เขาจะจากไป และผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องดีมากๆ”

ทีมงานของเขา

“มี 3 คนที่มาอยู่กับผมในทีมงาน น้องชายของผม โรเบิร์ต (โควัช) ผู้ช่วยเบอร์ 1 คนที่คุณสามารถจินตนาการได้ว่าเป็นคนได้รับความเชื่อใจจากผม คนที่ผมสามารถเชื่อใจได้ในทุกๆ สถานการณ์ และคนที่ยังมีอาชีพการเล่นที่ดีมากๆ ยังมี โกรัน ลาชโควิช ที่เป็นผู้ช่วยเบอร์ 2 และคนที่เคยทำงานกับผมที่ทีมชาติโครเอเชีย และยังมี วอลเตอร์ กเฟเรอร์ คนออสเตรียและจะดูแลเรื่องการเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย เราเป็นทีมเล็กแต่เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่รู้จักกันและกันเป็นอย่างดี และเราสามารถพึ่งพากันและกันได้ สำหรับผู้รักษาประตู ในตอนนี้เรามี คริสโตฟ ที่กำลังทำงานได้อย่างดีมากๆ เรากำลังคุยกับ โอเล็ก และ พอล ดังนั้นต้องรอสำหรับความเป็นไปได้ในตลาด แต่ตอนนี้เรายังอยู่ในทิศทางนั้น”

การผสมผสานระหว่างประสบการณ์และเยาวชน

“สิ่งที่สำคัญคือการมีส่วนผสมที่ดี มันไม่ใช่ปัญหากับการทำงานกับนักเตะหนุ่ม ในทางตรงกันข้าม มันเป็นสิ่งที่ผมชื่นชม ผมเริ่มทำงานในกลุ่ม เร้ด บูลล์ และผมดูแลทีมเยาวชนที่นั่นประมาณ 1 ปีครึ่ง ตอนนี้มีหลายๆ คนที่กำลังเล่นในบุนเดสลีกา และมันเป็นเรื่องที่ภูมิใจกับการได้เห็นพัฒนาการของพวกเขา ผมยังเคยทุ่มเทตนเองให้กับเด็กหนุ่มมากพรสวรรค์ของโครเอเชีย อาทิ โบรโซวิช, โควาชิช, เวอร์ซาลโก้ ที่ตอนนี้กำลังเฉิดฉาย อาสแอส โมนาโก มีชื่อเสียงเกี่ยวกับศูนย์ฝึกและทีมเยาวชน ซึ่งผลิตนักเตะชั้นยอดมากมาย นักเตะทีมเยาวชนที่นี่ทำงานได้ดีและทำให้คนที่อายุมากกว่าต้องทำงาน ในที่สุดจะรู้สึกถึงประโยชน์ มันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ”

สิ่งอำนวยความสะดวกของสโมสร

“ผมมีความสุขมากๆ กับสิ่งที่ผมได้เห็นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในตอนที่ผมมาถึง ผมพูดกับ พอล มิตเชลล์ ในทันทีเลยว่า ผมรักสนามซ้อมนี้ ยังมีโปรเจ็คต์ใหม่ที่แสนวิเศษ สำหรับตอนนี้ มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าเป็นเรื่องง่าย แต่มีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม แต่มันเป็นลางสังหรณ์ที่ดีสำหรับการทำงานของเรา”

นักเตะโครเอเชียที่เคยเป็นผู้เล่นของ โมนาโก

“ผมรู้จัก ดาเนียล ซูบาซิช เป็นอย่างดี เขาทำงานที่นี่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ผมจะโทร.หาเขาในเร็วๆ นี้เพื่อฟังความเห็นจากเขาและหารือกับทาง อาแอส โมนาโก ผมจะโทร.ไปหา ดาโด้ แปร์โซ่ เช่นกัน เพราะเขาเป็นคนที่ผมชื่นชมและคนที่เคยลงสนามร่วมกันกับผมในนามทีมชาติโครเอเชีย ด้วยการที่เขาอาศัยใกล้ๆ กับ โมนาโก มันจะเป็นเรื่องที่น่าพอใจอย่างมากสำหรับผมกับการที่จะได้เจอเขาและพูดคุยกันอีกครั้ง” SBOBET24

แฟนบอลของสโมสร

“ผมรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของ อาแอส โมนาโก มาเล็กน้อย และเรื่องนั้นไม่ได้กัดกั้นผมจากการได้เห็นว่ามีแฟนบอลมากมายที่ผมสามารถมองเห็นได้ นี่คือสิ่งที่ดีเพราะพวกเขาจะสามารถให้กำลังใจพวกเราได้ทุกที่ทั่วฝรั่งเศส มันขึ้นอยู่กับเราที่ต้องทำอย่างเต็มที่ ในการนำแฟนบอลกลับมาที่สนาม”

โควัช-โมนาโก ความฝันมาบรรจบกันพนันออนไลน์

ใครจะเป็นตัวแทน ซิลบา

เห็นฟอร์มการเล่นของ ดาบิด ซิลบา ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ บอร์นมัธ 2-1 ก็ให้เสียดายแทน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ต้องเสียแข้งระดับโลกรายนี้ไป SBOBET24

ต้องบอกว่าแม้จะอยู่ในวัย 34 ปีแล้ว แต่ด้วยการเล่นของ ซิลบา ยังสามารถยืนอยู่ในระดับสูงได้อย่างสบาย

แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าฟุตบอลอังกฤษเต็มไปด้วยความหนักหน่วงอาจจะไม่เหมาะกับสไตล์การเล่นสักเท่าไร ยิ่งเป็นคนที่บัญญาชาย่อมต้องเป็นที่จับจ้องของคู่แข่งที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาอัดจนร่วง

และในวัยที่อยู่ในช่วงปลายค้าแข้งแล้วอาจจะไม่สามารถยืนระยะได้ขนาดนั้น หรือยืนครบ 90 นาทีในแต่ละเกม

ดังนั้นการประกาศอำลาทัพเรือใบในเวลานี้ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงการอยู่ค้าแข้งกับทีมครบ 10 ปีพอดี

แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 5 สมัย นับรวม คอมมูนิตี้ ชิลด์อีก 3 สมัย ถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม แม้จะเกิดขึ้นแค่ในประเทศเท่านั้น

ในปีนี้ยังเหลือโอกาสที่ทีมอาจจะประสบความสำเร็จในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกซึ่งเป็นถ้วยที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใฝ่ฝันอย่างมาก

ตลอดระยะเวลา 10 ปีกับทีม ดาบิด ซิลบา ยืนหยัเป็นตัวหลักของทีมตลอดไม่ว่าทีมจะทุ่มซื้อนักเตะค่าตัวแพงแค่ไหนเข้ามา พร้อมกับยิงและแอสซิสต์รวมกันมากกว่า 100 ลูก คงเป็นอะไรที่ไม่ง่ายที่จะหาใครมาแทน

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะหาไม่ได้ แต่คนที่เข้ามาแทนต้องเจอกับความกดดันไม่น้อยเลย

ลองดู 5 ตัวเลือกที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนของ ดาบิด ซิลบา ในอนาคตของทัพเรือใบ

ฟาเบียน รูอีซ

สโมสร : นาโปลี

หนึ่งในนักเตะที่มีข่าวพัวพันกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาอย่างต่อเนื่องหนีไม่พ้น ฟาเบียน รูอีซ มิดฟิลด์ชาวสเปนของ นาโปลี

มิดฟิลด์เลือดกระทิงยกระดับตัวเองขึ้นมาอย่างยอดเยี่ยมและต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2017 ที่ช่วย เรอัล เบติส จนกระทั่งโยกมาค้าแข้งในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

แข้งวัย 24 ปีเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีมจากเมืองเนเปิ้ลส์ในทันที และโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ในปีแรกทำไป 7 ประตูกับ 3 แอสซิสต์จาก 40 เกม ส่วนในปีนี้ก็ทำไป 3 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ใน 41 เกม

แม้ตัวเลขจะไม่ได้ดีเท่ากับ ดาบิด ซิลบา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ยากอยู่แล้ว แต่นอกจากจะสามารถเติมขึ้นไปช่วยทีมในเกมรุกแล้ว ฟาเบียน รูอีซ ยังสามารถช่วยเล่นเกมรับของทีมได้อีกด้วย

ถือว่าดีทั้งรุกทั้งรับ หากอยากให้รุกเต็มตัวก็ได้ หรือจะให้ช่วยเกมรับก็ดี ถือว่าครบเครื่องในแบบที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการเลย

ฟิล โฟเด้น

สโมสร : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ของที่มีอยู่แล้วในทีมหากจะดันขึ้นมาเป็นกำลังหลักแทนที่ ดาบิด ซิลบา แน่นอนว่าจะช่วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประหยัดเงินได้มหาศาล SBOBET24H

ฟิล โฟเด้น ถือเป็นนักเตะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ประคบประหงมอย่างมาก ซึ่งนายใหญ่ชาวสเปนย้ำอยู่เสมอว่านี่คือนักเตะแห่งอนาคตที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคต

ไม่ปฏิเสธเลยว่ามิดฟิลด์ชาวอังกฤษถือเป็นกองกลางพรสวรรค์สูง เทคนิคเยี่ยม และมีการจบสกอ์ที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน แต่ช่วงหลังก็มีข่าวย้ายทีมออกมาเพราะนักเตะเบือ่ที่ต้องทนเป็นสำรองในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

แต่นับตั้งแต่กลับมารีสตาร์ท โฟเด้น ได้โอกาสลงสนามมากขึ้น และแข้งวัย 20 ปีก็ไม่ทำให้ผิดหวังทำไป 4 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ซึ่งรวมในฤดูกาลนี้ทำไปทั้งสิ้น 7 ประตูกับ 9 แอสซิสต์

นี่ขนาดลงสนามเป็นสำรองซะเป็นส่วนใหญ่นะ หากได้เล่นตัวจริงต่อเนื่องอาจจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของทีมก็ได้

ติอาโก้ อัลกันตาร่า

สโมสร : บาเยิร์น มิวนิค

ถ้าจะมีใครสักคนนึงที่รู้จัก ติอาโก้ อัลกันตาร่า ดีที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อย่างแน่นอน

มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป เมื่อปี 2009 ซึ่งหลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และโยกไปคุมทีม บาเยิร์น มิวนิค กุนซือเลือดกระทิงก็ยังหิ้ว ติอาโก้ มาร่วมงานกันในทีม “เสือใต้” อีกด้วย

ด้วยสัญญากับทีมจนถึงปี 2021 เท่านั้น และยังไม่มีทีท่าว่าจะเซ็นฉบับใหม่ทำให้สื่อจับโยงเรื่องย้ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับสโมสรในอังกฤษอย่าง ลิเวอร์พูล ที่บางแหล่งถึงขนาดรายงานว่าตกลงเงื่อนไขกับ “หงส์แดง” ได้แล้ว

อย่างไรก็ตามเมื่อยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการหรือชูเสื้อออกมา ทีมอื่นก็ยังไม่โอกาส ไม่เว้นแม้แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีชื่อโผล่มาอีกทีมเหมือนกัน พนันออนไลน์

แต่เชื่อว่าหากคนคุ้นเคยอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พูดคุยอย่างจริงจังและยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ ไม่แน่ว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า จะมาอยู่ในรั้วเอติฮัด สเตเดี้ยมเหมือนกัน

ฮุสเซ็ม อาอูอาร์

สโมสร : โอลิมปิก ลียง

อีกหนึ่งคนที่มีข่าวพัวพันกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มานาน เพียงแต่ยังไม่มีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง

ฮุสเซ็ม อาอูอาร์ คือนักเตะที่เป็นกำลังสำคัญของ ลียง หากไม่นับ มูสซ่า เดมเบเล่ และ เมมฟิส เดอปาย สองกองหน้าแล้ว เขาคือนักเตะที่ทำประตูมากที่สุดให้กับทีมในฤดูกาลนี้ด้วยผลงาน 9 ประตูกับ 7 แอสซิสต์จากการลงสนาม 37 เกมทุกรายการ

แข้งวัย 22 ปีเติบโตมากับอคาเดมี่ของ ลียง กระทั่งก้าวสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2017 และยึดตัวจริงของทีมมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ช่วงหลังสื่อฝรั่งเศสพูดถึงเรื่องย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าเจ้าตัวเองก็พร้อมที่จะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

และเมื่อคู่แข่งอย่าง ยูเวนตุส ได้ตัว อาร์ตูร์ เมโล่ ไปแล้ว “เรือใบ” ก็คงไม่เหลือคู่แข่งหากจะเดินหน้าคว้าตัวมาร่วมทีม

ใครจะเป็นตัวแทน ซิลบาSBOBET24

เหตุใด”มาดริด”ถึงผงาดแชมป์ลาลีกา

ช่วงเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา แม้ เรอัล มาดริด จะประสบความสำเร็จครองแชมป์ ยุโรป มาได้อย่างมากมาย แต่สำหรับแชมป์ ลาลีกา สเปน นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของคู่แค้นตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลน่า มาโดยตลอด หลังคว้าแชมป์มาครองได้เพียง 2 สมัยเท่านั้น SBOBET24H

9 เดือนที่ ซีเนอดีน ซีดาน อำลาทีมไปเมื่อปี 2018 เกิดผลกระทบครั้งใหญ่ ไม่ต่างจากการเสีย คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะคนสำคัญไปให้ยูเวนตุส จากนั้น ฟลอเรติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เลือกใช้กุนซือหลายต่อหลายราย เพื่อหวังสานต่อความสำเร็จ แต่ก็ไม่มีใครทำผลงานเข้าเป้าจนเกิดคำถามว่า จะมีใครเข้ามารับเผือกร้อนชิ้นนี้และพาทีมอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นได้อีกครั้งหรือไม่

สุดท้าย เปเรซ ยอมหวนไปหาหนึ่งในกุนซือที่เขารักที่สุดอย่าง ซีดาน ที่แม้ว่าตอนแรก กุนซือชาวฝรั่งเศส นั้นดูเหมือนจะไม่ยอมกลับมารับงานนี้ เพราะรู้สึกว่าหมดแพสชั่นกับทีมที่เขาสร้างมาจนประสบความสำเร็จแล้ว และก็ไม่ค่อยชอบนักที่ เปรเซ มักชอบเข้ามามาแทรกแซงการทำงานของตัวเอง

แต่หลังเจรจากันลงตัวซึ่งข้อเสนอสำคัญคือ ซีดาน นั้นต้องการที่จะดูแลงานทุกส่วนด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการเสริมทัพ ที่จะไม่ยอมให้ใครเข้ามามาก้าวก่ายอีกแล้ว นั่นทำให้ กุนซือชาวฝรั่งเศสได้กลับคืนสู่ถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว อีกคำรบ

ฤดูกาลนี้ ซีดาน ได้เสริมทัพนักเตะที่ต้องการ ถึง 7 ราย เป็นเงินกว่า 300 ล้านยูโร ไม่ว่าจะเป็น เอแดน อาซาร์,ลูก้า โยวิช,เอแดร์ มิลิเตา,แฟร์กล็อง เมนดี้,โรดรีโก้ โกเอส,อัลฟอง อาเรโอล่า และ ทาเคฟุส คุโบะ ซึ่งโอเคหละแข้งเกือบทั้งหมดยกเว้น เมนดี้ จะเรียกได้ว่าสอบตกก็ไม่เชิง แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่า กุนซือชาวฝรั่งเศส นั้นมีอิสระในการเลือกนักเตะจริงๆ

พ้นช่วงพักเบรคจากการแพร่ระบาดของ โควิด -19 ที่ยาวนานร่วม 3 เดือนเต็ม เรอัล มาดริด สร้างผลงานระดับ มาสเตอร์พีซ ด้วยการคว้าชัย 10 นัดรวด แซง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า จ่าฝูงของตาราง ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ในแมตช์ที่ 37 ของฤดูกาล และเป็นแชมป์ลาลีกา สมัยที่ 34 ของสโมสร

การต่อสู้ที่ยาวนานกว่า 11 เดือนเต็ม ในฤดูกาล 2019/20 คงไม่มากเกินไปนักหากจะพูดว่านี่คือแชมป์ ลา ลีกา ที่ต้องอดทน และยากเย็นที่สุดฤดูกาลหนึ่งของสโมสร เรอัล มาดริด

สิ่งสำคัญในการกลับทวงบัลลังก์แชมป์หนนี้ เคล็ดลับสำคัญอยู่ตรงไหน และนี่คือที่สิ่งสำคัญที่ทำให้ทัพ “โลสบลังโกส” ยุค ซีดาน ภาค 2 กลับมาผงาดอีกครั้ง

ยกเครื่องแนวรับครั้งใหญ่

ซีดาน นั้นได้รับการยกย่องอย่างมาก สำหรับการสร้างความสามัคคีภายในทีม แต่เขานั้นโดนวิจารณ์ไม่น้อยในเรื่องการจัดแท็คติก ว่ายังได้ไม่ดีพอในการคุมทีมหนแรก โดยเฉพาะเกมรับ แต่มาคราวนี้ ซิซู สร้าง บรรทัดฐานในเกมรับต่างจากเดิมแบบสิ้นเชิง เล่นกันเป็นระบบระเบียบมาก ช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี จนทำให้ทีมมีสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลาลีกา และโดนเจาะตาข่ายไปเพียง 23 ประตูเท่านั้น จาก 37 เกมที่ผ่านมา ต่างจาก 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่เสียไปถึง 44 และ 46 ประตู แบบสิ้นเชิง พนันออนไลน์

ในตำแหน่งรายบุคคลที่เห็นได้ชัดมากคือในตำแหน่งแบ็กซ้ายอย่าง แฟร์กล็อง เมนดี้ ที่คว้ามาจาก โอลิมปิก ลียง ต้องเรียกว่าเป็นแข้งที่ประสบความสำเร็จที่สุดที่ ซีดาน ซื้อเข้ามาในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ และแบ็กชาวฝรั่งเศสรายนี้ จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนของ มาร์เซโล่ ในอนาคตอันใกล้แน่นอน

ขณะที่ เซร์คิโอ รามอส แม้จะอยู่ในวัย 34 ปี แต่กัปตันทีมรายนี้เหมือนกลับมาเกิดใหม่ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมร้อนแรงยิ่งกว่าเก่า เรียกได้ว่าปีนี้แทบจะเป็นปีที่เขาเล่นได้ดีที่สุดในชีวิตแล้วก็ว่าได้ ผนวกกับคู่พาร์ตเนอร์อย่าง ราฟาเอล วาราน ที่เก๋าเกิมกว่าเดิมเยอะในวัย 27 ปี และเป็นปีที่เขาน่าจะเล่นได้ดีที่สุดเช่นกัน

ที่สำคัญคือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารที่คว้าตัวมาจากเชลซี และฟอร์มตกสุดขีดเมื่อฤดูกาลก่อน จนได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนัก แต่มาฤดูกาลนี้ เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าเมื่อเรียกความมั่นใจกลับมาก็ไม่เป็นรองใครหน้าไหนทั้งสิ้น และเก็บคลีนชีตไปถึง 18 ครั้ง นับเป็นสถิติที่ดีกว่า ยาน โอบลัค จอมหนึบของ แอตเลติโก มาดริด ที่ทำได้ 17 ครั้งด้วยซ้ำ

การยิงประตูเกิดได้จากทุกคน ไม่ใช่แค่แนวรุก

“ราชันชุดขาว” ฤดูกาลนี้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่แนวรุก แต่มีดีทุกตำแหน่ง เพราะมีนักเตะในทีมถึง 21 รายที่ยิงประตูได้ และมีเพียง เอแดร์ มิลิเตา กับ บราฮิม ดิอาซ เพียง 2 รายเท่านั้นที่ไม่สามารถทำประตูได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในลาลีกา ที่จะมีทีมที่กระจายคนยิงได้มากขนาดนี้ คาริม เบนเซมาในฐานะศูนย์หน้าคือคนที่ทำประตูได้มากที่สุด ขณะที่คนที่ทำประตูได้รองลงมาคือกัปตันทีม รามอส ที่ยิงไป 10 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่ง 6 ประตูมาจากการยิงจุดโทษ

ซีดาน ทำสิ่งนี้ได้ เนื่องจากความสามารถในการบริหารจัดการทีมอย่างดี แม้แต่ผู้เล่นที่เขาไม่ต้องการอย่าง แกเร็ธ เบล หรือ ฮาเมส โรดริเกซ ต่างก็ได้โอกาสในการลงเล่นตามสมควรและยิงประตูได้ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงแข้งรายอื่นที่จะถูกกระตุ้นและถูกทำให้รู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนสำคัญของทีม นักเตะเหล่านี้จะทุ่มเทในการเล่นมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่าทางเดียวที่จะช่วยให้ทีมไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งการที่ กุนซือชาวฝรั่งเศส สั่งให้ทุกตำแหน่งยิงประตูเมื่อมีโอกาสเช่นนี้ มันช่วยแบ่งเบาภาระในการฝากความหวังเอาไว้ที่เพียงกองหน้าได้เป็นอย่างดี

ผลักดันแข้งดาวรุ่งสู่ตัวหลักของทีม

แม้ว่าฤดูกาลนี้ ทีมจะยังมีแข้งแกนหลักมากประสบการร์อย่าง รามอส (34 ปี) ,โมดริช (34 ปี) และ เบนเซม่า (32 ปี) คอยประคองทีมอยู่ แต่บอกเลยว่านี่คือซีซั่นที่ทัพ “โลส บลังโกส” สร้างดาวรุ่งขึนมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้มากมาย เพราะมีแข้งดาวรุ่งแจ้งเกิดขึ้นมาหลายต่อหลายราย หากใครจำกันได้ก่อนหน้านี้ คาเซมิโร่ เคยแจ้งเกิดมาแล้ว สมัย ซีดาน คุมทัพรอบแรก มาหนนี้เราได้รู้จักกับ เฟรดเดริโก้ บัลเบร์เด้ ห้องเครื่องทีมชาติอุรุกวัยวัย 21 ปี ที่ได้ลงสนามไปถึง 42เกมในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ยังมี แฟร์กลอง เมนดี้ ที่ย้ายมาร่วมทีมและสามารถทดแทน มาร์เซโล่ ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงแนวรุกที่ซื้อมาบ่มเพาะอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ และ โรดริโก้ ก็ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ และลงเล่นเป็นตัวหลักได้อย่างไม่เคอะเขิน SBOBET24

นี่ยังไม่นับรวมแข้งที่ปล่อยให้สโมสรอื่นยืมตัวอย่าง ทาเคฟุสะ คูโบะ (เรอัล มายอร์ก้า) ,มาร์ติ โอเดการืด (เรอัล โซเซียดัด )และ เซร์คิโอ เรกีล่อน (เซบีญ่า) ที่ต่างมีแววว่าจะดีพอที่จะกลับมาช่วยสโมสรในฤดูกาลหน้า

เหตุใด”มาดริด”ถึงผงาดแชมป์ลาลีกาSBOBET24H

ยอดแข้งจากดินสู่ดาว

ในขณะที่แมวมองของสโมสรพรีเมียร์ลีกต่างๆ กำลังเสาะหานักเตะจากทั่วทุกมุมโลก ยังมีอีกซอกหลืบหนึ่งที่อาจมีช้างเผือกหลบซ่อนตัวอยู่ในนั้น  SBOBET24H

นักฟุตบอลจากนอกลีกของอังกฤษ หลายต่อหลายคนสร้างชื่อขึ้นสู่ฟุตบอลลีกอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ลีกทู, ลีกวัน หรือ แชมเปี้ยนชิพ แต่ก็มีบางคนที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก ได้

ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน นี่คือ 10 นักเตะที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นกับสโมสรนอกลีก และมีโอกาสก้าวขึ้นสู่สโมสรพรีเมียร์ลีกหรือลีกสูงสุดของประเทศอื่นๆ ในเวลาต่อมา มีใครหน้าไหนกันบ้าง ไปติดตาม

มิคาอิล อันโตนิโอ

ศูนย์หน้าจอมโหม่งของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในอดีตเคยเริ่มต้นฝึกฟุตบอลกับสโมสร ทูทติ้ง แอนด์ มิทแชม ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 12 จนอายุ 17 ก็เซ็นสัญญาฉบับแรกกับทีมชุดใหญ่ ที่เล่นอยู่นอกลีกในระดับอิสท์เมียน ดิวิชั่น 1 และได้ประเดิมสนามในวัยนั้น

รู้ตัวอีกทีคือได้ย้ายสู่ เร้ดดิ้ง ทีมดังแชมเปี้ยนชิพในปีต่อมา จากนั้นก็ไป เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่เล่นอยู่ในชปช.ทั้งหมด ก่อนที่ผลงานเตะตา เวสต์แฮม จนต้องซื้อไปร่วมทัพในปี 2015 ถึงตอนนี้ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 130 นัดยิง 34 ประตู

คริส สมอลลิ่ง

จุดเริ่มต้นของเซนเตอร์แบ็กท่าวิ่งกระโดกกระเดกรายนี้อยู่กับทีมเยาวชนของ เมดสโตน ยูไนเต็ด ทีมนอกลีกระดับอิสท์เมียนลีก แต่หลังจากก้าวขึ้นชุดใหญ่ได้ฤดูกาลเดียวในซีซั่น 2007-08 ก็ถูก ฟูแล่ม ที่ตอนนั้นเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก ดึงตัวไปร่วมทัพ

แม้ยังได้รับโอกาสลงสนามไม่มาก แต่ไม่น่าเชื่อว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และทีมงาน มองเห็นแววโดดเด่นจนต้องเซ็นสัญญาร่วมทัพตั้งแต่เนิ่นๆ จากนั้นก็อยู่ในทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 9 ฤดูกาล ก่อนที่ซีซั่นนี้ปล่อยตัวไปเล่นกับ โรม่า ด้วยสัญญายืม

แดนนี่ อิงส์

นับตั้งแต่เกมฟุตบอลรีสตาร์ทจากพิษโควิด-19 อิงส์ คือหนึ่งในศูนย์หน้าที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุด โดยผลงานกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ฤดูกาลนี้ยิงไปแล้ว 22 ประตูจาก 39 เกม พนันออนไลน์

อิงส์ เริ่มต้นฝึกหัดกับ เนทลี่ย์ เซนทรัล สปอร์ตส์ ต่อด้วย เซาธ์แฮมป์ตัน และ บอร์นมัธ สโมสรแรกในฐานะนักเตะอาชีพ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ปล่อยตัวให้ ดอร์เชสเตอร์ ทาวน์ ทีมนอกลีกระดับคอนเฟอเรนซ์ เซาธ์ ยืมไปร่วมทัพในฤดูกาล 2010-11

เบิร์นลี่ย์ คว้าตัวไปร่วมทัพในลีกแชมเปี้ยนชิพปี 2011 และมายิงระเบิดในซีซั่น 2013-14 จนพาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก และซีซั่นแรกในลีกสูงสุดตะบัน 11 ประตูจาก 35 เกม ก่อนหมดสัญญาแล้วย้ายไปดับกับ ลิเวอร์พูล เพราะปัญหาหลักคืออาการบาดเจ็บ

อิงส์ กลับมาอยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน อีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวซีซั่นที่แล้ว แม้ยิงเพียง 7 ประตูจาก 24 เกม แต่ นักบุญ ก็ตัดสินใจซื้อขาดในราคา 18+2 ล้านปอนด์ กลายเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าสุดๆ

โจ ฮาร์ท

เด็กหนุ่มจาก ชรูว์สบิวรี่ เริ่มต้นฝึกหัดฟุตบอลกับสโมสรเมืองเกิด ชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ และได้ประเดิมเฝ้าเสากับทีมชุดใหญ่ตอนอายุ 17 โดยตอนนั้นต้นสังกัดเล่นอยู่นอกลีกระดับคอนเฟอเรนซ์

แต่ซีซั่นที่แจ้งเกิดเต็มตัวคือ 2005-06 ที่กลายเป็นมือหนึ่งของทีมในเวทีลีกทู และด้วยผลงานที่โดดเด่นเตะตากับทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ในช่วงเวลานั้น ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าตัวไปครอบครอง ท่ามกลางความสนใจจากหลายต่อหลายสโมสร

ฮาร์ท เริ่มแย่งตำแหน่งมือหนึ่งในสามฤดูกาลแรก ก่อนยึดตัวจริงเต็มตัวตั้งแต่ฤดูกาล 2010-11 และประสบความสำเร็จสูงสุดคือแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่น 2011-12 และ 2013-14 ที่เป็นมือหนึ่งทั้งในยุคของ โรแบร์โต้ มันชินี่ และ มานูเอล เปเยกรินี่

ปัจจุบัน ฮาร์ท กลายเป็นนักเตะไร้สังกัด หลังหมดสัญญากับ เบิร์นลี่ย์ สโมสรล่าสุด

ทรอย ดีนี่ย์

เส้นทางการค้าแข้งของ ดีนี่ย์ แตกต่างจากชาวบ้าน เพราะกว่าจะได้เล่นพรีเมียร์ลีกไม่ได้สวยหรูและง่ายดายเหมือนคนอื่นๆ แถมชีวิตวัยเด็กก็ยังยากลำบาก เพราะถูกพ่อทำร้ายทั้งตนเองและแม่ SBOBET24

ในช่วงเริ่มต้น ทีมเยาวชนของ แอสตัน วิลล่า เชื้อเชิญ ดีนี่ย์ ในวัย 15 ปี มาทดสอบฝีเท้าในช่วงซัมเมอร์เป็นเวลา 4 วัน แต่ด้วยความแสบ เจ้าตัวไม่ได้มาซ้อมสามวันแรก เพราะรู้ว่าจะมีเกมแข่งในวันสุดท้าย แล้วแบบนี้ใครจะยื่นข้อเสนอดึงตัวร่วมทัพละ

ดีนี่ย์ ในวัย 18 ถูกหัวหน้าศูนย์ฝึกเยาวชนของ วอลซอลล์ ที่ตอนนั้นอยู่ในลีกทู ดึงตัวไปฝึกฝีเท้า เพราะเป็นจังหวะเดียวกับที่เข้าไปดูเกมฟุตบอลที่ลูกชายของตัวเองลงเล่น แต่ซีซั่นแรกปล่อยยืมไปเล่นกับ เฮลโซเวน ทาวน์ ทีมนอกลีกระดับเซาธ์เทิร์นลีก ซึ่งยิง 8 ประตูจาก 10 เกม

จากนั้นเส้นทางในทีมชุดใหญ่ก็สดใส 14 ประตูจาก 42 เกมในลีกวัน ทำให้ วัตฟอร์ด ที่ตอนนั้นเล่นอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ ดึงตัวไปร่วมทีมในปี 2010 กลายเป็นตัวหลักของทีมทันที และเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกด้วยกันมาในปี 2015

ยอดแข้งจากดินสู่ดาวSBOBET24H

สิ่งที่ เบิร์กแคมป์ กลัวที่สุด

เดนนิส เบิร์กแคมป์” ตำนานกองหน้าของทีมชาติฮอลแลนด์ และสโมสรอาร์เซน่อล SBOBET24H

ถือเป็นดาวยิงที่คลาสสิคที่สุดคนหนึ่งในโลกลูกหนัง นอกจากการยิงประตู และการช่วยทีมสร้างสรรค์เกมแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เหมือนกับสัญลักษณ์ของเจ้าตัวไปแล้ว คือการสัมผัสบอลที่นิ่มนวล ชนิดที่ติดอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลหลายคน

อย่างไรก็ตาม หนึ่งสิ่งที่เราคิดถึงเบิร์กแคมป์ เมื่อไหร่ ย่อมอดจะคิดถึงสิ่งนี้ไม่ได้ นั่นก็คือเรื่องของอาการกลัวการขึ้นเครื่องบิน ส่งผลให้สมัยที่ยังเป็นนักเตะ ทีมชาติ หรือสโมสร พร้อมกับต้องเดินทางไปเล่นเป็นทีมเยือน เขามักพลาดการลงสนามอยู่เสมอ

เนื่องจากว่าไม่สามารถนั่งเครื่องบินไปด้วย แต่หากแมตช์ที่มีความจำเป็น หรือว่าพอที่จะไปแข่งขันได้ เขามักเดินทางไปล่วงหน้า โดยอาศัยรถยนต์ หรือไม่ก็รถไฟ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แน่นอนว่า เบิร์กแคมป์ ที่ต้องเดินทางล่วงหน้าในหลายครั้ง ซึ่งบางครั้งก็ต้องล่วงหน้าหลายวัน ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่น แต่เขาก็ยอมแลก

ทั้งหมดนั้น เพื่อไม่ต้องเสี่ยงกับความรู้สึกหวาดกลัว ที่พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าด้วย ทำให้แฟนบอลหลายคนอดเสียดายไม่ได้ว่า หากเบิร์กแคมป์ สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ เขาน่าจะเก็บสถิติการยิงประตู หรือแอสซิสต์มากกว่านี้อย่างแน่นอน พนันออนไลน์

เรื่องราวการกลัวเครื่องบินของเบิร์กแคมป์ ถือเป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะพอทราบอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของอาการกลัวดังกล่าว เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบถึงที่มาที่ไป เราไปค้นหาคำตอบกันหน่อยว่า ทำไมยอดกองหน้าอย่างเขาถึงเข้าสู่คำนิยามที่เรียกว่า “Non flying dutchman” ?

เรื่องราวนี้ เปิดเผยจากหนังสือของเขาที่มีชื่อว่า “Stillness and Speed” จุดเริ่มต้นของเบิร์กแคมป์ ยังพอสามารถขึ้นเครื่องบินได้บ้าง อย่างไรก็ตาม อาการกลัวการขึ้นเครื่องบินเริ่มมาปะทุ สมัยที่เขายังเป็นนักเตะของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดทีมจากฮอลแลนด์ โดยเขาต้องอาศัยการเดินทางบนท้องฟ้า เพื่อไปแข่งขันอยู่เสมอ

เบิร์กแคมป์ ย้อนความทรงจำว่า ย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น เขาต้องโดยสารด้วยเครื่องบินขนาดเล็กหลายต่อหลายครั้ง ทำให้การต้านแรงลมไม่ราบเรียบเหมือนกับเครื่องลำใหญ่

โดยสมัยที่ยังเป็นนักเตะอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และจำเป็นต้องโดยสารเครื่องบิน มันเหมือนจะเสียการทรงตัวในภูเขาแถบเนเปิ้ลส เนื่องจากการตกหลุมอากาศ เขาเห็นภาพเหล่านั้นทั้งหมด จากนั้น เขาเริ่มมีความคิดไม่อยากนั่งเครื่องบินอีกแล้ว

ความกลัวมาถึงจุดสิ้นสุดในช่วงปี 1994 ระหว่างการเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คาบเกี่ยวกับการเป็นนักเตะของอินเตอร์ มิลาน ที่ต้องนั่งเครื่องบินไปแข่งขันฟุตบอลลีกทั่วประเทศอิตาลี

โดยเบิร์กแคมป์ ออกมาเปิดเผยว่า เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่า จะหลีกเลี่ยงการขึ้นเครื่องบินตลอดไป เพราะไม่อยากทรมานตัวเอง ซึ่งความเครียดเหล่านั้น อาจส่งผลถึงฟอร์มการเล่นในสนามด้วย

เบิร์กแคมป์ เพิ่มเติมว่า ย้อนกลับไปช่วงปี 1994 ทำให้เขารู้สึกแย่มาก ความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่อยากทนอยู่ในสภาพแบบนี้อีกแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เมื่อต้องออกไปเล่นเกมเยือน

เขาต้องคอยมองออกไปยังท้องฟ้า คอยดูว่าสภาพอากาศเป็นอย่างไร หรือมีกลุ่มเมฆลอยมาบ้างหรือไม่ ? เขาเริ่มมีอาการหมกมุ่นกับการเดินทางโดยเครื่องบินแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว มันถือเป็นนรกอย่างแท้จริง

เบิร์กแคมป์ เล่าต่อว่า อินเตอร์ มิลาน มักใช้เครื่องบินขนาดเล็กในการเดินทางไปเล่นทีมเยือนเสมอ และเครื่องจะมีการสั่นอยู่ตลอดเวลา เขาทำการมองออกไปนอกหน้าต่าง และจะเห็นเมฆเป็นสีขาว หรือไม่ก็สีเทา SBOBET24

ภายในเครื่องก็เป็นพื้นที่ที่มันแคบมาก มันทำให้เขารู้สึกถึงความอึดอัด จากนั้น เขาจะเริ่มมีอาการตะคริวเกิดขึ้น มันรู้สึกเหมือนไม่มีพื้นที่ใดหลงเหลือ นอกจากการนั่งกับที่ และอดทนการสั่นของเครื่องไปตลอดการเดินทาง

อดีตดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ ทิ้งท้ายว่า ฟางเส้นสุดท้ายของเรื่องนี้ คือการที่ตนต้องขึ้นเครื่องบินเดินทางไปแข่งขันที่เมืองฟลอเรนซ์ ด้วยการลงสนามพบกับฟิออเรนติน่า เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น เขาต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก ในการเห็นใบพัดเครื่องบินก่อนที่มันจะบินขึ้นไป เขาเหงื่อไหลไม่หยุดเลย ขณะที่ร่างกายเย็นเฉียบ มันคืออีกเที่ยวบินหายนะสำหรับเขา

กระทั่งช่วงปี 1995 เบิร์กแคมป์ ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมอาร์เซน่อล โดยเรื่องราวที่หลายคนน่าจะไม่เคยทราบมาก่อน นั่นคือเบิร์กแคมป์ พร้อมใส่รายละเอียดในสัญญาด้วยว่า เขาขอไม่นั่งเครื่องบินไปแข่งขัน นอกจากนี้ ยังยอมโดนหักเงินจากการเซ็นสัญญาใหม่ในแต่ละครั้ง เพราะไม่อยากเอาเปรียบสโมสรอันเป็นที่รัก เนื่องมาจากความกลัวของตัวเอง

สิ่งที่ เบิร์กแคมป์ กลัวที่สุดSBOBET24H

กว่าจะถึงวันนี้ของ”เวลเบ็ค”

ถ้าเราจะเอ่ยชื่อของ แดนนี่ เวลเบ็ค ออกมาเชื่อว่าแฟนบอลหลายคนต้องกระแทกเสียงหัวเราะผ่านลำคอออกมา มากกว่าการยืนขึ้นเพื่อตบมือให้กับนักฟุตบอลคนนี้ แน่นอนด้วยชื่อของเขาเรามักจะเห็นภาพล้อเลียนต่างๆ ตามสื่อโซเชียลเต็มไปหมด หรือถ้าวันใดเขาสามารถทำประตูได้ชื่อของ เวลเบ็ค แทบจะติดท็อปชาร์ตในโลกของลูกหนังเลยทีเดียว SBOBET24H

ย้อนลับไปทุกคนรู้ว่า เวลเบ็ค คือผลผลิตจากศูนย์ฝึกลูกหนังเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งตัวเขาก็สามารถพัฒนาฝีเท้าจนสามารถสอดแทรกขึ้นมายังทีมชุดใหญ่ของ “ปีศาจแดง” ได้ ซึ่งอย่างน้อยคุณภาพของ มันก็ได้รับการการันตีมาแล้วจากสายตาอันแหลมคมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เป็นคนมอบโอกาสให้กับเด็กหนุ่มผู้นี้ในขณะนั้น

ซึ่งด้วยวิถีของลูกหนัง บวกด้วยโอกาสที่อยากลงสนามที่มากขึ้นเขาเลยตัดสินใจย้ายข้ามฟากไปร่วมทัพ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2014 พร้อมความหวังที่จะได้รับโอกาสลงสนามที่มากกว่าเดิม และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเพื่อโอกาสในการติดทีมชาติ และก้าวข้ามเสียงวิจารณ์ รวมไปถึงขีดความสามารถของตัวเอง

แต่ทว่าสิ่งที่ เวลเบ็ค มีติดตัวอยู่ด้วยแทบจะตลอดเวลาคืออาการบาดเจ็บ ถ้าจะให้ย้อนกลับไปให้สีเสื้อ “ไอ้ปืนใหญ่” เจ้าตัวจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างน้อยๆ 1 ที่ และต้องพักรักษาตัวแทบตลอดทั้งฤดูกาล ไล่ตั้งแต่ขวบปีแรกพอได้รับโอกาสลงสนามมากหน่อย พอเข้าสู่ช่วงท้ายฤดูกาลก็มาเจ็บบริเวณสะบ้าพลาดการลงสนามในช่วงเดือนสุดท้ายของการแข่งขัน ซีซั่นต่อมาก็เหมือนเช่นเดิมแต่คราวนี้เจ็บบริเวณหัวเข่าซึ่งมันไล่มาตั้งแต่ช่วงเปิดซีซั่นเดือนสิงหาคม 2015 ลากยาวไปถึง กุมภาพันธ์ 2016

ต่อมาฤดูกาล 2016-17 เจ้าตัวก็เริ่มต้นซีซั่นด้วยอาการบาดเจ็บอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขามีปัญหาบริเวณกระดูกต้องพักยาวร่วมๆ 4 เดือน ก่อนกลับมาหวดลูกหนังได้อีกครั้ง ไปกันต่อที่ซีซั่น 2017-18 ซึ่งนี่กลายเป็นฤดูกาลที่ เวลเบ็ค ได้รับโอกาสลงสนามมากที่สุดคือ 43 นัด แต่ก็วายเพื่อนสนิทชิดเชื้ออย่างอาการบาดเจ็บยังคงตามหลอกหลอนคราวนี้เป็นบริเวณขาหนีบ แต่มันก็เป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ

ขยับมาที่ปีสุดท้ายกับทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” ต้องบอกว่าเป็นการสั่งลาที่เจ็บปวดไม่น้อยเพราะไม่ได้ถือโอกาสกล่าวคำลากับแฟนบอลเลยสักนิดเดียว โดยเจ้าตัวเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งในช่วง 11 นัดเกมลีกเขามีส่วนร่วมแทบจะทุกเกมก่อนที่ชีวิตจะมาพลิกผันในศึกยูโรปาลีกกับ สปอร์ติง ลิสบอน เพราะอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าทำให้ต้องพักยาวตั้งแต่นั้นจนกระทั่งจบฤดูกาล พนันออนไลน์

ซึ่งกับช่วงเวลาที่ผ่านมากับ อาร์เซน่อล เจ้าตัวอาจจะพบหน้าหมอ มากกว่าพื้นหญ้าในสนามแต่สิ่งหนึ่งที่เขามักจะแสดงออกมาอยู่เสมอคือความกระหาย และที่สำคัญคือในเรื่องของความสามารถ ซึ่งจุดนี้มันสามารถยืนยันได้จากคำพูดของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่เคยหล่นคำสัมภาษณ์ไว้ว่าต่อให้ไอ้หมอนี้มันจะกระดูกเปราะสักขนาดไหนก็ยังคงอยากมีไว้อยู่ในทีมเสมอ

“ผมอยากเก็บเขาไว้กับทีมต่อ เพาะผมเชื่อว่าเขาได้ผ่านช่วงเวลาที่ลำบากมาแล้ว เขาก็รับมือได้ดี ผมเห็นสัญญาณที่เขาแสดงออกมาเพราะการขยันซ้อม ผมชอบเขาเพราะเขาเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุก เขาเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ แต่เหนืองสิ่งอื่นใดคือความสามารถของเขา”

โดยการย้ายออกจากรัง “ไอ้ปืนใหญ่” เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมามันไม่ใช่การยอมแพ้ต่ออาการบาดเจ็บ หรือไม่สู้กับการเบียดแย่งพื้นที่ 11 ตัวจริง แต่มันคือการออกไปหาโอกาสใหม่ๆ พร้อมการความท้าทายที่เป็นบทพิสูจน์ และเพิ่มไฟในตัวให้กับตัวเอง

8 สิงหาคม 2019 แดนนี่ เวลเบ็ค เดินทางไปเปิดตัวกับ วัตฟอร์ด แบบไร้ค่าตัว พร้อมเซ็นสัญญายาว 3 ปีเต็ม ซึ่งตรงนี้ทางสโมสรได้ซื้อใจกับ เวลเบ็ค ไปแล้ว และเชื่อมั่นในศักยภาพของหัวหอกรายนี้ว่าจะเข้ามาเติมเต็ม และเป็นจิ๊กซอว์อีกหนึ่งชิ้นให้ทีมบินสูงขึ้นมากกว่าเดิม แต่ดูเหมือนความฝันที่คิดไว้ กับความจริงที่ปรากฎจะสวนทางกันมากพอสมควร เวลเบ็ค ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งบริเวณแฮมสตริงจากเกม สเปอร์ส ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แน่นอนมันทำให้เขาต้องพักรักษาตัวนานอีกครั้ง และกินเวลาไปเกือบๆ 3 เดือน กว่าเขาจะกลับมาเรียกความฟิต และลงสนามได้อีกครั้งในเดือนมกราคม

และสุดท้ายวันนี้ที่รอคอยสำหรับชายที่ชื่อ เวลเบ็ค ก็มาถึงการมีชื่อบนสกอร์บอร์ดในศึกพรีเมียร์ลีกอีกครั้งนับตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2018 หรือกว่า 2 ปี ที่เขาห่างหายการทำประตูไป และแน่นอนถ้าจะเป็นการยิงธรรมดามันคงจะง่ายดายเกินไปสำหรับบุคคลพิเศษที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นประจำแบบเขา เจ้าตัว

เลยเลือกที่จะใช้ท่าจักรยานอากาศในการประกาศให้โลกรับรู้ว่าเขากลับมาแล้ว กลับมาพร้อมประตู และความมั่นใจที่เปี่ยมล้น

แน่นอนแหละครับนี้คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ชั้นเยี่ยมที่คอยบอกเล่าพวกเราว่าชายที่ชื่อ แดนนี่ เวลเบ็ค ต้องผ่านมรสุมชีวิตหลากหลายมากขนาดไหนโดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่เคลือบคลานไปแล้วเกือบทั่วทั้งร่างกาย แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่ยังคงสู้ต่อคือหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมแพ้ต่อร่างกาย ไม่ยอมแพ้ต่อเสียงวิจารณ์ และไม่ยอมแพ้ต่อคำดูถูกถากถาง และสามารถก้าวผ่านมายืนอยูู่ในจุดที่แฟนบอลควรยืนตบมือชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของเขา SBOBET24

ซึ่งถ้าจะให้เปรียบเป็นหนังสักเรื่องมันคงดราม่าดึงน้ำตาได้ไม่น้อยจากความพยานามอันล้นเหลือของพระเอกผู้นี้

สุดท้ายเราไม่รู้หรอกว่าที่ผ่านมาคุณจะเคยหัวเราะเยาะเขามามากขนาดไหน แต่เชื่อว่าในวันนี้กับสิ่งที่ เวลเบ็ค กำลังทำอยู่มันอาจจะเปลี่ยนความคิดในหัวของใครบางคนไปได้บ้างไม่มากก็น้อย

กว่าจะถึงวันนี้ของ”เวลเบ็ค”SBOBET24H

วิกฤติบาร์ซ่า

นับตั้งแต่รีสตาร์ตฟุตบอลกลับมาหวดกันอีก ปัญหาของบาร์เซโลน่าที่เคยซ่อนอยู่ใต้พรม ก็ค่อยๆถูกกวาดออกมาเผยถึงความฟอนเฟะสกปรกอย่างแท้จริง เริ่มจากผลงานที่เริ่มทรุด ตกจากบัลลังก์จ่าฝูงลาลีกาที่เคยกุมความได้เปรียบเหนือเรอัล มาดริด ทำแต้มหล่นเรี่ยราดจนโดนแซงและทำท่าว่าจะป้องกันแชมป์ลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ SBOBET24H

พอน้ำลดตอก็เริ่มผุด เราได้รับรู้ถึงปัญหาความสัมพันธ์ในทีม นักเตะส่วนใหญ่ไม่ให้ความเคารพยำเกรง กีเก้ เซเตียน กุนซือของทีม หนักกว่านั้นคือไม่มีใครเชื่อฟัง เอแดร์ ซาราเบีย ผู้ช่วยที่มีภาพลักษณ์ชอบโอเวอร์แอ็คติ้งหรือโชว์ออฟอยู่บ่อยๆ ทั้งที่ไม่เคยมีดีกรีความสำเร็จอะไรมาอวดอ้างได้เลย

ชัดเจนมากๆเมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ เพิกเฉยไม่ยอมคุยหรือแม้กระทั่งมองหน้า ซาราเบีย ระหว่างพักคูลลิ่งเบรกในเกมเจอเซลต้า บีโก้ม่ใช่แค่ เมสซี่ เท่านั้น หลักฐานจากภาพและคลิปต่างๆ ยังตอกย้ำว่าทั้ง เคราร์ ปีเก้ หรือ อิวาน ราคิติช ต่างก็แข็งขืนดึงดันไม่รับฟังผู้ช่วยโค้ช

สะท้อนเลยว่าบรรยากาศในทีมย่ำแย่แค่ไหน ลองนึกภาพในห้องแต่งตัวดูเอา นักเตะมีอิทธิพลเหนือกุนซือและผู้ช่วย คงดูไม่จืดเลยทีเดียว ประเด็น เมสซี่ เล่นตามแบบฉบับตัวเอง ไม่สนใจฟังคำสั่งกุนซือ เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบหนึ่งของปัญหาเท่านั้นเอง

ยังมีบางอย่างหนักหนาสาหัสไปกว่านั้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างบอร์ดบริหารกับกลุ่มนักเตะที่มีรอยร้าวปริแยกมากขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะประสานให้ติดแน่นดังเดิม หลายคนยังจำได้ว่านักเตะหลายคนไม่พอใจมากๆ ที่มีสื่อบางเจ้าหรือคอลัมนิสต์บางคน จนใจเขียนโจมตีว่าหยิ่งยโส มีการนำเรื่องภายในไปเปิดโปงต่อสาธารณะ ซึ่งมันไม่เหมาะสมอย่างมาก

ผู้เล่นต้องการอภิสิทธิ์พิเศษ มีพฤติกรรมนอกเหนือคำสั่งของเบื้องบน อย่างเช่นห้ามนักข่าวและช่างภาพเดินทางไปพร้อมกับทีม อีกทั้งยังเข้ามาวุ่นวายเรื่องการบริหารภายในด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผู้เล่นใหม่เข้ามา เมสซี่และนักเตะอาวุโสจะมีบทบาทในการชี้นำ แม้กระทั่งการแต่งตั้งผู้อำนวยการสโมสร

เอริก อบิดัล อดีตแบ็กซ้ายของบาร์เซโลน่า ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักเตะจนก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ผอ.ได้สำเร็จ จากนั้นเมื่อเห็นว่า อบิดัล ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรนัก ทำตามคำสั่งของ โจเซป บาร์โตเมว มากเกินไป เลยรวมหัวกันไปเสนอชื่อ การ์เลส ปูโยล อดีตกัปตันทีม ซึ่งถูกยอมรับนับถือเป็นวงกว้างมาทำหน้าที่แทน

ร้อนถึง ปูโยล ต้องออกมาสยบข่าวด้วยตัวเอง บอกไม่ต้องการตำแหน่งผู้อำนวยการและ อบิดัล เหมาะสมสุดแล้ว ขณะเดียวกัน บาร์โตเมว ที่กินตำแหน่งประธานสโมสรมาแล้ว 2 สมัยยังงัดข้อกับบอร์ดบริหารบางคน เรื่องวงการคอร์รัปชั่นจนวุ่นวายถึงขั้นมีลาออกและการเปลี่ยนแปลง การบริหารที่ไม่ราบรื่น ส่งผลกระทบจากข้างบนลงล่างอย่างไม่ต้องสงสัย พนันออนไลน์

แล้วเมื่อกลุ่มนักเตะไม่ชอบขี้หน้า บาร์โตเบว การเจรจาต่างๆก็ย่อมเกิดปัญหาตามมาอย่างไม่มีทางเลี่ยงเลย อย่างเช่นตอนไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก เกมต้องหยุดลงชั่วคราว รายได้ของบาร์ซ่าหายไปมหาศาล จากยอดจำหน่ายตั๋วแมตช์เดย์และสินค้าที่ระลึก จำต้องขอความร่วมมือเพื่อลดเงินค่าจ้างบางส่วน

ปรากฏว่าสื่อไปได้ข้อมูลจากคนข้างในสโมสรบอกนักเตะบางคนฮึดฮัดไม่พอใจ เรื่องทำท่าจะดราม่าหนักขึ้น กระทั่ง เมสซี่ ต้องอออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรมเพื่อลดกระแสดังกล่าว ในสถานการณ์ที่ลำบากกันหมดอย่างนี้ ผู้เล่นทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้ผ่านวิกฤตไปได้ แต่ทำไมถึงต้องมีการโจมตีกันแบบไร้ข้อมูลหลักฐาน

ความจริงเรื่องนี้บอร์ดบริหารที่นำโดย บาร์โตเมว ควรจะออกมาแก้ข่าวเอง ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของนักเตะ ต่อให้ เมสซี่ เป็นกัปตันทีม แต่เคสละเอียดอ่อนอย่างนี้ มันไม่ใช่เลยสักนิด แน่นอนแพะของปัญหาต่างๆจึงถูกโยนมาที่ บาร์โตเมว ที่ไม่อาจรักษาสถานภาพสูงสุดของบาร์เซโลน่าเอาไว้ได้

เขาถูกเพ่งเล็งอย่างมาก ในการเลือกกุนซืออย่าง กีเก้ เซเตียน เข้ามากุมบังเหียน ทั้งที่ไม่เคยประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม แค่มีปรัชญาการทำทีมไปในทิศทางเดียวกันเท่านั้น แล้วทำไมถึงต้องรีบปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ซึ่งผลงานยังไม่ได้เสียหายอะไร อีกทั้งคอนโทรลลูกทีม มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้ว SBOBET24

คำถามคือ บาร์โตเมว มีความจริงใจกับบาร์เซโลน่ามากแค่ไหนกันแน่ จากที่เคยบริหารได้ดี กระทั่งพอใกล้หมดวาระเหลืออีกเพียงแค่ปีเดียว มันกลับดูแย่ลง แล้วเชื่อเถอะว่าหากบาร์ซ่าล้มเหลวในฤดูกาลนี้ ไม่ได้ทั้งแชมป์ลาลีกาและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สถานการณ์จะแย่หนักกว่านี้อีกหลายเท่า

วิกฤติบาร์ซ่าSBOBET24H

ปืนยังหวังลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก

ชัยชนะ 4 นัดรวดจากทุกรายการทำให้ อาร์เซน่อล กลับมามีความหวังอีกครั้งสำหรับเป้าหมายการได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ห่างเหินมา 3 ปีเต็ม SBOBET24

อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะในนัดที่ยากสุดอีกนัดในฤดูกาลนี้กับการบุกควัก 3 แต้มกลับออกจากรังโมลินิซ์ กราวนด์ ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน

เป็นชัยชนะที่ปลดล็อกในหลายสิ่งหลายอย่างเพราะก่อนลงสนามนัดนี้ อาร์เซน่อล ไม่เคยบุกชนะทีมที่อันดับเหนือกว่าในวันแข่งขันมา 17 นัดติดแล้ว

ยิ่งเป็น วูล์ฟแฮมป์ตัน ของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ ที่เล่นกับทีมใหญ่ได้ดี และไม่แพ้ อาร์เซน่อล เลยนับตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับมาในปี 2018 ยิ่งเป็นเรื่องยาก

แต่ มิเกล อาร์เตต้า พาปืนใหญ่บุกยิงหมาป่าได้สำเร็จซึ่งทั้งหมดมากจากการวางแผนการเล่นชั้นและเลือกนักเตะลงเล่นได้ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงการเปลี่ยนสำรองอีกด้วย

อาร์เตต้า ปรับทีมเพียง 3 ตำแหน่งจากนัดชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 คือให้ เซดริก โซอาเรส, บูคาโย่ ซาก้า และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ เป็นตัวจริงแทน เอคตอร์ เบเยริน, รีสส์ เนลสัน และ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์

เซดริก โซอาเรส ได้รางวัลตอบแทนหลังนัดก่อนประเดิมสนามในฐานะสำรองได้ 3 นาทีเศษก็ซัลโวประตูสุดท้ายปิดท้ายให้ทีมชนะ สภาพร่างกายดีขึ้นมาก และ อาร์เตต้า ก็ประเมินว่าควรได้โอกาสก่อน เบเยริน ที่ยังเค้นหาฟอร์มเก่งไม่เจอ

คนที่หลุดโผไปด้วยเหตุผลส่วนตัวคือ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่สโมสรแจ้งข่าวว่าภรรยากำลังจะคลอดทายาทตัวน้อย ปีกชาวไอวอรี่โคสต์จึงต้องทำหน้าที่คุณพ่อมือใหม่และสามีที่ดีซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญของลูกผู้ชาย

เมซุต โอซิล หายหัวอีกนัดเพราะอาการเจ็บหลังยังไม่ดีขึ้น และการมาเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน แบบนี้ก็ไม่น่าจะเป็นเกมที่เหมาะกับเจ้าตัว เช่นเดียวกับ มัตเตโอ เก็นดูซี่ ที่ อาร์เตต้า แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่พอใจเรื่องระเบียบวินัยและดร็อปออกจากทุกนัดนับแต่ก่อเหตุหลังเกมพ่าย ไบรท์ตัน 1-2 ที่ไปบีบคอ นีล โมเปย์

3 เซนเตอร์แบ็ก ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์ และ เซอัด โคลาซินัช รวมถึงคู่กลาง กรานิต ชาก้า กับ ดานี่ เซบายอส ได้ลุยต่อ รวมถึงดาวซัลโวอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

เห็นได้ชัดว่า อาร์เตต้า ยึดโครงสร้างทีมที่ชนะมา 3 นัดติดเอาไว้โดยเฉพาะจุดสำคัญทั้งแผงหลัง 3 คนและคู่มิดฟิลด์ จุดที่เปลี่ยนเป็นตำแหน่งด้านข้างไปจนถึงหน้าเป้าที่การหลุดเป็นสำรองของ เบเยริน รวมถึง เนลสัน และ ลากาแซ็ตต์ ถือว่าสมเหตุสมผล พนันออนไลน์

ส่วน วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็ยึดระบบเก่ง 3 เซนเตอร์แบ็กเหมือนเดิม ขณะที่เกมรุกมี ชูเอา มูตินโญ่ คุมจังหวะตรงกลางร่วมกับ รูเบน เนเวส และ 2 ตัวรุกเป็นพาร์ทเนอร์สุดอันตราย อดาม่า ตราโอเร่ กับ ราอูล ฮิเมเนซ

ช่วงครึ่งชั่วโมงแรก การเล่นทั้งสองทีมรัดกุมสุดๆ แทบไม่มีจังหวะวางบอลยาวมั่วซั่ว บอลส่วนใหญ่เคาะสั้นถึงตัว เน้นความชัวร์ เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ว่าหากจ่ายพลาดก็โดนโต้แน่นอน

อาร์เซน่อล ครองบอลได้มากกว่าเล็กน้อย แต่พาขึ้นหน้าไปจบในพื้นที่อันตรายได้น้อยเพราะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ยืนคุมพื้นที่แน่นหนา การยืนตำแหน่งส่วนใหญ่อยู่ในแดนตัวเอง ไม่ไล่เพรสซิ่งสูง แต่เน้นคุมโซน

ทัพ “หมาป่า” ถนัดกับการเล่นแบบนี้ ครึ่งแรกเหมือนมวยยก 1-2 เน้นประคองตัว รอจังหวะผิดพลาดของคู่แข่งแล้วโต้ทันที หากทำไม่ได้ก็ต้องไม่เสีย และรอจังหวะไปเรื่อยเหมือนเก็บแรงเอาไว้ครึ่งหลัง

ก่อนลงสนามนัดล่าสุด วูล์ฟส์ ไม่เสียประตูในครึ่งแรกแม้แต่ลูกเดียวตลอด 5 นัดจากทุกรายการ และ 3 นัดหลังสุดที่ชนะรวดก็เป็นการยิงในครึ่งหลังทั้งหมดพร้อมทั้งเก็บคลีนชีตทุกนัดอีกต่างหาก

แต่ อาร์เซน่อล ชิงจังหวะได้ประตูนำก่อนในช่วงเวลาสำคัญคือก่อนจบครึ่งแรกเพียง 2 นาที และได้จากนักเตะที่กำลังถูกคาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นอนาคตคนใหม่ของทีมหลังต่อสัญญาระยะยาวไปหมาดๆ ใน 3 วันที่แล้ว

บูคาโย่ ซาก้า ทำประตูแรกในการเล่นพรีเมียร์ลีกของตัวเองได้สำเร็จกับจังหวะยิงที่ คีแรน เทียร์นี่ย์ เปิดจากซ้ายแฉลบหัวผู้เล่นเจ้าถิ่นก่อนเข้าทางได้วอลเลย์ด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ

ในวัย 18 ปี 303 วัน ซาก้า กล่าวถึงประตูนี้ว่า “ผมเตรียมตัวรอบอลมาถึง ดังนั้นจึงซัดได้ ผมรู้ว่ามีช่วงว่างตรงเสาไกล ผมจึงพยายามยิงเข้าไปตรงนั้น”

ประตูนี้ทำให้ อาร์เซน่อล เริ่มครึ่งหลังด้วยสถานการณ์ที่ได้เปรียบและบีบให้ วูล์ฟแฮปม์ตัน ต้องบุกมากขึ้นกว่าครึ่งแรก

ผ่านครึ่งหลังไปได้ 10 นาที การแก้เกมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ เป็นไปตามสเต็ปที่ต้องการประตูคือ ถอดกองกลางอย่าง เลอันโดร เดนดองเกอร์ ออกแล้วส่งตัวรุกอย่าง ดีเอโก้ โชต้า ลงมาเล่นร่วมกับ อดาม่า ตราโอเร่ กับ ราอูล ฮิเมเนซ พร้อมเซตระบบ 3-4-3 เหมือนกับ อาร์เซน่อล

แต่ มิเกล อาร์เตต้า ก็แก้เกมทันทีเช่นกันด้วยการส่ง เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ ลงมาเล่นวิงแบ็กซ้ายแทน คีแรน เทียร์นี่ย์ ที่ลงตัวจริงตลอด 4 นัดหลังสุด

ถ้าว่ากันตามตำแหน่งแล้ว อาร์เตต้า สามารถส่ง ร็อบ โฮลดิ้ง หรือ โซคราตีส ปาปาสตาโธปูลอส ลงมายืนในแผง 3 แนวรับได้ พร้อมขยับ เซอัด โคลาซินัช ไปเล่นวิงแบ็ก ไม่จำเป็นต้องใช้ เมทแลนด์-ไนลส์ ที่ไม่ใช่แบ็กซ้ายอาชีพ

แต่ อาร์เตต้า มองว่า โคลาซินัช กำลังเล่นได้ตามจังหวะที่ต่อเนื่องในเกมและไม่ได้มีข้อผิดพลาด ดังนั้นจึงไม่อยากปรับ 3 เซนเตอร์ อีกทั้งการส่ง เมทแลนด์-ไนลส์ ลงมาก็สามารถชนกับ อดาม่า ตราโอเร่ ตัวถึกของวูล์ฟส์ในชั้นแรกก่อนถึง โคลาซินัช

นั่นทำให้ตลอดทั้งเกม อดาม่า ตราโอเร่ ที่เคยเล่นงานกองหลังหลายต่อหลายทีมจนสะบักสะบอม แทบไม่ได้คลายพิษสง มีเพียงจังหวะต้นเกมที่ได้ยิงติดเซฟและอีกครั้งในครึ่งหลังที่ได้หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษฝั่งขวา แต่ก็งัดบอลข้ามคานไปเอง

ช่วงเปลี่ยน ดีเอโก้ โชต้า ลงมา เกมของ วูล์ฟส์ วูบวาบและได้บุกมากขึ้น ทำเอา อาร์เซน่อล ต้องถอยไปรับจนไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียวในช่วง 30 นาทีแรกของครึ่งหลัง

แต่ทีมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ ก็ไม่เฉียบขาดอย่างที่ควรจะเป็น เกมนี้ได้ยิง 10 ครั้งแต่เข้ากรอบครั้งเดียว ขณะที่ อาร์เซน่อล ได้ยิง 8 ครั้ง แต่เข้ากรอบถึง 5 ครั้งและได้ 2 ประตู

ช่วง 15 นาทีท้ายที่ วูล์ฟส์ พยายามบุกมากขึ้นก็เปิดช่องให้ อาร์เซน่อล ได้โจมตีบ้าง การเปลี่ยนสำรองที่เหลือของ อาร์เตต้า ออกมาดี่เยี่ยมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น โจ วิลล็อค ที่แอสซิสต์ให้ ลากาแซ็ตต์ ยิงฝัง 2-0 รวมถึง ลูคัส ตอร์เรร่า ที่ลงนัดแรกหลังเจ็บไปนานหลายเดือนก็ช่วยไล่บอลแดนกลางแบ่งเบาภาระของ กรานิต ชาก้า

อาร์เซน่อล เล่นได้ตามแผนที่ มิเกล อาร์เตต้า วางเอาไว้ดีกว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน แถมได้ประตูในช่วงเวลาที่ทำให้คู่แข่งท้อใจทั้งท้ายครึ่งแรกและท้ายครึ่งหลัง SBOBET24H

ทุกคนมีสมาธิในการเล่นดีมาก ระเบียบวินัยแทบไม่หลุด เล่นอย่างอดทน และรอโอกาสตัวเอง การเข้าบอลคอยซ้อนกันตลอด ช่วยกันเล่น ช่วยกันวิ่ง สะท้อนถึงทีมเวิร์กที่ดีขึ้นตามลำดับ

ผ่านเกมนี้ได้พร้อม 3 คะแนนสุดล้ำค่า อาร์เซน่อล กลับมามีความหวังในการลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง หลังเคยถอดใจไปแล้วใน 2 นัดของรีสตาร์ทที่แพ้ต่อ แมนฯ ซิตี้ และ ไบรท์ตัน

ชัยชนะ 4 นัดรวดและเป็นเกมลีก 3 นัดที่คลีนชีตทั้งหมด ถือเป็นของหายากมากสำหรับยุคนี้ แถมการบุกชนะคู่แข่ง 2 นัดติดแบบไม่เสียประตูครั้งล่าสุดที่ทำได้ก็ต้องย้อนไปในเดือนตุลาคมของปี 2015 นู้นเลย

เหมือนว่าหลายอย่างกำลังเริ่มเป็นใจให้ อาร์เซน่อล อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างหนักในช่วงแรกที่พรีเมียร์ลีกกลับมาเตะ

บูคาโย่ ซาก้า ยิงฉลองสัญญาใหม่ และเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกด้วยวัย 18 ปี 303 วัน

อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ไม่ยิงประตูเกมลีกนอกบ้านมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว หรือ 17 เดือนเต็ม แต่วันนี้ยิงได้

การได้ 3 คะแนนจากทีมที่มีเป้าหมายเดียวกันก็คือ “6 คะแนนไป-กลับ” ที่มีค่ายิ่งกว่าชัยชนะทั่วไป

โมเมนตัมแบบนี้คือสิ่งที่แฟนบอล อาร์เซน่อล อยากเห็น และอยากเห็นอีกครั้งในนัดต่อไปที่เจอคู่แข่งโดยตรงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้

ปืนยังหวังลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกSBOBET24